Share Facebook LINE Twitter
หน้าแรก เว็บบอร์ด Chat ตรวจหวย ควิซ คำนวณ Pageแชร์ลิ้ง
หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

โลกสั่นสะเทือน: แผ่นดินไหวและเทพปกรณัมในจิตวิญญาณกรีก

เนื้อหาโดย nuengpaisarn

โลกสั่นสะเทือน: แผ่นดินไหวและเทพปกรณัมในจิตวิญญาณกรีก

มนุษย์ในอดีตกว่า 2,000 ปีก่อน ไม่ได้มีเครื่องวัดแผ่นดินไหว ไม่มีทฤษฎีแผ่นเปลือกโลก ไม่มีภาพถ่ายดาวเทียม แต่พวกเขาก็มีคำอธิบายของตนเองต่อพลังธรรมชาติอันมหาศาลที่ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน เมืองพังพินาศ และทะเลพลิกคว่ำ สำหรับชาวกรีกโบราณ คำอธิบายนั้นคือเทพเจ้า

แผ่นดินไหวไม่ใช่แค่ภัยธรรมชาติสำหรับพวกเขา มันคือสัญญาณของเทพเจ้าผู้ไม่พอใจ คือการลงโทษ คือการประกาศอำนาจของสิ่งเหนือธรรมชาติ และมากไปกว่านั้น มันสะท้อนโลกทัศน์ของผู้คนที่พยายามทำความเข้าใจจักรวาลด้วยจินตนาการ ศรัทธา และตำนาน

หนังสือเล่มนี้จะพาผู้อ่านสำรวจความเชื่อเกี่ยวกับแผ่นดินไหวในเทพปกรณัมกรีก วิเคราะห์ตำนานของเทพเจ้าอย่างโพไซดอน ผู้เป็นทั้งเทพแห่งท้องทะเลและเทพแห่งแผ่นดินไหว รวมถึงเชื่อมโยงกับข้อมูลทางธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี เพื่อมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างตำนานกับโลกจริง

 

บทที่ 1: โลกที่สั่นไหว: แผ่นดินไหวในความคิดมนุษย์โบราณ

แผ่นดินไหวเป็นหนึ่งในภัยธรรมชาติที่เก่าแก่และน่าหวาดกลัวที่สุดสำหรับมนุษยชาติ ความรู้สึกของโลกที่มั่นคงภายใต้เท้าสั่นสะเทือนโดยไม่คาดคิด มักสร้างความตื่นตระหนก และในโลกโบราณ ซึ่งยังไม่มีคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ มนุษย์หันไปหาเทพเจ้าเพื่อหาคำตอบ

ในยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคคลาสสิกของกรีกโบราณ ความเข้าใจเรื่องแผ่นดินไหวยังถูกตีความผ่านกรอบความเชื่อทางศาสนาและตำนาน เทพเจ้ากลายเป็นผู้รับบทบาทในการอธิบายพลังที่มนุษย์ควบคุมไม่ได้ พวกเขาไม่ได้มองแผ่นดินไหวว่าเป็นการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก แต่เป็น “สัญญาณ” หรือ “การกระทำ” ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีเจตนา

ไม่เพียงแต่ในกรีกเท่านั้น หลายอารยธรรมทั่วโลกก็มีแนวคิดคล้ายกัน เช่น ชาวญี่ปุ่นยุคโบราณเชื่อว่าแผ่นดินไหวเกิดจากปลาดุกยักษ์ (นามาสุ) ที่อยู่ใต้โลกกระดิกตัว ชาวอินคาในอเมริกาใต้เชื่อว่าแผ่นดินไหวคือการเต้นรำของเทพผู้สร้างชื่อ Pachacamac ส่วนชาวฮินดูเชื่อว่าช้างยักษ์ที่แบกโลกไว้เคลื่อนไหวบ้างในบางครั้ง

ในบริบทของกรีก เทพที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหวมากที่สุดคือ “โพไซดอน” แม้โดยตำแหน่งเขาจะเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเล แต่ในหลายตำนาน เขาได้รับฉายาว่า “ผู้เขย่าแผ่นดิน” (Enosichthon) บางเรื่องเล่าว่าเมื่อโพไซดอนโกรธ เขาจะทุบตรีศูลลงกับพื้นโลก ทำให้เกิดแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์

