หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ปั้นน้ำเป็นตัว

เขียนโดย Zummarikun

จากสุภาษิตที่ว่า "ปั้นน้ำเป็นตัว"

เรื่องเล่า ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) เรือกลไฟจากประเทศสิงคโปร์ ได้บรรทุก “น้ำแข็ง” เข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อนำมาถวายให้แก่พระองค์​ ซึ่งในขณะนั้น ถือเป็นสิ่งแปลก และไม่อยากเชื่อว่าน้ำจะแข็งและกลายมาเป็นรูปร่างได้

จึงได้เกิดสุภาษิตที่ว่า “ปั้นน้ำเป็นตัว” ขึ้น

ต่อมาในช่วงรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นำไอศกรีมมาเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักในคนไทยมากขึ้น หลังเสด็จประพาสประเทศอินเดีย ชวา และสิงคโปร์ การทำไอศกรีมจึงได้ริเริ่มขึ้น

โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้เขียนไว้ในหนังสือเรื่อง “ความทรงจำหลังจากเสด็จประพาสสิงคโปร์ พ.ศ. 2414” ของรัชกาลที่ 5 ความว่า

“ไอศกรีมเป็นของวิเศษในเวลานั้น เพราะเพิ่งได้เครื่องทำน้ำแข็งอย่างเล็กๆ ที่เขาทำกันตามเมืองนอกเข้ามาถึงเมืองไทย บางวันทำน้ำก็แข็ง บางวันก็ไม่แข็ง มีไอศกรีมตั้งเป็น

เครื่องเสวยแค่บางวัน จึงเห็นเป็นของวิเศษ”

ด้วยความที่ทำยากและหารับประทานยากนั่นเอง ที่ทำให้ไอศกรีมเป็นของเสวยสำหรับเจ้าขุนมูลนายเท่านั้น

ต่อมา ไอศกรีมได้แพร่หลายในหมู่ประชาชน เมื่อมีการตั้งโรงงานผลิตน้ำแข็งขึ้นในเมืองไทย โดยไอศกรีมสมัยนั้นผลิตมาจากนมและครีม (สูตรของฝรั่ง) เป็นหลัก จึงทำให้มีราคาสูง และมีขายเฉพาะในภัตตาคารแถบที่ราชวงศ์อาศัยอยู่เท่านั้น จนประมาณปี พ.ศ. 2446 ชาวบ้านได้ลิ้มลองไอศกรีมสูตรบ้านๆ (แต่อร่อย) ครั้งแรก เป็นน้ำเชื่อมปั่นจนกลายเป็นเกร็ดหิมะ ต่อมาจึงได้พัฒนาเป็น “น้ำแข็งไส”หรือ “ไอติมกด”เป็นเกล็ดน้ำแข็งราดด้วยน้ำเชื่อมรสต่างๆ อัดใส่พิมพ์เสียบไม้

ไอศกรีมหลอด หรือไอศกรีมแท่ง ได้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 7 เป็นการนำน้ำหวานหลายรส (ปัจจุบันใช้น้ำอัดลม) ใส่พิมพ์โลหะทรงกระบอก และเขย่าในถังน้ำแข็งใส่เกลือ เมื่อเริ่มแข็งจึงเสียบไม้แล้วรับประทาน นอกจากนั้นไอติมหลอดยังมีแบบใส่กะทิด้วย (แต่ไม่เข้มข้น) ใส่เครื่องต่างๆ อาทิ ถั่วเขียว ถั่วดำ เผือด ลอดช่อง มันต้ม แล้วแต่สูตรของแต่ละบ้านพัฒนาจนกลายมาเป็น “ไอศกรีมกะทิ”ที่ใช้กะทิสดแทนนมหรือครีม เวลากินตักเป็นลูกๆ เป็นที่มาของ “ไอติมตัก”จะตักใส่ถ้วย โคน ขนมปัง เหมือน​ในปัจจุ​บัน​

ต่อมาบริษัทป็อป ผู้ผลิตไอศกรีมรายแรกของเมืองไทย ซื้อเครื่องทำไอศกรีมเข้ามา ใช้สูตรของต่างประเทศ (ใส่นมและใส่ครีม) นอกจากนั้นบริษัทป็อปยังเป็นเจ้าแรกที่ขายไอศกรีมบนรถสามล้อ โดยคนขายจะบีบแตรเพื่อเป็นการเรียกลูกค้า

น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของรถไอศกรีมที่เราเห็นในปัจจุบันนั่นเอง

เนื้อหาโดย: Zummarikun
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Zummarikun's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 206 ครั้ง
เขียนโดย Zummarikun
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Zummarikun
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้วสินค้าที่ประเทศไทย ส่งออกมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ของโลกทำไม "นมตราหมี"แบบกระป๋อง ต้องมีกระดาษห่อ?เขื่อนคอนกรีตบดอัดที่ยาวที่สุดในโลก” อยู่ที่ประเทศไทย"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่งถนน 4 อำเภอเข้ายากที่สุดในไทยความลับของ “รูเล็ก” บนสตรอว์เบอร์รี ที่จริงไม่ใช่เมล็ดราชภัฏอีสานที่มีนักศึกษาเยอะ3อันดับแนวทางเลขเด็ดคำชะโนดปกเขียว งวด 16 พฤษภาคม 69 เลขเด่นที่ถูกพูดถึง5 มหาลัยเอกชนที่เด็กไทยนิยมเรียนที่สุดเงินเดือน สารวัตรทหาร (ส.ห.)ทีมฟุตบอลดังระดับโลกแห่งเกาะอังกฤษ ที่ปัจจุบันมีเจ้าของเป็นคนไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เกาะของไทยขนาดใหญ่ที่สุด ที่ไม่มีประชากรอาศัยอยู่แบบถาวรโรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้วชาวกระบี่รวมพลัง ปฏิบัติการปกป้องแผ่นดินใต้ บุกยื่นหนังสือถึง สส.ภูมิใจไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ให้ภาพเล่าเรื่อง
บรรจุภัณฑ์แตกต่างกัน บอกอะไร? กับ นมกระป๋อง ตราหมี!!"ตัวคุ่น หรือริ้นดำ" ตัวเล็ก อันตรายจริงหรือ?ทำความรู้จัก พืชสมุนไพร "กระทือ"สุขภาพดี ป้องกันได้ ทำไมต้องรอป่วยก่อน!!
ตั้งกระทู้ใหม่