ท่องโลกดึกดำบรรพ์: อสูรแห่งเสาขั้ว ศรีแดนสยาม (ยุคครีเตเชียส)
ยุคครีเตเชียส (Cretaceous period) กินเวลายาวนานตั้งแต่ 110-60 ล้านปีที่แล้ว เป็นช่วงยุคที่เกิดการตกผลึกของหินกลุ่มชอลก์ในชั้นหินต่างๆ ทั่วโลก ยุคนี้ถือเป็นช่วงกำเนิดของพืชดอก ไม้ที่มีดอกและผล แถมยังมีหญ้ายุคเริ่มแรกด้วย ยุคครีเตเชียสก็นับได้ว่าเป็นยุคทองของวิวัฒนาการ สิ่งมีชีวิตหลายสายพันธุ์ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบันต่างล้วนมีการเริ่มต้นทางวิวัฒนาการในยุคนี้ด้วย ปริมาณอ็อกซิเจนในโลกเพิ่มขึ้นถึง 40% โดยมีทั้งระบบนิเวศหลากหลายตั้งแต่บึงน้ำจนถึงทะเลทราย แอนอาร์ติกาเย็นตัวลงและเกิดทุ่งน้ำแข็ง รวมถึงบริเวณเขตขั้วโลกและบางส่วนของทวีปยูเรเชีย
110 ล้านปีที่แล้ว ประเทศไทยของเรานั้นยังเป็นแผ่นดินแหลมยาวยื่นลงไปในทะเลของทวีปเอเชีย บรรยากาศที่ร้อนชื้นและปกคลุมไปด้วยป่าปรง สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ แม่น้ำหลายๆ สายของยุคโบราณมีการค้นพบ ทั้งการกัดเซาะของหินที่มีการค้นพบในหมวดหินเสาขั้วได้เล่าถึงสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในยุคนี้
คุณเดินทางลัดเลาะไปตามบึงน้ำ พบรอยเท้าขนาดใหญ่ที่มีเล็บตีนแหลมยาวดุจกริช มีการประทับรอยเท้าสี่ข้างไปพร้อมกัน สิ่งที่เดินนำหน้าคุณริมฝั่งแม่น้ำที่ชื้นแฉะนี้ต้องตัวใหญ่ หนัก และคาดว่าเป็นพวกไดโนเสาร์กลุ่มซอโรพอดแน่นอน มีรอยเท้าแปลกๆ ที่ปรากฏเป็นเท้าสามแฉกและผังพืดด้วย รอบชายฝั่งก็มีปูและแมลงต่างๆ ทำความสะอาดลำตัวของสัตว์กลุ่มจระเข้และเต่าที่มีมากมายหลายชนิด แต่รออีกนิดแล้วเงี่ยงหูฟังสิ เสียงคำรามทุ้มต่ำนั้นอยู่ไม่ไกล สิ่งที่คุณกำลังรออยู่จะปรากฏตัวที่ริมแม่น้ำนี้
(ภูเวียงโกซอรัส)
ร่างของไดโนเสาร์คอยาวขนาดยักษ์โผล่ชูคอเดินอาดๆ ส่ายก้นมาอย่างไกล หัวกลมสั้นและขายาวดุจเสา นี่คือ ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน (Phuviangosaurus Sirindhornae) เป็นซอโรพอดกลุ่มไททันโนซอร์ (Titanosauridae) มันถูกค้นพบโดยคณะนักบรรพชีวินวิทยาและท่านองค์สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร โดยค้นพบซากที่สมบูรณ์ที่ภูเวียงในจังหวัดขอนแก่น ด้วยความยาวถึง 19 เมตร หนักถึง 17 ตัน มันมีน้ำหนักเท่ากับช้างเอเชียห้าเชือก และคงจะไม่มีสัตว์ชนิดไหนในแผ่นดินไทยที่จะใหญ่ไปกว่ามันอีกแล้ว ซอโรพอดกลุ่มไททันโนซอร์วิวัฒนาการต่อขึ้นมาอีกและแพร่กระจายไปหลายๆ ส่วนของโลก ทั้งจีน ยุโรป อเมริกาใต้และในแอฟริกา เจ้ายักษ์ตัวนี้มาเพื่อดื่มน้ำที่แหล่งน้ำและไม่ได้สนใจสิ่งแปลกหน้าเท่าไหร่มาก ด้วยขนาดตัวอันมหึมาเช่นนี้ ฝูงจระเข้ยังไม่กล้าเข้าใกล้เพื่อโจมตีมันเลย
(สยามโมดอน)