นักปรัชญาและนักคิดกรีกบางคนเริ่มตั้งคำถามกับตำนานเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น ธาเลส (Thales) แห่งมิเลตุส ในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล เสนอว่าแผ่นดินลอยอยู่บนมหาสมุทร และเมื่อคลื่นใต้น้ำเคลื่อนที่จึงทำให้เกิดแผ่นดินไหว แนวคิดนี้ยังอยู่ในกรอบของธาตุธรรมชาติ แต่ถือเป็นก้าวแรกสู่การอธิบายด้วยเหตุผลมากกว่าความศรัทธา

อย่างไรก็ตาม สำหรับชาวกรีกส่วนใหญ่ในยุคคลาสสิก ความเชื่อทางศาสนายังคงมีอิทธิพลสูง แผ่นดินไหวถูกมองว่าเป็นสัญญาณจากฟ้า ซึ่งอาจสื่อถึงความไม่พอใจของเทพต่อพฤติกรรมของมนุษย์ การปกครองที่ไม่เป็นธรรม หรือการละเลยพิธีกรรมบางอย่าง การตีความแบบนี้สะท้อนความพยายามของมนุษย์โบราณที่จะมองหาความหมายในภัยพิบัติ และสร้างความรู้สึกว่าพวกเขาสามารถควบคุมชะตากรรมของตนได้บ้าง ด้วยการสวดอ้อนวอนหรือทำพิธีบูชา

บทที่ 2: โพไซดอน: เจ้าแห่งท้องทะเลและเทพผู้เขย่าโลก

โพไซดอน (Poseidon) หนึ่งในสามเทพเจ้าสูงสุดของโอลิมปัส ผู้ครองท้องทะเล มหาสมุทร ม้า และแผ่นดินไหว มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในจิตวิญญาณและชีวิตของชาวกรีกโบราณ ในภาพลักษณ์ เขาถูกจินตนาการว่าเป็นเทพเจ้าเครางาม ถือตรีศูลยาวขับคลื่นลม ทรงพลัง และอารมณ์รุนแรง เช่นเดียวกับทะเลที่สงบได้ในชั่วครู่ และพลิกผันเป็นพายุได้ในพริบตา

หนึ่งในสมญานามของโพไซดอนคือ "Enosichthon" หรือ "ผู้เขย่าแผ่นดิน" ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อว่าทุกครั้งที่เทพเจ้าองค์นี้โกรธ เขาจะทุบตรีศูลลงบนพื้นดิน ทำให้เกิดแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์ตัดผ่านชายฝั่ง เรื่องเล่าหลายตำนานเชื่อมโยงโพไซดอนกับการทำลายล้างเมืองหรือการลงโทษผู้หมิ่นเกียรติของเทพเจ้า

ในตำนานเกี่ยวกับเมืองทรอย มีการกล่าวว่าโพไซดอนร่วมมือกับเทพอพอลโลในการสร้างกำแพงเมืองให้กษัตริย์ แต่เมื่อไม่ได้รับค่าตอบแทน เขาส่งสัตว์ทะเลมาทำลายและสร้างความวุ่นวาย รวมถึงแผ่นดินไหวในบริเวณชายฝั่ง

อีกตำนานหนึ่งที่สำคัญคือการแข่งขันระหว่างโพไซดอนกับเทพีอาธีน่าเพื่อเป็นผู้ปกครองนครเอเธนส์ โพไซดอนทุบตรีศูลลงบนแผ่นดินเกิดเป็นน้ำเค็มหรือบ่อน้ำในบางเวอร์ชัน ซึ่งบางการตีความมองว่านั่นคือการแสดงพลังการควบคุมทั้งทะเลและโลก

ในมุมมองของชาวกรีก แผ่นดินไหวไม่ใช่ปรากฏการณ์ทางกายภาพธรรมดา แต่เป็นเครื่องมือของเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่ใช้เพื่อแสดงความไม่พอใจหรือเตือนมนุษย์ให้เคารพในระเบียบแห่งเทพเจ้า

แม้ว่าโพไซดอนจะมีบทบาทหลักในทะเล แต่การเชื่อมโยงของเขากับแผ่นดินไหว ทำให้เขากลายเป็นตัวแทนของพลังธรรมชาติที่ไม่อาจควบคุมได้ และเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์

