รีวิวหนังสือ วาฬไม่อยู่ในแก้ว
ว่าด้วยปรัชญาทัศนคติในมุมมองของคนจีนนับว่ามีมาช้านาน โดยเฉพาะแนวคิดที่พัฒนาตนเองที่จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว เพื่อนำพาตัวเองสู่ทางออกของปัญหาที่เหมาะสม ผลงานการเขียนโดย ดร.เหอฉวนเฟิง ผ่าน 48 บทความที่เข้าใจง่ายและลึกซึ้งเข้าถึงใจคน แปลโดย อังค์วรา กุลวรรณวิจิตร
ใครที่สนใจหนังสือแนวพัฒนาตัวเองผ่านปรัชญาและจิตวิญญาณ ก็ขอแนะนำเลยครับ
ความรู้ความประทับใจในมุมมองของครีเอเตอร์
1.เวลาผู้คนเจอปัญหาความยากลำบากเล็กๆน้อยๆ พวกเขายากจะยอมรับแล้วพาใจโกรธหรือยอมแพ้ได้ง่ายๆขนาดนั้น เพราะวิสัยทัศน์แคบเกินไป
2.ตอนที่หมดหวังเหมือนเจอทางตัน เราจะเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมา แต่ถ้าเรามีความอดทนสูง เราจะบ่นน้อยลง ถ้าเราเป็นคนใจกว้าง ทางเดินจะกว้างขึ้น ถ้าวิสัยทัศน์กว้างมากพอ ปัญหาก็จะหายไป
3.การไม่ถูกเลือกไม่ได้แปลว่าเราไม่ดี ทำนองเดียวกับการที่มีคนชอบองุ่นหรือแตงโม ถ้าเขาเลือกแตงโมก็ไม่ได้หมายความว่าองุ่นแย่แต่อย่างใด
4.ถ้าเราไม่ยอมรับตัวเอง แล้วจะให้คนอื่นยอมรับในตัวเราได้อย่างไร ถ้าเราไม่พอใจในตัวเองแล้วจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อย่างไร
5.ถึงแม้สวรรค์จะมอบร่างกายภายนอกที่แตกต่างกัน แต่ร่างกายนี่แหละที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวเรา มันคือเหตุผลที่คุณเป็นคุณ แล้วทำไมถึงไม่เปิดใจยอมรับมันละ
6.เราโกรธใครสักคนมาก ไม่อยากให้เขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่ตอนที่ทำให้เขาทุกข์ เรามีความสุขมั้ย ?
7.ชีวิตคือการเดินไปข้างหน้า พวกเราควรหันไปดูว่าได้เรียนรู้อะไร ไม่ใช่เอาแต่หันไปมองจุดเริ่มต้นและรู้สึกเสียดายตลอดชีวิต
8.พฤติกรรมที่ดีงามจะนำมาซึ่งความรู้สึกที่ดีในตัวมันเองอยู่แล้ว เราจะไม่มีทางรู้สึกเสียดายไปตลอดชีวิต แต่ถ้าเรารู้สึกเสียดาย นั่นแปลว่าเราเรียกร้องต้องการอะไรบางอย่าง
9.ถ้าคุณอยากเปลี่ยนตัวเองให้เก่งขึ้น เพื่อนของคุณต้องเก่งกว่าคุณ เพราะมีแต่พวกเขาที่แชร์ความสำเร็จให้คุณฟัง ถ้าเอาแต่ทำเรื่องเดิมๆกับคนเดิมๆ เราจะหยุดพัฒนา
10.เมื่อเรื่องราวไม่เป็นตามที่ใจคิด ไม่ต้องไปหาเหตุผลจากคนอื่น แต่ต้องค้นหาจากตัวเอง เราต้องรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร ไม่ใช่ไปดูว่าคนอื่นทำอะไรกับตัวเราบ้าง
11.ตอนที่เราพูดเรื่องเดิมซ้ำไปมาหลายรอบ จิตไร้สำนึกก็จะเริ่มทำตามสิ่งที่เราพูด คำที่เราเลือกใช้บรรยายสิ่งที่เราพบเจอ สุดท้ายมันจะกลายเป็นชีวิตจริงของเรา
