ควรเลี่ยงอาหารเหล่านี้ หากไม่อยากให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียม
เขียนโดย sairung11
ควรเลี่ยงอาหารเหล่านี้
หากไม่อยากให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียม
แคลเซียมเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะกระดูกและฟัน ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมจากอาหารและเสริมจากอาหารเสริมหากจำเป็น อย่างไรก็ตาม ยังมีอาหารบางชนิดที่อาจทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมได้
อาหารที่ควรเลี่ยงหากไม่อยากให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียม ได้แก่
- อาหารที่มีกรดออกซาลิกสูง กรดออกซาลิกเป็นสารประกอบที่พบได้ในพืชบางชนิด เช่น ชา กาแฟ ถั่วอัลมอนด์ ถั่วบราซิล ผักใบเขียวบางชนิด เช่น ผักโขม ผักปวยเล้ง ผักคะน้า มะเขือเทศ ช็อกโกแลต และชาเขียว กรดออกซาลิกจะจับกับแคลเซียมในทางเดินอาหาร ทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง
- อาหารที่มีกรดฟอสฟอริกสูง กรดฟอสฟอริกเป็นสารประกอบที่พบได้ในอาหารและเครื่องดื่มบางชนิด เช่น โซดา น้ำอัดลม น้ำผลไม้บางชนิด นมผง นมเปรี้ยว และเนื้อสัตว์แปรรูป กรดฟอสฟอริกจะแย่งชิงการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย
- อาหารที่มีโซเดียมสูง โซเดียมจะกระตุ้นให้ร่างกายขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ
- อาหารที่มีไขมันทรานส์สูง ไขมันทรานส์จะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย
- อาหารที่มีแอลกอฮอล์สูง แอลกอฮอล์จะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมได้ เช่น
- การขาดวิตามินดี
- การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนมากเกินไป
- การดื่มน้ำอัดลมมากเกินไป
- การสูบบุหรี่
- การใช้ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์
การรับประทานอาหารที่หลากหลายและครบถ้วนตามหลักโภชนาการจะช่วยป้องกันร่างกายจากการขาดแคลเซียมได้ ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ เพื่อรับคำแนะนำในการรับประทานอาหารที่เหมาะสม
วิธีป้องกันและเสริมแคลเซียม
- รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม โยเกิร์ต ชีส ปลาเล็กปลาน้อย ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักใบเขียวเข้ม เต้าหู้แข็ง งาดำ เป็นต้น
- รับประทานอาหารที่มีวิตามินดีสูง วิตามินดีช่วยในการดูดซึมแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้น เช่น ปลาที่มีไขมันสูง ไข่แดง เห็ด น้ำมันตับปลา อาหารเสริมวิตามินดี
- ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายจะช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกและกล้ามเนื้อ
- หลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียม เช่น การรับประทานอาหารที่มีกรดออกซาลิกสูง กรดฟอสฟอริกสูง โซเดียมสูง ไขมันทรานส์สูง แอลกอฮอล์ เป็นต้น
ปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับในแต่ละวัน
- เด็กอายุ 1-3 ปี ต้องการแคลเซียม 700 มิลลิกรัมต่อวัน
- เด็กอายุ 4-8 ปี ต้องการแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
- เด็กอายุ 9-18 ปี ต้องการแคลเซียม 1,300 มิลลิกรัมต่อวัน
- ผู้ใหญ่อายุ 19-50 ปี ต้องการแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
- ผู้ใหญ่อายุมากกว่า 50 ปี ต้องการแคลเซียม 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน
- ผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ต้องการแคลเซียม 1,000-1,300 มิลลิกรัมต่อวัน
ข้อควรระวังในการรับประทานแคลเซียมเสริม
- ควรรับประทานแคลเซียมเสริมตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักโภชนาการ
- ไม่ควรรับประทานแคลเซียมเสริมเกินวันละ 2,500 มิลลิกรัม เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้
สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคไต โรคเกาต์ โรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานแคลเซียมเสริม
โรงเรียนที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ม.ขอนแก่นมากที่สุด
ทองคำไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
เมืองไร้สายไฟแห่งแรกของไทย ทำไมที่อื่นยังทำไม่ได้
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
ประเทศใด นำเข้ามาม่าไทย มากที่สุดในโลก
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/4/69
สินค้าที่ประเทศไทยส่งออกให้กัมพูชามากที่สุด
ปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบัน
เปิดชื่อ 9 ประเทศ “น้ำดื่มถูกที่สุดในโลก”
10 อันดับโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีที่ไหนอีกบ้าง?
เปิดผลวิเคราะห์ AI หวยงวด 1 เมษายน 2569 รวมเลขเด่น 10 ชุด
อำเภอที่อากาศร้อนที่สุดในประเทศไทย
เปิดชื่อ 10 ประเทศ “น้ำดื่มแพงที่สุดในโลก” แพงกว่าที่คิดหลายเท่า
วิธีปลุก passion ให้กับช่วงเวลาหมดไฟ เมื่อต้องทำงานที่ไม่ชอบ
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มี ‘อำเภอเมือง
ระวัง! ร่างกายคุณกำลัง “กรีดร้อง” 10 สัญญาณเตือนภัยเงียบที่คุณนึกว่าแค่เพลีย แต่จริงๆ คือขาดน้ำขั้นสุด!
แรงแต่จริง? แฉ “เจ้าหญิงนโรดม” ปากบอกไม่ชอบไทย แต่พฤติกรรมสวนทาง ตามรอย “ลิซ่า BLACKPINK” แทบทุกก้าว