บทที่ 3: เมื่อเทพพิโรธ: แผ่นดินไหวในตำนานกรีก

แผ่นดินไหวไม่เพียงเป็นพลังทางกายภาพสำหรับชาวกรีกโบราณ หากแต่ยังเป็นการแสดงออกของเทพเจ้า โดยเฉพาะโพไซดอน ผู้ซึ่งพลังของเขาเชื่อมโยงกับทั้งทะเลและแผ่นดิน ตำนานกรีกมากมายได้ใช้แผ่นดินไหวเป็นฉากสำคัญหรือเป็นผลลัพธ์ของการกระทำของเหล่าเทพ เพื่อสื่อถึงความโกรธ เกียรติยศ หรือบทลงโทษที่สาสม

หนึ่งในตำนานที่ชัดเจนที่สุดคือการล่มสลายของแอตแลนติส ซึ่งเพลโตเล่าไว้ในบทสนทนา Timaeus และ Critias โดยบรรยายว่าแอตแลนติส ซึ่งเป็นอารยธรรมล้ำหน้าที่ตกอยู่ในความหยิ่งผยองและความอยุติธรรม ถูกเทพเจ้าทำลายด้วยแผ่นดินไหวและน้ำท่วมจมหายลงใต้ทะเลภายในวันเดียว แม้เรื่องนี้จะมีลักษณะกึ่งตำนานกึ่งปรัชญา แต่ก็สะท้อนแนวคิดว่าธรรมชาติ (ซึ่งควบคุมโดยเทพ) เป็นผู้ลงโทษเมื่อมนุษย์ละเมิดขอบเขตแห่งความสมดุล

ในมหากาพย์ อีเลียด ของโฮเมอร์ โพไซดอนใช้แผ่นดินไหวเป็นเครื่องมือในการเข้าแทรกแซงสงครามทรอย แม้ว่าเทพเจ้าหลายองค์จะมีบทบาทในการสนับสนุนฝ่ายต่าง ๆ แต่โพไซดอนก็ถูกบรรยายว่า “เขย่าแผ่นดิน” เพื่อข่มขวัญฝ่ายตรงข้าม และทำให้เกิดความวุ่นวายบนสนามรบ

อีกตัวอย่างหนึ่งคือเรื่องของอีออน (Aeon) เมืองหนึ่งที่ถูกแผ่นดินไหวทำลาย ผู้รอดชีวิตเชื่อว่าเป็นเพราะชาวเมืองได้ละเลยการบูชาเทพเจ้าประจำเมืองอย่างเหมาะสม จึงได้รับโทษ บันทึกจากนักประวัติศาสตร์เฮโรโดตุสและสตราโบทำให้เราทราบว่าแนวคิด “แผ่นดินไหวเป็นการลงโทษจากเทพ” ปรากฏในระดับวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่ในวรรณกรรมเท่านั้น

ในภาพรวม แผ่นดินไหวในตำนานกรีกไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังของเหตุการณ์ แต่เป็นตัวแทนของการแทรกแซงจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่อโลกของมนุษย์ เป็นการเตือนว่าโลกไม่ใช่ของมนุษย์ล้วน ๆ แต่มีพลังที่ใหญ่กว่าเฝ้าดูอยู่ ชาวกรีกโบราณใช้แผ่นดินไหวในตำนานเพื่อสะท้อนคุณค่าทางศีลธรรมและการเมือง เช่น การเคารพต่อระเบียบของเทพเจ้า ความรับผิดชอบของผู้นำ หรือแม้แต่การตอบสนองต่อความอยุติธรรมในสังคม พลังของโลกที่สั่นสะเทือนจึงไม่ใช่แค่ภัย แต่เป็นกระจกสะท้อนสภาพจิตวิญญาณของมนุษย์เอง

บทที่ 4: ธรณีวิทยากับความเชื่อ: แผ่นดินไหวในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ภูมิภาคทะเลเมดิเตอร์เรเนียนโดยเฉพาะบริเวณกรีซตอนใต้และหมู่เกาะอีเจียน เป็นหนึ่งในเขตที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้งที่สุดในโลก ด้วยเหตุผลทางธรณีวิทยา บริเวณนี้เป็นจุดที่แผ่นเปลือกโลกแอฟริกาดันตัวเข้าหาแผ่นยูเรเชีย ก่อให้เกิดแรงอัด การยกตัวของภูเขา การเกิดรอยเลื่อน และแน่นอน—แผ่นดินไหว