ข้างๆ กันมีไดโนเสาร์ขนาดกลางตัวเท่าแรดฝูงหนึ่ง นี่คือฝูงของไดโนเสาร์กลุ่มอิกัวโนดอนทิด (Iguanodontidae) เป็นพวกสะโพกนกหรือออร์นิโธพอดซึ่งต่อยอดสายวิวัฒนาการมาตั้งแต่ยุคจูราสซิก มีทั้ง สยามโมดอน (Siammodon)และ ราชสีมาซอรัส (Rachasimasaurus) พวกมันสามารถเดินสี่ขา มีเล็บโค้งแหลมที่เท้าที่ดูคล้ายกีบ ปากเป็นจะงอยคล้ายจั่ว ฝูงของพวกมันอยู่กันกระจัดกระจายเป็นกลุ่มๆ ชนิดของใครของมันเพื่อกินต้นปรงและเลี้ยงลูกอ่อนด้วย
(กินนรีไมมัส)
ถึงจะเงียบสงบ แต่จงอย่าวางใจว่าที่นี่จะปลอดภัย รอบๆ ก็มีไดโนเสาร์ประหลาดรูปร่างคล้ายนกกระจอกเทศ คอยาว และมีลักษณะของเส้นที่คล้ายขนตามลำตัวเป็นขนอุยๆ พวกนี้คือกินรีไมมัส (Kinareemimus) เป็นกลุ่มของไดโนเสาร์คล้ายนกกระจอกเทศที่เรียกว่า ออร์นิโธไมมิด (Ornithomimidae) ซึ่งก็มีลักษณะของขนแรกเริ่ม นักวิทยาศาตร์ได้ศึกษาและพบว่าพวกไดโนเสาร์ช่วงต้นยุคไปจนถึงปลายยุคครีเตเชียสงอกเส้นขนซึ่งวิวัฒนาการต่อจากเกล็ดเคราตินบนผิวหนัง ขนช่วยรักษาอุณหภูมิและยังทำให้ร่างกายอบอุ่น แถมยังป้องกันพวกมันจากสิ่งกระตุ้นในสภาพแวดล้อม ดังนั้น ไดโนเสาร์จึงไม่ใช่ทุกชนิดจะมีผิวเป็นเกล็ดแบบสัตว์เลื้อยคลาน แต่เหมือนนกที่มีขนเกลี้ยงๆ ในบางครั้งจนถึงพวกที่ดูเหมือนนกแบบเต็มตัว กินรีไมมัสตามเพื่อนอีกสองตัวของมันไปกินซากๆ หนึ่ง มันคือซากที่เน่าเปื่อยของลูกสยามโมดอน เจ้าตัวนี้ป่วยและถูกไดโนเสาร์กินเนื้อเข้ามากัดกินจนล้มตาย ปากแหลมๆ ของออร์นิโธไมมิดออกแบบสำหรับการกินอาหารหลายๆ อย่างทั้งพืชและสัตว์ จะงอยปากช่วยในการกัดอาหารและยืดให้กินง่าย แต่ก็ไม่มีฟันใช้บดเคี้ยว ไดโนเสาร์พวกนี้จึงกลืนหินกรวดลงไปในท้องช่วยย่อยอาหารโดยเก็บในกื๋น (Gizzard)
(วายุแรปเตอร์)
หากมีซาก ที่นี่มีนักล่าแน่นอน และแล้ว ก็ปรากฏไดโนเสาร์กินเนื้อเดินเข้ามาช้าๆ หลังต้นปรงโดยที่คุณสังเกตได้ มันเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดกลาง ถึงจะตัวยาวแค่ 7 เมตรและหนักแค่ 2 ตัน แต่ความเร็วของมันนั้นน่าเหลือเชื่อ นี่คือ วายุแรปเตอร์ หนองบัวลำภูเอนซิส (Vayuraptor Nongbualamphuensis) เป็นไดโนเสาร์กลุ่มเมกาแรปเตอรา (Megaraptora) ชื่อวงศ์นี้หมายถึงหัวขโมยผู้ยิ่งใหญ่ เป็นเทอโรพอดกินเนื้อที่แพร่กระจายไปหลายๆ ที่ทั่วโลกนอกจากเอเชีย นักล่าตัวนี้เล็งไปที่กินรีไมมัสสามตัว การวิ่งพุ่งตัวเข้าหาเหยื่ออย่างรวดเร็ว หนึ่งในกินรีไมมัสเกิดจมโคลนจนสะดุดล้ม วายุแรปเตอร์ขึ้นคร่อมใช้อุ้งเท้าเหยีบกดลำคอของเหยื่อก่อนจะก้มลงกัดเหยื่อ คุณควรหนีออกมานะ เหล่าไดโนเสาร์กินพืชตอนนี้แยกย้ายตั้งแต่รู้ว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว
(สยามโมซอรัส)
