หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Hadj mohammed mesfewi ฆาตกรต่อเนื่อง 36 ศพ กับผลกรรมที่ต้องตายในกำแพง


เขียนโดย Amity609



มันเป็นการตายที่ทรมานที่สุดอีกวิธีหนึ่ง คล้ายกับการถูกฝังทั้งเป็น แต่วิธีนี้มันทำให้ผู้คนข้างนอกกำแพงได้เพลิดเพลินที่ได้ยินเสียงร้องถึงความเจ็บปวดทรมานภายใน "กำแพงอิฐ" ที่กรีดร้องอย่างโหยหวนจนกว่าเสียงนั้นจะสิ้นสุดลง และมันก็ถูกใช้เพื่อจุดประสงค์ทางศาสนาและการแก้แค้น เป็นการลงโทษที่เลวร้ายที่สุดสำหรับอาชญากรที่เลวร้ายที่สุด

ตามคำกล่าวของ "Joel Stice at All That's Attention" การกระทำที่ถูกล้อมกำแพงจนตาย เป็นรูปแบบการลงโทษที่โหดร้ายอย่างเหลือเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเขียน, นักกวีชื่อ "เอดการ์ แอลลัน โพ" (Edgar Allen Poe) ได้อธิบายไว้ใน "The Cask of Amontillado"


Edgar Allan Poe_By WikiImages From Pixabay License

ในการล่ามโซ่กับนักโทษเข้ากับกำแพงอิฐและปล่อยให้บุคคลนั้นตายอย่างอนาถ เพราะความอดอยากและหายใจไม่ออกจนตาย ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจะ “บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจนในที่สุดความอดอยากและการขาดน้ำนำไปสู่ความตาย” การถูกปิดล้อมจนตายตอนนี้เรียกว่า "การกักขัง"

เป็นบทลงโทษประหารที่มาจากศาสนาด้วย

การคุ้มกันเพื่อลงโทษประหารชีวิตและมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับอาชญากรรมที่เลวร้ายที่สุดเท่านั้น แต่ยังใช้เพื่อจุดประสงค์ทางศาสนาด้วย โดยในจักรวรรดิโรมันเมื่อนักบวชหญิง ที่ถูกผูกไว้กับพรหมจรรย์ฝ่าฝืนคำปฏิญาณของพวกเขา ซึ่งนักบวชหญิงเหล่านี้รู้จักกันในนามว่า "เวสทัล" (Vestals) ดังนั้นการทำโลหิตให้หกภายใต้กฎหมายโรมันจึงถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย


ดังนั้นเพื่อไม่ให้เลือดไหลออกมาชาวโรมันจะนำนักบวชหญิงที่ทำบาป
เข้าไปในหลุมฝังศพด้วยอาหารและน้ำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งบุคคลสำคัญทางศาสนาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นโสดและทำผิดกฎคำปฎิญาณก็จะได้รับโทษประหารเช่นเดียวกัน โดยในภาษาลาตินคำนี้หมายถึง "กำแพงจากภายใน" การทำโทษนี้ยังเกิดขึ้นในเปอร์เซียด้วย ใครที่ถูกล้อมไว้ทั้งเป็นถือเป็น “วิธีการลงโทษประหารชีวิตที่ทรมานมาก”

เช่นเดียวกับการกักกันฆาตกรที่ฉาวโฉ่ที่สุด
คงจะคือ "ฮัดจ์ โมฮัมเหม็ด เมสเฟวี" (Hadj Mohammed Mesfewi) ซึ่งเขาเป็นช่างทำรองเท้า ที่ชาวเมืองรู้จักกันดีแต่เขาไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของชาวเมืองมากนัก เนื่องจากเขามีลักษณะที่ดูลึกลับเหมือนเป็นคนที่มีความลับซ่อนอยู่นั้นเอง


และยังเป็น "ฆาตกรต่อเนื่อง" อีกด้วย
เป็นชาวโมร็อกโกในเมืองมาร์ราเกซ
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเมืองนี้ถือเป็นศูนย์กลางการค้าขนาดใหญ่ มีทั้งพ่อค้าและนักเดินทางเข้าออกตลอดเวลาจึงทำให้เกิดอาชญากรรมสูง ซึ่งในปี ค.ศ. 1902 (พ.ศ. 2445) ได้มีผู้หญิงในเมืองหายไปถึง 10 คนภายในคืนเดียวและไม่พบร่องรอยอะไรเลย

และภายในปี ค.ศ. 1906 (พ.ศ. 2449) ก็พบว่ามีหญิงสาวได้สูญหายไปอย่างลึกลับ จึงต้องรีบเร่งสืบสวนก่อนจะมีการพบร่างของหญิงสาวที่หายไปจำนวน 26 คน รวมเหยื่อทั้งหมด 36 คนที่ถูกฝังอยู่ใต้ร้านและบ้านของเขา


เขาจึงถูกจับกุมและถูกทรมานโดยการเฆี่ยนตีต่อหน้าประชาชนที่ตลาดในที่สาธารณะเพื่อให้สารภาพ โดยการเฆี่ยนตีแต่ละครั้งก็จะมีเลือดไหลซึมออกมา และผู้คนชาวเมืองก็จะเทน้ำส้มสายชูและน้ำมันบนบาดแผลเพื่อให้เขาได้ถูกเฆี่ยนตีใหม่ (อู๊ยยย..คงแสบแผลน่าดู)