12.ทุกๆวันเราต้องพูดคุยกับคนอื่น แต่คนที่ได้รับผลกระทบจากคำพูดมากที่สุดคือตัวเราเอง เพราะในบรรดาคนที่เราคุยด้วยทั้งหมดจะมีตัวเราเองที่ได้ยินสิ่งที่เราพูดทั้งหมด คนอื่นจะได้ยินบางส่วนที่เราพูดเท่านั้น
13.ในขณะที่คุณกำลังอิจฉา คนที่ฉลาดกว่าคุณกำลังอิจฉาคนที่ฉลาดกว่าคุณ คนที่แสดงสีสันของตัวเองออกมาได้เก่งกว่าคุณ บางทีเขาอาจจะกำลังอิจฉาคุณที่ร้องเพลงเพราะกว่าหรือวิ่งเร็วกว่าเขาก็เป็นได้ ถ้าคุณเปลืองเวลาชีวิตไปกับการเปรียบเทียบการค้นหาสิ่งที่ตัวเองขาดตลอดชีวิตนี้ คุณก็จะไม่รู้สึกขอบคุณในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่
14.มือที่จับดอกไม้จะมีกลิ่นหอม มือที่ไปจับโดนปลาก็จะมีกลิ่นคาว ผลกระทบที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนก็เป็นเช่นเดียวกัน หากคุณอยู่กับคนแบบไหนนานๆ คุณก็จะกลายเป็นคนแบบนั้น เพราะฉะนั้นจึงสังเกต และระวัง คนที่คุณคบหาด้วย
15.พวกเราได้รับผลกระทบจากคนรอบข้างอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา นี่เป็นเรื่องที่น้อยคนนักจะสังเกตเห็น ถ้าอยู่กับคนที่มีความคิดกว้างไกล คุณจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ถ้าคุณเป็นมิตรกับคนที่ยิ่งใหญ่ คุณเองก็จะยิ่งใหญ่เหมือนเขา โชคชะตาของคุณอยู่กับคนที่คุณคบหาด้วย ขึ้นอยู่กับเพื่อนที่คุณเป็นคนเลือก
16.ถ้าคุณคาดหวังให้ตัวเองมีแนวคิดชีวิตที่ดีก็ต้องอยู่กับคนที่กระตือรือร้น มองโลกในแง่บวก เพราะเมื่อคุณพบเจอกับอุปสรรค และผจญกับพลังด้านลบเมื่อไหร่ หากคุณมองวิธีที่พวกเขาใช้เผชิญหน้ากับความลำบากและความท้าทาย ความคิดกับการกระทำของคุณก็จะได้รับอิทธิพลจากพวกเขาเช่นกัน
17."ความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีเรื่องอะไรดีๆเกิดขึ้นกับเราบ้าง แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราทำเรื่องดีๆอะไรไปบ้าง เปลี่ยนจากการสนใจว่า “จะได้อะไรจากคนอื่นบ้าง” เป็น "ฉันจะทำอะไรให้คนอื่นได้บ้าง" หรือ "ตัวฉันจะทำประโยชน์ให้กับเรื่องใดได้บ้าง"
แล้วคุณจะพบว่า ความสัมพันธ์ของคุณกับคนอื่นดีขึ้น ชีวิตมีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ วิสัยทัศน์แห่งชีวิตก็กว้างใหญ่ขึ้น"
18.ถ้าคุณอยากเป็นคนที่มีความตั้งใจแน่วแน่ ควรอยู่กับคนที่ตั้งใจ และลงมือทำจริง ถ้าคุณเป็นคนที่มองโลกในแง่บวกมากๆ อยู่แล้ว แต่กลับอยู่กับคนที่มองโลกในแง่ลบบ่อยๆ คุณเองก็เปลี่ยนเป็นคนที่มองโลกในแง่ลบได้ คุณจะได้รู้ว่า ความคิดในแง่ลบเป็นสิ่งที่ติดต่อกันได้
