น้ำมันดิบ 1 บาร์เรล (ประมาณ 159 ลิตร) ให้ผลผลิตอะไรบ้าง?
เขียนโดย ลูกสาวอบต
กระบวนการกลั่นแยกส่วนของน้ำมันดิบ ตามภาพล่าง แสดงหอแยกส่วนที่ใช้ในโรงกลั่นน้ำมันเพื่อแยกน้ำมันดิบออกเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่มีประโยชน์ต่างๆ น้ำมันดิบจะถูกให้ความร้อนในเตาเผาที่ด้านล่างของระบบจนกระทั่งกลายเป็นส่วนผสมของไอและของเหลวร้อน ส่วนผสมนี้จะเข้าสู่หอแยกส่วนสูง
ภายในหอแยกส่วน อุณหภูมิจะสูงที่สุดที่ด้านล่างและลดลงไปทางด้านบน เมื่อไอระเหยลอยขึ้นไปตามหอแยกส่วน สารไฮโดรคาร์บอนต่างๆ จะควบแน่นที่ระดับต่างๆ ตามจุดเดือดของมัน แต่ละส่วนจะถูกเก็บรวบรวมผ่านท่อที่ความสูงเฉพาะ
น้ำมันดิบ (Crude Oil) ที่เพิ่งขุดขึ้นมานั้นแทบจะเอาไปทำประโยชน์โดยตรงไม่ได้เลย จนกว่าจะผ่านกระบวนการที่เรียกว่า การกลั่นลำดับส่วน (Fractional Distillation)
หากเปรียบเทียบน้ำมันดิบเป็น "อัญมณีที่ยังไม่ได้เจียระไน" ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ข้างในนั้นคือสายโซ่ไฮโดรคาร์บอนที่ยาวสั้นไม่เท่ากัน ซึ่งจะถูกแยกออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมหาศาล
การกลั่นน้ำมันดิบเป็นกระบวนการทางกายภาพที่ใช้ในการแยกน้ำมันดิบออกเป็นส่วนประกอบต่างๆ (เรียกว่าเศษส่วน) โดยอาศัยจุดเดือดที่แตกต่างกัน น้ำมันดิบจะถูกให้ความร้อนในเตาเผา จากนั้นไอน้ำจะลอยขึ้นไปยังหอกลั่น ซึ่งอุณหภูมิจะค่อยๆ ลดลงเมื่อสูงขึ้น ทำให้แต่ละเศษส่วนมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นที่ระดับหนึ่ง ผลิตภัณฑ์หลักที่ได้และประโยชน์จากกระบวนการนี้
1 บาร์เรล (ประมาณ 159 ลิตร) ให้ผลผลิตอะไรบ้าง?
เมื่อผ่านหอกลั่น น้ำมันดิบจะถูกแยกออกตามจุดเดือดที่แตกต่างกัน ดังนี้.....
-
ก๊าซหุงต้ม (LPG): ส่วนที่เบาที่สุด ใช้ในครัวเรือนและอุตสาหกรรม สำหรับทำความร้อนและปรุงอาหาร (เช่น ก๊าซบิวเทนและโพรเพน)ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำ (20-40°C)
-
น้ำมันเบนซิน (Gasoline): มีความหนาแน่นรองลงมา (ประมาณ 70 องศาเซลเซียส) เป็นเชื้อเพลิงหลักของเครื่องยนต์รถยนต์ ขุมพลังหลักของรถยนต์ส่วนบุคคล
- แนฟทา ( Naphtha ) ได้ที่อุณหภูมิประมาณ 120 องศาเซลเซียส เป็นวัตถุดิบ (มีค่า) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเคมี เช่น อุตสาหกรรมพลาสติกและตัวทำละลาย
-
น้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน (Jet Fuel): มีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นที่ประมาณ 180 องศาเซลเซียส ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินเจ็ตและเตาเผา เป็นตัวขับเคลื่อนการเดินทางข้ามโลก
-
น้ำมันดีเซล (Diesel): ได้จากการกลั่นที่อุณหภูมิประมาณ 250 องศาเซลเซียส ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลในรถบรรทุกและยานพาหนะขนาดใหญ่ หัวใจของการขนส่งสินค้าและเครื่องจักรหนัก
-
น้ำมันหล่อลื่นและไข: ได้จากการกลั่นที่อุณหภูมิประมาณ 300 องศาเซลเซียส ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเรือและโรงไฟฟ้าอุตสาหกรรมสำหรับเครื่องยนต์และผลิตภัณฑ์บำรุงรักษา
-
น้ำมันเตาและต้อย (Bitumen): ส่วนที่หนักที่สุด เหลืออยู่ที่ก้นหอแยก เป็นผลิตภัณฑ์หนักมากที่มีจุดเดือดสูง (สูงกว่า 350 องศาเซลเซียส) โดยพื้นฐานแล้วใช้ในการปูถนนและมุงหลังคา ที่กลายเป็นยางมะตอยราดถนนที่เราวิ่งกันอยู่
มากกว่าแค่ "เชื้อเพลิง"
สิ่งที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ "ศักยภาพ" ของน้ำมันดิบไม่ได้หยุดอยู่แค่การเผาไหม้เพื่อให้พลังงาน แต่ยังเป็นสารตั้งต้นของ ปิโตรเคมี (Petrochemicals) ซึ่งอยู่รอบตัวเราในรูปแบบของ...
-
พลาสติกและบรรจุภัณฑ์
-
เส้นใยสังเคราะห์ในเสื้อผ้า
-
ปุ๋ยเคมีที่ช่วยในเกษตรกรรม
-
แม้แต่ส่วนประกอบในเครื่องสำอางและยารักษาโรค
การมองว่าน้ำมันดิบคือ "ศักยภาพที่รอการแยกตัว" จึงเป็นการมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงที่ขับเคลื่อนอารยธรรมมนุษย์ในปัจจุบันอย่างแท้จริง คุณค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัววัตถุดิบ แต่อยู่ที่ "ความรู้และเทคโนโลยี" ที่เราใช้ในการสกัดส่วนประกอบเหล่านั้นออกมา ยิ่งเรามีความแม่นยำในการแยกส่วนมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งสร้างมูลค่าและประสิทธิภาพจากทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดได้มากขึ้นเท่านั้น
เขียนโดย ลูกสาวอบต
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
ประเทศที่ร้อนที่สุดในโลก!!
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
นิสัยจากวันเกิด
บุคคลที่ร่ำรวยและมีทรัพย์สินมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของไทย
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
พลังแห่งอีโมจิ เมื่อสัญลักษณ์บนหน้าจอกลายเป็นเครื่องรางยุคใหม่
ประวัติ “โซโล วรมัน” ลูกชาย แอ๊ด คาราบาว ก่อนรับยศ ว่าที่ พ.ต.ท.
สงกรานต์รถแน่นมาก! 9 ทริคขับกลับบ้านให้ถึงแบบไม่เหนื่อยและปลอดภัย
"ช่องแคบฮอร์มุซ" จุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก






