มะเร็งปากมดลูกหลีกเลี่ยงได้…เพียงทำ 2 สิ่งนี้!
มะเร็งปากมดลูกถือเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงหลายๆ คนในทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากมะเร็งในกลุ่มผู้หญิง เมื่อพูดถึงมะเร็งปากมดลูก หลายคนอาจมีความเข้าใจว่าเป็นโรคที่ไม่มีทางป้องกันได้ หรือคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวจนทำให้ละเลยการป้องกันไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว มะเร็งปากมดลูกนั้นสามารถป้องกันได้หากเราทำการดูแลสุขภาพและตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะ 2 ขั้นตอนที่สำคัญที่สามารถช่วยป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือ การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส HPV และการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
ไวรัส HPV (Human Papillomavirus) เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในบริเวณปากมดลูก จนทำให้เกิดมะเร็งในที่สุด โดยไวรัส HPV มีหลายสายพันธุ์ แต่ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกมากที่สุดคือ สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อที่กลายเป็นมะเร็งได้ในระยะยาว หากไม่ได้รับการรักษาหรือไม่ได้รับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ
การฉีดวัคซีน HPV เป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก วัคซีนนี้สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกได้ในเกือบ 100% หากได้รับการฉีดวัคซีนในช่วงวัยรุ่นก่อนที่จะมีการสัมผัสกับไวรัส HPV
การฉีดวัคซีน HPV โดยทั่วไปแล้วจะมีการฉีดในเด็กสาวตั้งแต่อายุ 9-14 ปี เพราะในช่วงวัยนี้ ระบบภูมิคุ้มกันยังสามารถตอบสนองต่อวัคซีนได้ดี และช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อ HPV เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยที่มีความเสี่ยงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงทุกคนไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็สามารถรับวัคซีนได้ ตราบใดที่ยังไม่ติดเชื้อ HPV และยังไม่ได้มีการสัมผัสกับไวรัส
การรับวัคซีน HPV นั้นจะต้องฉีดหลายครั้งตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีการฉีดวัคซีน 2-3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับอายุของผู้รับวัคซีนในช่วงแรก การฉีดวัคซีนนี้ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยป้องกันมะเร็งช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากไวรัส HPV อื่นๆ ได้อีกด้วย
แม้ว่าการฉีดวัคซีน HPV จะสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกได้ แต่ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่สำคัญในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก นั่นคือ การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นการตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ในปากมดลูกที่อาจจะพัฒนาไปเป็นมะเร็งในอนาคต
การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่ได้รับการแนะนำในปัจจุบันคือการทำ “การตรวจคัดกรองเซลล์ปากมดลูก” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Pap smear” ซึ่งเป็นการเก็บตัวอย่างเซลล์จากปากมดลูกเพื่อตรวจหาการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่อาจเกิดขึ้นในระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็ง
การตรวจ Pap smear ควรทำทุกๆ 1-3 ปี โดยเริ่มทำตั้งแต่อายุ 21 ปีขึ้นไป หรือหากคุณมีประวัติการติดเชื้อ HPV หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกจะช่วยให้พบเซลล์ที่ผิดปกติในระยะเริ่มต้น ซึ่งสามารถรักษาได้ก่อนที่จะพัฒนาไปเป็นมะเร็ง นอกจากนี้ยังมีการตรวจหาเชื้อ HPV ซึ่งเป็นการตรวจหาการติดเชื้อไวรัส HPV ในผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 30 ปี ซึ่งการตรวจเชื้อ HPV จะช่วยให้รู้ได้ว่าเธอมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกหรือไม่
การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูก เพราะการตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่ยังไม่กลายเป็นมะเร็งสามารถทำการรักษาได้ทันเวลา การตรวจคัดกรองเป็นวิธีที่ช่วยให้เราสามารถรู้สถานะสุขภาพของปากมดลูกและสามารถป้องกันมะเร็งได้ในระยะยาว
มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงในผู้หญิง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้สูงที่สุดในโลก แต่โชคดีที่โรคนี้สามารถป้องกันได้ โดยการฉีดวัคซีน HPV และการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ
การฉีดวัคซีน HPV จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก และการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกจะช่วยให้เราสามารถตรวจพบเซลล์ที่ผิดปกติก่อนที่จะพัฒนาไปเป็นมะเร็ง การทำทั้งสองสิ่งนี้ร่วมกันจะช่วยให้ผู้หญิงทุกคนสามารถปกป้องตัวเองจากมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น อย่ามองข้ามการดูแลสุขภาพและการป้องกันมะเร็งปากมดลูก เพราะการป้องกันดีกว่าการรักษา และการตรวจคัดกรองในช่วงเวลาที่เหมาะสมจะช่วยให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพที่ดีขึ้นในอนาคต

