แผ่นดินไหวในกรีซโบราณจึงไม่ใช่เรื่องห่างไกลจากชีวิตประจำวัน เมืองอย่างเอเธนส์ โครินธ์ หรือเธรา (Thira – ปัจจุบันคือซานโตรินี) เคยประสบภัยพิบัติที่มีบันทึกไว้ แม้ในบางกรณีเราจะไม่สามารถระบุขนาดหรือศูนย์กลางของแผ่นดินไหวได้อย่างชัดเจน แต่การค้นพบทางโบราณคดี เช่น การถล่มของอาคาร การเปลี่ยนแปลงทางภูมิประเทศ และหลักฐานการสร้างเมืองใหม่ทับซ้อนเดิม ล้วนบ่งชี้ถึงพลังทำลายล้างของแผ่นดินไหวในพื้นที่นี้

สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ชาวกรีกโบราณไม่มีความรู้เรื่องการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก แต่พวกเขากลับอาศัยประสบการณ์ซ้ำ ๆ ของภัยพิบัติเหล่านี้ในการสร้างคำอธิบายเชิงเทพเจ้า และตำนานต่าง ๆ ที่สืบทอดกันมา ความเชื่อเช่นนี้ไม่ใช่แค่เพื่อตอบคำถาม “ทำไมโลกถึงสั่น” แต่ยังเป็นการสร้างกรอบความเข้าใจที่ช่วยให้ผู้คนรับมือกับความกลัว ความสูญเสีย และความไม่แน่นอน

การสังเกตพฤติกรรมของธรรมชาติ เช่น น้ำทะเลที่ลดลงก่อนเกิดคลื่นยักษ์ หรือเสียงใต้ดินก่อนแผ่นดินไหว อาจถูกตีความว่าเป็น “สัญญาณจากเทพเจ้า” ไม่ต่างจากการพยากรณ์ลางร้ายอื่น ๆ เช่น การบินของนก การเกิดสุริยุปราคา หรือฝันประหลาด

บทนี้จึงแสดงให้เห็นว่า ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และความเชื่อในเทพเจ้าของชาวกรีกโบราณ แม้จะดูขัดแย้งกัน แต่กลับมีจุดร่วมคือความพยายามเข้าใจโลกที่แปรปรวนและน่ากลัว โลกที่มนุษย์ไม่ได้เป็นผู้ควบคุม หากแต่ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมัน

บทที่ 5: โบราณคดีกับร่องรอยแผ่นดินไหวในอารยธรรมกรีก

แม้ตำนานและความเชื่อจะบอกเล่าเรื่องแผ่นดินไหวผ่านเทพเจ้า แต่หลักฐานเชิงวัตถุจากการขุดค้นทางโบราณคดีก็ช่วยให้เราเข้าใจว่าแผ่นดินไหวได้ส่งผลกระทบจริงอย่างไรต่ออารยธรรมกรีก หลายเมืองโบราณในกรีซแสดงให้เห็นถึงร่องรอยความเสียหาย การถล่มของอาคาร และการฟื้นฟูซ้อนทับหลายชั้น ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานทางธรณีวิทยา

ตัวอย่างสำคัญคือเมืองเธรา (Thira) หรือที่รู้จักกันในชื่อซานโตรินี ปัจจุบัน เมืองนี้เคยถูกภูเขาไฟระเบิดในช่วงประมาณ 1600 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งนักวิชาการบางส่วนเชื่อว่าเป็นชนวนให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ตามมา การระเบิดครั้งนั้นอาจเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดตำนานแอตแลนติสที่เพลโตกล่าวถึง ซากเมืองอะโครทีรี (Akrotiri) ที่ถูกฝังไว้ใต้เถ้าภูเขาไฟ บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนที่มีโครงสร้างซับซ้อนและระบบจัดการเมืองล้ำสมัย ก่อนจะถูกทำลายไปในพริบตา

อีกตัวอย่างหนึ่งคือเมืองเฮราคลิออนและเมืองคอมโบรสในคาบสมุทรเพโลพอนนีส ที่นักโบราณคดีพบว่าเคยถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว และมีร่องรอยการสร้างใหม่แบบเร่งด่วนในหลายยุค บางแห่งถึงกับมีรูปแบบสถาปัตยกรรมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน สะท้อนการปรับตัวของผู้คนหลังภัยพิบัติ