19.การปฏิสัมพันธ์ระหว่างเรา และผู้อื่นล้วนเกิดจากตัวเรา เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะเคารพตนเองเห็นว่า ความรู้สึก เวลา และความคิดของคุณสำคัญคนอื่นก็จะปฏิบัติกับคุณแบบเดียวกัน ในทางกลับกัน ถ้าคุณเอาอกเอาใจเขาไปทั่ว ยอมให้คนอื่นเรียกร้องเอาสิ่งโน้นสิ่งนี้ คนอื่นก็จะไม่เคารพคุณ
20.ไม่จำเป็นต้องรับอยากให้คนอื่นมาสังเกตเห็นหรือจดไว้ว่า ทำอะไรให้ใครไว้บ้าง ไม่จำเป็นต้องคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องพวกนี้ เพราะเรื่องอะไรก็ตามที่คุณ ท่ามันกำลังบ่งบอกถึงตัวคุณและคนที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด ก็คือ ตัวคุณเอง
21.คนที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ ถ้าวางเขาไว้ถูกที่เขาจะกลายเป็นคนที่ใส่ใจรายละเอียด และมีความแม่นยำ คนใจร้อน ถ้าวางไว้ถูกที่ อาจเป็นคนมีความกระตือรือร้น ส่วนคนที่เชื่องช้า ถ้าวางให้ถูกที่ ก็อาจกลายเป็นคนที่สงบเงียบ และใจเย็น
22.เขามีสิทธิ์ที่จะโกรธ คุณก็มีสิทธิ์ที่จะไม่รับความโกรธนะ คุณไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นฟองน้ำอารมณ์ดูดซับอารมณ์ทุกอย่างรอบตัว เรียนรู้ที่จะแยกแยะว่าอารมณ์ที่ประสบนั้นเป็นของตัวเอง หรือเป็นของคนอื่น ถ้าหากเป็นของคนอื่น ก็ส่งมันกลับคืนเจ้าของไปเถอะ!
23.ก่อนที่จะเปิดปากพูดออกไปต้องผ่านประตู 3 บานไปก่อน
- คำพูดเหล่านั้นเป็นเรื่องจริงไหม ?
- คำพูดเหล่านั้นจำเป็นไหม ?
- คำพูดเหล่านั้น พูดด้วยความหวังดีไหม ?
ถ้าไม่..โปรดปิดปากสงวนคำไว้ !
24.ถ้าเราพูดถึงใครบางคนในทางที่ไม่ดีมากๆ แต่กลับหวังให้เขาเปลี่ยนเป็นคนเก่ง มันจะเป็นไปได้ไหม ? เราไม่อาจกดใครบางคนให้อับอายโงหัวไม่ขึ้น แต่หวังให้เขาเชิดหน้าอย่างมั่นใจได้หรอก
25.ไม่ว่าเราจะตัดสินใจอย่างไร มันคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วในตอนนั้น ทางเลือกบางอย่างอาจพาเราเดินไปบนเนินที่สูงขึ้น ทางเลือกบางอย่างอาจลาดลง แต่ทุกเส้นทางล้วนทำให้เราได้ความรู้
26.ปัญหาทุกอย่างที่คุณเจอ เกิดขึ้นเพื่อให้คุณได้เรียนรู้ถึงความสามารถที่ตัวเองมี ทุกอย่างเกิดขึ้นเพื่อให้คุณแสดงศักยภาพให้มากขึ้น คุณจะได้ประสบการณ์จากเรื่องเหล่านี้ ความยากลำบากไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นเหมือนสมุดบัญชีเงินฝากของชีวิต










