หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

'ความคลั่งทิวลิป' เรื่องแปลกในตำนานของประเทศเนเธอร์แลนด์

เขียนโดย origin



 

Tulip Mania (ความคลั่งทิวลิป)

เป็นช่วงเวลาแห่งการเก็งกำไรทางเศรษฐกิจอย่างสุดโต่ง
ในสาธารณรัฐดัตช์ ช่วงต้นศตวรรษที่ 17 ซึ่งถือกันโดยทั่วไป
ว่าเป็นฟองสบู่ทางการเงินครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เกิดขึ้นระหว่างราวๆ
ปี 1634 ถึง 1637 และเกี่ยวข้องกับการค้าขายหัวทิวลิป
ซึ่งนำเข้ามาในยุโรปจากจักรวรรดิออตโตมัน และในไม่ช้าก็กลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย
ที่ได้รับความนิยมเนื่องจากความสวยงามและความหายาก


 

เมื่อทิวลิปได้รับความนิยมมากขึ้น ตลาดเก็งกำไรก็เกิดขึ้น พันธุ์ที่หายาก
และมีสีสันสวยงามเป็นพิเศษ เช่น ทิวลิปที่มีลายหรือ "แตก"
ซึ่งเกิดจากไวรัส กลายเป็นสิ่งที่มีค่ามากเป็นพิเศษ ราคาของหัวทิวลิปเหล่านี้เริ่มพุ่งสูงขึ้น
และการค้าขายก็ขยายออกไปไกลเกินกว่าแค่ผู้จัดสวนมืออาชีพ ไปจนถึงพ่อค้า
ช่างฝีมือ และแม้แต่ครอบครัวชนชั้นกลาง

หลายคนเชื่อว่าพวกเขาสามารถทำเงินได้อย่างรวดเร็ว
โดยการซื้อหัวทิวลิปในราคาสูงและขายต่อในราคาที่สูงกว่านั้นอีก


 

เมื่อถึงจุดสูงสุดของความคลั่งไคล้ มีรายงานว่าหัวทิวลิปบางหัว
ถูกขายไปในราคาสูงกว่าราคาบ้านหรือรายได้หนึ่งปีของช่างฝีมือ
การค้าได้พัฒนาไปสู่ตลาดซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งผู้ซื้อและผู้ขายทำสัญญาแลกเปลี่ยน

ในภายหลัง โดยมักจะไม่มีการเปลี่ยนมือสินค้าจริงๆ


 

อย่างไรก็ตาม ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1637 ความเชื่อมั่นในตลาดทิวลิป
ก็หายไปอย่างกะทันหัน ผู้ซื้อไม่ปรากฏตัวในงานประมูลตามปกติ
และราคาก็เริ่มตกต่ำลง เมื่อความตื่นตระหนกแพร่กระจาย ตลาดก็พังทลายลง
ทำให้หลายคนต้องเสียสัญญาที่ไร้ค่าและหนี้สินมหาศาล

แม้ว่าเศรษฐกิจของเนเธอร์แลนด์โดยรวมจะค่อนข้างมั่นคง
แต่บุคคลจำนวนมากก็เผชิญกับความหายนะทางการเงิน


 

Tulip Mania มักถูกยกมาเป็นตัวอย่างคลาสสิกของอันตรายจากฟองสบู่เก็งกำไร
ซึ่งราคาสินทรัพย์จะแยกออกจากมูลค่าที่แท้จริงเนื่องจากความโลภ

การโฆษณาเกินจริง และพฤติกรรมของฝูงชน ในขณะที่นักประวัติศาสตร์สมัยใหม่
ถกเถียงกันถึงขนาดของผลกระทบทางเศรษฐกิจ

เหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นเรื่องราวเตือนใจที่ยาวนาน
เกี่ยวกับความฟุ่มเฟือยที่ไม่สมเหตุสมผลในตลาด




เนื้อหาโดย: origin
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
origin's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 261 ครั้ง
เขียนโดย origin
นักวิเคราะห์ข้อมูลเชิงจัดอันดับ (Ranking Content Analyst)
เชี่ยวชาญการคัดเลือกและเรียบเรียงข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ อันดับ และข้อเท็จจริงเชิงลึก มุ่งเน้นความถูกต้องของข้อมูล และการนำเสนอที่เข้าถึงผู้อ่านวงกว้าง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
16 VOTES (4/5 จาก 4 คน)
VOTED: momon, bemygon, pakpranang, origin
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทยแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นหายไปไหนใน 20 ปีที่ผ่านมาทำไมปลาปักเป้าต้องพองตัว แล้วการพองตัวแบบนี้จะทำให้ตัวมันเจ็บหรือเป็นอันตรายไหมนะ?ทำไมขวดซีอิ๊ว น้ำปลา มักจะมี "ปุ่มนูนเล็กๆ" อยู่ใต้ขวด?ต่างชาติมองไทยติดโผ "ดาวรุ่งดวงใหม่" ของห่วงโซ่อุปทานโลก"กลิ่นเด็ก" (Newborn Scent) กลิ่นมหัศจรรย์ที่มีแค่ช่วงวัยเด็กเท่านั้น5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย10 สมาร์ทวอทช์ที่นิยมที่สุดในปี 2026รวม เลขปฏิทินจีน งวด 1/7/693 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทยชีวิตหลังเกษียณกับบ้านสวน ทำไมหลายคนมองว่าอยู่สบายกว่าเดิมสถานที่ท่องเที่ยวในไทย ที่ชาวต่างชาติรู้จักและนิยมมากกว่าคนไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เมื่อเวลาของมนุษยชาติหดสั้นลง 4 ปี วิกฤตโลกร้อนที่ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไปทำไมราชวงศ์ชิงระแวงชาวฮั่น? เบื้องหลังความหวาดระแวงที่ยาวนานกว่า 200 ปีเปิดรายชื่อลูกหลานตระกูลขุนนางจีน ที่ยังสืบทอดสายเลือดมาจนถึงปัจจุบันทำไมคนเกาหลีไม่คีบข้าวด้วยตะเกียบแบบจีน?
ตั้งกระทู้ใหม่