แม้จะไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์ชัดเจนว่าการถล่มของเมืองเหล่านี้เกิดจากแผ่นดินไหว แต่ร่องรอยในทางโบราณคดี เช่น พื้นที่แตกร้าว โครงสร้างบ้านเรือนที่พังทลายพร้อมกัน หรือศพที่ฝังอยู่ใต้ซากตึก ล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกันกับข้อสันนิษฐานของนักธรณีวิทยา

การเชื่อมโยงข้อมูลจากทั้งสองศาสตร์ — โบราณคดีกับธรณีวิทยา — ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวไม่เพียงถูกเล่าผ่านตำนานเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อชีวิตจริง วัฒนธรรม โครงสร้างเมือง และแม้แต่แนวคิดทางศาสนาในยุคโบราณด้วย

บทที่ 6: ศรัทธา พิธีกรรม และการรับมือกับภัยพิบัติ

เมื่อภัยพิบัติอย่างแผ่นดินไหวเกิดขึ้น ชาวกรีกโบราณไม่ได้เพียงแค่หวาดกลัวหรือพยายามอธิบายด้วยตำนาน พวกเขายังมีวิธีการตอบสนองผ่านพิธีกรรม ศรัทธา และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เป็นรูปธรรม แนวทางเหล่านี้ไม่ใช่แค่เพื่อปลอบขวัญ แต่ยังสะท้อนความเชื่อว่าการกระทำของมนุษย์สามารถมีผลต่อความเมตตาหรือความโกรธของเทพเจ้าได้

หลังเกิดแผ่นดินไหว มักมีการประกอบพิธีกรรมเฉพาะ เช่น การเซ่นไหว้โพไซดอนด้วยสัตว์พลี การสร้างวิหารหรือแท่นบูชาใหม่ในพื้นที่ประสบภัย หรือแม้แต่การอพยพออกจากเมืองที่เชื่อว่าเทพเจ้าไม่พอใจ การตีความว่าภัยพิบัติเกิดจากการล่วงเกินเทพเจ้า เป็นกลไกที่นำไปสู่การตรวจสอบคุณธรรมของชุมชนและผู้นำ

พิธีกรรมเหล่านี้มักถูกจัดขึ้นในที่โล่งแจ้ง เช่น ลานหน้าวิหาร หรือลานกลางเมือง (agora) และเป็นกิจกรรมรวมหมู่ที่มีความสำคัญทางสังคม ไม่ต่างจากการประกาศว่าสังคมพร้อมจะกลับมาสู่ดุลยภาพเดิมผ่านการขอขมาและฟื้นฟูความสัมพันธ์กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ศรัทธายังถูกสะท้อนผ่านวรรณกรรมและศิลปะ ตัวอย่างเช่น การสร้างภาพเทพโพไซดอนในท่วงท่าทรงพลังควบคุมทะเลและแผ่นดิน หรือการจารึกคำอธิษฐานบนแผ่นศิลาเพื่อขอความคุ้มครองจากเทพเจ้าในอนาคต

การตอบสนองต่อแผ่นดินไหวจึงเป็นทั้งเรื่องของจิตวิญญาณและการเมือง—เป็นการสร้างความมั่นคงทางสังคมเมื่อธรรมชาติพรากสิ่งนั้นไป ชาวกรีกไม่ได้เพียงรอชะตากรรม หากแต่ใช้พิธีกรรมและศรัทธาเป็นเครื่องมือสร้างความหมายและความหวังท่ามกลางความไม่แน่นอน

บทที่ 7: การเปลี่ยนผ่านของความเชื่อ: จากเทพเจ้าสู่วิทยาศาสตร์

ในช่วงปลายยุคโบราณเข้าสู่ยุคเฮลเลนิสติก ความคิดของชาวกรีกเริ่มเปลี่ยนไปจากการพึ่งพาตำนานและศรัทธาอย่างเดียว มาเป็นการตั้งคำถามเชิงเหตุผลเกี่ยวกับโลกและธรรมชาติ นักปรัชญา นักดาราศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์รุ่นแรกของโลกตะวันตกเริ่มเสนอแนวคิดใหม่เกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ รวมถึงแผ่นดินไหว