Hadj-mohammed-mesfewi


จนเขาต้องสารภาพว่าเป็นคนฆ่าเหยื่อหญิงสาวเหล่านั้นเอง โดยเขาได้พาเหยื่อหญิงเหล่านี้มาที่บ้านเลี้ยงอาหาร และก็วางยาและทำการสังหารเหยื่อ สุดท้ายเขาก็ถูกตัดสินให้โดนประหารชีวิตโดยจะให้ถูกตรึงกางเขน ในวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1906 (พ.ศ. 2449)

ถูกเปลี่ยนการประหารชีวิต
แต่นักการทูตจากดินแดนต่างๆไม่เห็นด้วยได้เข้ามาแทรกแซง เพราะคิดว่าการตรึงกางเขนนั้นป่าเถื่อนเกินไปสำหรับศตวรรษที่ 20 จึงเสนอให้เปลี่ยนการประหารชีวิตเขาด้วยการโบกปูนกับกำแพงแทน ในวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 1906 (พ.ศ. 2449) โดยให้เขาเข้ามุมในบริเวณที่มีพื้นที่น้อยมาก จนเขาแทบจะขยับตัวไม่ได้ จากนั้นก็ก่ออิฐปิดกำแพงให้เขาติดอยู่ข้างใน


ซึ่งในวันที่เขาถูกประหารชีวิตภายในกำแพง มีเหล่าผู้คนนับพันก็มารวมตัวกันเพื่อสาปแช่งเขา และตั้งแคมป์เพื่อดูความทรมานของเขา (แหม..อย่างกะมารอดูคอนเสิร์ตกันเนอะ)

และเฝ้าดูตราบเท่าที่เขาจะร้องอย่างทนทุกข์ทรมานภายในกำแพงที่ก่อไว้ออกมา จนสุดท้ายเขาก็เสียชีวิตจากการขาดอาหารและน้ำ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 1906 (พ.ศ. 2449) ช่วงอายุ 50 ปี

ซึ่งเขาได้ร้องอย่างทรมานติดต่อกันนานถึง 2 วัน..ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตภายในกำแพงอิฐนั้นเอง

เนื้อหาโดย: amity 86
ขอบคุณภาพจาก : กูลเกิ้ล, วิกิพีเดียร์
และภาพสวยจาก : wall-3316062_1280 By Aidakhubaeva From Pixabay License, Edgar Allan Poe_By WikiImages From Pixabay License
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Amity609's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1,511 ครั้ง
เขียนโดย Amity609
นักเขียนสมัครเล่น ที่ขี้เล่นเฮฮาตามประสา และชอบขีดเขียนไปเรื่อยเปื่อย จากเรื่องราวที่น่าสนใจทั่วโลก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: แสร์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ส่องเลขเด็ด หวยลาวพัฒนา งวดวันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2569 สำนักดังชี้ตรงกัน! เลขไหนมาแรงบนโซเชียล?รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้ามชื่อนามสกุลสุดแปลกในไทย ที่เห็นแล้วต้องร้อง ห๊ะ! มีด้วยเหรอ?5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริงบ้านต้นไม้ ชิงช้าหนึ่งตัว และวิวที่เหมือนอยู่ปลายสุดของโลกเปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทยย้อนสถิติ 2 งวด! “สูตรรวมมหาเฮง นำโชค” เปิดแนวทางใหม่ งวด 16 ต.ค. 69เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย“เสือเขี้ยวดาบ” แมวใหญ่แห่งยุคน้ำแข็ง นักล่าผู้มีเขี้ยวเป็นอาวุธประจำตัว4 สำนักเปิดข้อมูล งวด 16 ต.ค. 69 “ราชาตั๋วเด่น-เฮีย เสาชิงช้า” พบ 43-49 ตรงกันทำไมดาวพุธและดาวศุกร์จึงไม่มีดวงจันทร์? สองโลกใกล้ดวงอาทิตย์ที่แตกต่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่น
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ชื่อนามสกุลสุดแปลกในไทย ที่เห็นแล้วต้องร้อง ห๊ะ! มีด้วยเหรอ?ส่องเลขเด็ด หวยลาวพัฒนา งวดวันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2569 สำนักดังชี้ตรงกัน! เลขไหนมาแรงบนโซเชียล?บ้านต้นไม้ ชิงช้าหนึ่งตัว และวิวที่เหมือนอยู่ปลายสุดของโลกทำไมเทปใสซ้อนหลายชั้นแล้วขุ่น ทั้งที่แต่ละชั้นก็ใส?โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ชื่อนามสกุลสุดแปลกในไทย ที่เห็นแล้วต้องร้อง ห๊ะ! มีด้วยเหรอ?บ้านต้นไม้ ชิงช้าหนึ่งตัว และวิวที่เหมือนอยู่ปลายสุดของโลกทำไมดาวพุธและดาวศุกร์จึงไม่มีดวงจันทร์? สองโลกใกล้ดวงอาทิตย์ที่แตกต่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่นทำไมเทปใสซ้อนหลายชั้นแล้วขุ่น ทั้งที่แต่ละชั้นก็ใส?
ตั้งกระทู้ใหม่