เดินทางต่อมาตามแม่น้ำเดี่ยวๆ มีบางอย่างผุดขึ้นมาช้าๆ จากในน้ำพร้อมปลาในปาก นักล่าปากยาวคล้ายจระเข้ เล็บยาวและขาหลังหนาแข็งแรงแต่ก็มีผังพืดที่เท้าทั้งสอง นี่คือ สยามโมซอรัส (Siamosaurus Suthethoranee) เป็นไดโนเสาร์วงศ์สไปโนซอริด (Spinosauridae) ซึ่งกระจายพันธุ์ในแอฟริกา เอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้ ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันดีอย่างสไปโนซอรัส (Spinosaurus) เป็นต้น สยามโมซอรัสถึงจะหน้าตาดุร้ายและตัวใหญ่ แต่กลับไม่ล่าไดโนเสาร์กินพืช ปากยาวๆ กับฟันแหลมๆ คล้ายหมุดใช้ยืดใช้ในการกัดเหยื่อที่ลื่นเช่นปลาเสียมากกว่า
ข้างๆ ที่อีกฝั่งนั้นเอง คุณได้เห็นว่ามีซากของภูเวียงโกซอรัสชราตัวหนึ่งทอดตัวนอนตายอยู่ มันตายจากโรคชราและโรคไขข้อที่รุมเร้าเห็นได้จากข้อเท้าที่บิดเบี้ยว มีตัวอื่นๆ ยืนล้อมรอบเอาคอถูไปตามซาก เรามักจะเข้าใจว่าไดโนเสาร์เป็นสัตว์ที่โง่และเชื่องช้า แต่พวกมันอาจจะมีอารมณ์ซับซ้อน เข้าใจการเสียสมาชิกในฝูงได้เช่นนกหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และก็อาจจะคิดพลิกแพลงได้ในบางครั้ง เมื่อตัวอื่นๆ หันหลังไป พุ่มไม้รอบๆ บึงสั่นไหว และปรากฏนักล่าขนาดใหญ่โผล่หัวออกมา
คุณเห็นได้ว่ามันเป็นไดโนเสาร์เทอโรพอดกินเนื้อ ตัวใหญ่ยาวถึงสิบเมตร และหน้าตาต่างจากวายุแรปเตอร์เล็กน้อย นี่คือ สยามโมไทแรนนัส อีสานเอ็นซิส (Siamotyrannus Isanensis) ทรราชแห่งแดนสยามตัวนี้ นักวิทยาศาตร์หลายๆ ฝ่ายโต้แย้งกันว่ามันควรอยู่ในหมวดหมู่ของไดโนเสาร์พวกอัลโลซอรอยด์ หรือพวกซีลูโรซอร์รอยด์ (Ceolurosauroid) กันแน่ ตอนนี้หลักฐานของกระดูกกรามที่ค้นพบล่าสุดจะชี้ว่ามันเป็นพวกซีลูโรซอร์รอยด์ อันเป็นต้นตระกูลของไดโนเสาร์คล้ายนหลายๆ ชนิด ทั้งไทแรนโนซอรัสและเวโลซิแรปเตอร์ตัวเด่นก็อยู่ที่นี่ด้วย
มันไม่ได้มาตัวเดียว มีสยามโมไทแรนนัสเดินออกมาอีกสี่ตัว พวกมันลงมือกัดและแทะซาก กรามที่บางทำให้พวกมันทะลุเข้าไปกินเครื่องในที่อยู่ในซี่โครงได้ นอกจากนั้น ยังมีฝูงจระเข้ดึกดำบรรพ์ใช้ประโยชน์จากซากนี้อีกด้วย พวกสยามโมไทแรนนัสจะกลับมาครั้งแล้ว ครั้งเล่า จนกว่าซากนั้นจะเหลือแต่กระดูก ไร้ซึ่งเนื้อรสเลิศให้ขูดกิน
ยุคครีเตเชียสของหมวดหินเสาขั้วจะค่อยๆ หมดลงไป ถึงแม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศเล็กๆ แต่ก็มีการค้นพบไดโนเสาร์สปีชี่ส์ใหม่ๆ ทุกปี รวมถึงสัตว์ดึกดำบรรพ์อื่นๆ ด้วยเช่นกัน การศึกษาอย่างไม่หยุดย่อนช่วยให้เราเข้าใจถึงระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมของยุคนั้นได้ และเราก็ยังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความน่าทึ่งที่กาลเวลาได้บันทึกเอาไว้
ตอนต่อไป เดินทางไปยังประเทศจีนเพื่อพบกับป่าวิเศษที่กาลเวลาได้กักเก็บในความเยือกเย็น เมื่อไดโนเสาร์อาศัยในป่าที่หิมะตก ทำความรู้จักกับนักร่อนไพรสุดแปลก ไมโครแร็ปเตอร์ ยักษ์ใหญ่ใจดี ตงเป่ยไททั่น และนักล่าสุดน่าสะพรึงกลัว บรรพบุรุษและญาติห่างๆ ของไทแรนโนซอรัส ยูไทแรนนัสนั่นเอง การผจญภัยอันแสนลุ้นระทึกนี้จะพาเราไปที่ไหนกันนะ? โปรดติดตามใน ท่องโลกดึกดำบรรพ์!