นักคิดอย่างธาเลสแห่งมิเลตุส อนาคซิแมนเดอร์ และอนาคซิเมนีส ต่างพยายามอธิบายโลกด้วยธาตุพื้นฐาน เช่น น้ำ ไฟ อากาศ และดิน และเสนอว่าธรรมชาติอาจควบคุมตนเองได้โดยไม่ต้องอาศัยเจตจำนงของเทพเจ้า โดยเฉพาะธาเลสเสนอว่าพื้นดินลอยอยู่บนมหาสมุทร และแผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนตัวของน้ำใต้ผิวโลก แนวคิดเช่นนี้แม้จะไม่ตรงกับข้อเท็จจริงสมัยใหม่ แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของวิทยาศาสตร์

เมื่อเวลาผ่านไป ศูนย์กลางของการเรียนรู้ย้ายไปยังเมืองต่าง ๆ อย่างอเล็กซานเดรีย ซึ่งรวบรวมงานวิจัยทางคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ และธรรมชาติวิทยาอย่างเป็นระบบ นักวิชาการในยุคนี้เริ่มใช้การสังเกต การทดลอง และการบันทึกเหตุการณ์แผ่นดินไหวเพื่อทำความเข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แทนที่จะอ้างอิงเพียงคำทำนายหรือตำนาน

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อทางศาสนาและตำนานไม่ได้หายไปทันที ตรงกันข้าม มันยังคงอยู่คู่กับวิทยาศาสตร์ในรูปแบบที่เปลี่ยนไป เช่น การเชื่อว่าการศึกษาธรรมชาติคือวิธีหนึ่งในการเข้าใจเจตจำนงของเทพ หรือมองว่าวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือของพระเจ้าผู้สร้างจักรวาล

บทนี้จึงแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของความรู้: จากโลกที่ถูกควบคุมโดยเทพเจ้าผู้พิโรธ สู่โลกที่มนุษย์เริ่มกล้าตั้งคำถามและค้นหาคำตอบด้วยตนเอง เป็นพัฒนาการที่ทั้งสะท้อนพลังของเหตุผล และยังทิ้งเงาของศรัทธาไว้ในวิธีคิดของกรีกยุคต่อมา

บทที่ 8: มรดกแห่งความกลัว: แผ่นดินไหวในจิตวิญญาณกรีกยุคใหม่

แม้ยุคของโอลิมปัสจะจางหายไปจากความเชื่อหลัก แต่อิทธิพลของเทพเจ้าและตำนานยังฝังรากลึกในวัฒนธรรมกรีกยุคใหม่ โดยเฉพาะต่อทัศนคติที่มีต่อแผ่นดินไหว ในดินแดนที่ยังคงเกิดแรงสั่นสะเทือนเป็นระยะ เช่น ในแถบเอเธนส์ เธสซาลี หรือเกาะต่าง ๆ ในทะเลอีเจียน ความกลัวที่ปะปนกับความเคารพต่อธรรมชาติยังดำรงอยู่

แม้ผู้คนจะเข้าใจว่าแผ่นดินไหวเกิดจากรอยเลื่อนแผ่นเปลือกโลก แต่เมื่อภัยมาถึง ความเชื่อดั้งเดิมมักหวนคืนมาอย่างเงียบงัน มีรายงานว่าหลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเอเธนส์ปี 1999 ผู้คนจำนวนไม่น้อยพากันไปจุดเทียน สวดมนต์ และวางพวงมาลัยที่วิหารร้างหรือโบสถ์ ซึ่งสะท้อนถึงมรดกทางจิตวิญญาณที่ยังไม่เลือน

ความกลัวต่อแผ่นดินไหวยังปรากฏในนิทานพื้นบ้านกรีก เช่น เรื่องเล่าว่าเมื่อเทพเจ้าพิโรธ พวกเขาจะขยับโลกเล็กน้อยเพื่อเตือนมนุษย์ให้กลับสู่เส้นทางแห่งความดี หรือแม้แต่คำพูดติดปากที่ใช้กันว่า “เทพกำลังสั่นพื้น” (o theós kounái ti gí) ก็ยังถูกใช้ในภาษาพูด

