ควรเลี่ยงอาหารเหล่านี้ หากไม่อยากให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียม
ควรเลี่ยงอาหารเหล่านี้
หากไม่อยากให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียม
แคลเซียมเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะกระดูกและฟัน ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมจากอาหารและเสริมจากอาหารเสริมหากจำเป็น อย่างไรก็ตาม ยังมีอาหารบางชนิดที่อาจทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมได้
อาหารที่ควรเลี่ยงหากไม่อยากให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียม ได้แก่
- อาหารที่มีกรดออกซาลิกสูง กรดออกซาลิกเป็นสารประกอบที่พบได้ในพืชบางชนิด เช่น ชา กาแฟ ถั่วอัลมอนด์ ถั่วบราซิล ผักใบเขียวบางชนิด เช่น ผักโขม ผักปวยเล้ง ผักคะน้า มะเขือเทศ ช็อกโกแลต และชาเขียว กรดออกซาลิกจะจับกับแคลเซียมในทางเดินอาหาร ทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง
- อาหารที่มีกรดฟอสฟอริกสูง กรดฟอสฟอริกเป็นสารประกอบที่พบได้ในอาหารและเครื่องดื่มบางชนิด เช่น โซดา น้ำอัดลม น้ำผลไม้บางชนิด นมผง นมเปรี้ยว และเนื้อสัตว์แปรรูป กรดฟอสฟอริกจะแย่งชิงการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย
- อาหารที่มีโซเดียมสูง โซเดียมจะกระตุ้นให้ร่างกายขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ
- อาหารที่มีไขมันทรานส์สูง ไขมันทรานส์จะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย
- อาหารที่มีแอลกอฮอล์สูง แอลกอฮอล์จะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมได้ เช่น
- การขาดวิตามินดี
- การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนมากเกินไป
- การดื่มน้ำอัดลมมากเกินไป
- การสูบบุหรี่
- การใช้ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์
การรับประทานอาหารที่หลากหลายและครบถ้วนตามหลักโภชนาการจะช่วยป้องกันร่างกายจากการขาดแคลเซียมได้ ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ เพื่อรับคำแนะนำในการรับประทานอาหารที่เหมาะสม
วิธีป้องกันและเสริมแคลเซียม
- รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม โยเกิร์ต ชีส ปลาเล็กปลาน้อย ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักใบเขียวเข้ม เต้าหู้แข็ง งาดำ เป็นต้น
- รับประทานอาหารที่มีวิตามินดีสูง วิตามินดีช่วยในการดูดซึมแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้น เช่น ปลาที่มีไขมันสูง ไข่แดง เห็ด น้ำมันตับปลา อาหารเสริมวิตามินดี
- ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายจะช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกและกล้ามเนื้อ
- หลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียม เช่น การรับประทานอาหารที่มีกรดออกซาลิกสูง กรดฟอสฟอริกสูง โซเดียมสูง ไขมันทรานส์สูง แอลกอฮอล์ เป็นต้น
ปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับในแต่ละวัน
- เด็กอายุ 1-3 ปี ต้องการแคลเซียม 700 มิลลิกรัมต่อวัน
- เด็กอายุ 4-8 ปี ต้องการแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
- เด็กอายุ 9-18 ปี ต้องการแคลเซียม 1,300 มิลลิกรัมต่อวัน
- ผู้ใหญ่อายุ 19-50 ปี ต้องการแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
- ผู้ใหญ่อายุมากกว่า 50 ปี ต้องการแคลเซียม 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน
- ผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ต้องการแคลเซียม 1,000-1,300 มิลลิกรัมต่อวัน
ข้อควรระวังในการรับประทานแคลเซียมเสริม
- ควรรับประทานแคลเซียมเสริมตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักโภชนาการ
- ไม่ควรรับประทานแคลเซียมเสริมเกินวันละ 2,500 มิลลิกรัม เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้
สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคไต โรคเกาต์ โรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานแคลเซียมเสริม
รายได้คนขับรถไฟ
เปิดสายรถเมล์ ที่ยาวที่สุดในกรุงเทพฯ ผ่านเป็นร้อยป้าย ก็ยังไม่ถึงสักที
โรงเรียนชายล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย
โรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทย
อาชีพไหนเงินเดือนสูง แต่คนลาออกเยอะ?
3 มหาวิทยาลัยที่บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติที่ดีและสวยที่สุดในประเทศไทย
ซองกันชื้น ในซองขนม เอาไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย
จังหวัดที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดในประเทศ
โรงเรียนที่ขึ้นชื่อเรื่องระเบียบวินัยมากที่สุด
มหาวิทยาลัยขนาดกะทัดรัดที่สุดในประเทศไทย
แนวทางเลขนกตาทิพย์ งวด 1 มิ.ย. 69 ดูอย่างไรไม่ให้เสี่ยงเกินตัว
‘แม่เป้ง’ สุดยอดอาหารโปรตีนสูงมากประโยชน์ เคยทานกันไหม?
ประเทศที่มีร้านสะดวกซื้อเยอะที่สุดในโลก
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?
"ตุ่นจมูกดาว" สัตว์ที่หน้าตาแปลกประหลาดที่สุดในโลก
มีใครยังคิดถึงยุครถ JDM เฟื่องฟูเหมือนผมไหมครับ?