ในวงวิชาการ นักประวัติศาสตร์และนักมานุษยวิทยาชี้ให้เห็นว่า มรดกทางความเชื่อเกี่ยวกับแผ่นดินไหวในกรีซเป็นตัวอย่างหนึ่งของการที่วัฒนธรรมสามารถเก็บรักษาภูมิปัญญา ความกลัว และความหวังจากรุ่นสู่รุ่น แม้รูปแบบภายนอกจะเปลี่ยนไป แต่สารแก่นในใจมนุษย์ยังใกล้เคียงกับบรรพบุรุษของพวกเขาเมื่อหลายพันปีก่อน

แผ่นดินไหวในจิตวิญญาณกรีกยุคใหม่จึงไม่ใช่แค่แรงสั่นของเปลือกโลก แต่เป็นแรงสะเทือนในใจ ที่ปลุกเตือนให้มนุษย์ตระหนักถึงความเล็กของตนต่อธรรมชาติ และความจำเป็นของการมีที่พึ่งในสิ่งที่ใหญ่กว่าตนเอง

เนื้อหาโดย: nuengpaisarn
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nuengpaisarn's profile


โพสท์โดย: nuengpaisarn
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
มาเป็นคนแรกที่ VOTE ให้กระทู้นี้
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มาแล้ว! 10 เลขเด็ดเลขดัง "แม่ทำเนียนลอตเตอรี่" งวดวันที่ 16 เมษายน 68..ส่องเลย เลขไหนมาแรง!!เลขเด็ด สำนักดัง เจ้าเเม่ตะเคียน+เจ้าพ่อปากเเดง+จอมขมังเวทย์+โค้งสุดท้าย งวดวันที่ 16 เมษายน 2568ทึ่งทั่วไทย : คูเมืองเชียงใหม่ หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองเชียงใหม่รอยแยก "ลานหินแตก" ผาแต้ม – มหัศจรรย์ธรรมชาติแห่งอุบลราชธานีสุดเศร้า! พบร่าง Miss Tourism Myanmar 2018 เสียชีวิตใต้ซากอาคารพังถล่มตัดพ้อเบาๆ! พระเอกดังโดนทักเหมือนคนนั้นคนนี้ แต่ไม่มีใครทักว่าเหมือนตัวเองบ้านพัก "มินอ่องลาย" เสียหายหนักจากแผ่นดินไหวในพม่า!เซอร์ไพรส์สุด! สาวสวยช่วยค้นหาเหยื่อตึกถล่ม เผยตัวจริงเป็นนักร้องดังที่หลายคนไม่เคยรู้เลขเด็ด สำนักดัง กำลังวัน+ตำราพารวย+ตามวันหวยออก+ประจำวัน งวดวันที่ 16 เมษายน 2568ชีวิตติดแกรม หรือ ชีวิตติดแกลมใจป๋าสุดๆ! "รถถัง" หอบเงินสดเป็นฟ่อน มอบให้ครอบครัวแบบจัดเต็ม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
บ้านพัก "มินอ่องลาย" เสียหายหนักจากแผ่นดินไหวในพม่า!คิมจองอึนสั่งแบนฮอตดอก ชี้เป็นภัยต่ออัตลักษณ์เกาหลีเหนือ!!!ชีวิตติดแกรม หรือ ชีวิตติดแกลม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ถ้าจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศแบบถาวร จะเลือกประเทศไหนดีทึ่งทั่วไทย:ย่าโมมีความสำคัญอย่างไรกับโคราชตัวละคร : คณะประพันธกรจรจัดของเล่นเด็กไทยยุค 90 ที่กำลังจะถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา…มีอะไรบ้าง วันนี้ดิฉันจะมาเล่าให้ฟัง
ตั้งกระทู้ใหม่
หน้าแรกเว็บบอร์ดหาเพื่อนChatหาเพื่อน Lineหาเพื่อน SkypePic PostตรวจหวยควิซคำนวณPageแชร์ลิ้ง
Postjung
เงื่อนไขการให้บริการ ติดต่อเว็บไซต์ แจ้งปัญหาการใช้งาน แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม ข่าวประชาสัมพันธ์ ลงโฆษณา
เว็บไซต์นี้ใช้ Cookie
เพื่อประสบการณ์ที่ดีและการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดูข้อมูลเพิ่มเติม อ่านนโยบายการใช้งาน
ตกลง