ป่าชายเลนบางขุนเทียน พื้นที่ธรรมชาติชายฝั่งของกรุงเทพฯ ที่เหลืออยู่ไม่ไกลอ่าวไทย
เขียนโดย origin
ป่าชายเลนบางขุนเทียน พื้นที่ธรรมชาติชายฝั่งที่กรุงเทพยังเหลืออยู่
ป่าชายเลนบางขุนเทียน คือพื้นที่ธรรมชาติชายฝั่งที่หาได้ยากมากในกรุงเทพมหานคร เพราะตั้งอยู่ในเขตบางขุนเทียน พื้นที่เดียวของเมืองหลวงที่ติดทะเล
สำหรับคนที่คุ้นกับภาพกรุงเทพฯ แบบถนนใหญ่ อาคารสูง รถติด และย่านชุมชนหนาแน่น บางขุนเทียนอาจทำให้ต้องหยุดคิดใหม่สักนิดว่า เมืองหลวงแห่งนี้ยังมีพื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยอยู่จริง และยังมีป่าชายเลนที่ทำหน้าที่มากกว่าการเป็นฉากธรรมชาติให้คนไปเดินเที่ยว
ป่าชายเลนบางขุนเทียนอยู่บริเวณแขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน เป็นพื้นที่ที่ถูกพูดถึงเสมอเมื่อมีการอธิบายเรื่องป่าไม้ในกรุงเทพมหานคร เพราะข้อมูลด้านทรัพยากรป่าไม้ของรัฐระบุว่า กรุงเทพฯ มีพื้นที่ป่าไม้รวมประมาณ 3,946.02 ไร่ หรือราว 6.31 ตร.กม. และพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่บริเวณบางขุนเทียน ใกล้อ่าวไทย
ตัวเลขนี้ทำให้เห็นภาพค่อนข้างตรงไปตรงมา เมืองที่มีผู้คนอาศัยและใช้ชีวิตหนาแน่น ยังเหลือพื้นที่ป่าไม้เพียงหลักพันไร่เท่านั้น เมื่อเทียบกับขนาดเมืองทั้งเมือง ป่าชายเลนบางขุนเทียนจึงไม่ได้เป็นแค่ “ที่เที่ยวธรรมชาติใกล้กรุง” แต่เป็นพื้นที่ธรรมชาติชายฝั่งที่ช่วยบอกสภาพจริงของเมืองหลวงไทยในอีกมุมหนึ่ง
พื้นที่ป่าชายเลนที่ไม่ได้มีแค่ไว้ชมวิว
จุดสำคัญของป่าชายเลนบางขุนเทียนคือบทบาทของมันต่อชายฝั่ง ป่าชายเลนทำหน้าที่เหมือนกำแพงธรรมชาติ ช่วยลดแรงคลื่น ชะลอการกัดเซาะ และเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำขนาดเล็กก่อนออกสู่ทะเล
ถ้าเดินมองพื้นที่ชายฝั่งบางขุนเทียน จะเห็นว่าธรรมชาติแถวนี้ไม่ใช่ป่าทึบแบบภูเขา แต่เป็นระบบนิเวศชายเลนที่อยู่ระหว่างดิน น้ำเค็ม น้ำกร่อย และแนวชายฝั่ง ต้นไม้แต่ละกลุ่มจึงเกี่ยวพันกับสัตว์น้ำ นกชายเลน และวิถีของคนริมทะเลมากกว่าที่ตาเห็นในครั้งแรก
อีกประเด็นที่ทำให้พื้นที่นี้มีน้ำหนักมากขึ้น คือประวัติการจัดการพื้นที่ชายฝั่ง เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2532 คณะรัฐมนตรีมีมติจำแนกพื้นที่ป่าชายเลนในเขตบางขุนเทียนจำนวน 2,735 ไร่ ออกจากป่าไม้ถาวรแห่งชาติ และให้กรุงเทพมหานครดูแลเพื่อการฟื้นฟูและป้องกันการพังทลายชายฝั่ง
การเปลี่ยนสถานะและการดูแลพื้นที่ในครั้งนั้น ทำให้บางขุนเทียนไม่ใช่แค่พื้นที่ธรรมชาติที่เหลือรอดเองตามสภาพ แต่เป็นพื้นที่ที่ต้องมีการจัดการ ฟื้นฟู และเฝ้าระวังต่อเนื่อง เพราะหากปล่อยให้ชายฝั่งเสียสมดุล เมืองหลวงก็จะเสียแนวกันชนธรรมชาติไปพร้อมกัน
ปัญหากัดเซาะที่ทำให้พื้นที่นี้ยิ่งต้องถูกมองจริงจัง
แม้ป่าชายเลนบางขุนเทียนจะมีความสำคัญ แต่พื้นที่นี้เผชิญปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างหนัก ข้อมูลเดิมระบุว่าแนวป่าชายฝั่งที่เหลือมีความหนาแน่นเพียงราว 50 เมตร ขณะที่ป่าชายเลนที่สมบูรณ์ควรมีแนวป่าชายฝั่งประมาณ 300 เมตร
ช่องว่างระหว่าง 50 เมตร กับ 300 เมตร ทำให้เห็นภาพชัดกว่าคำอธิบายยาว ๆ ว่า แนวป่าที่เหลืออยู่บางเพียงใด คำถามที่ตามมาคือ ถ้าแนวป่าชายฝั่งยังถอยร่นต่อไป เมืองที่อยู่ด้านหลังจะต้องพึ่งอะไรในการรับแรงคลื่นและการเปลี่ยนแปลงของชายฝั่ง
บางขุนเทียนจึงเป็นพื้นที่ที่คนกรุงเทพฯ ควรมองมากกว่าสถานที่พักผ่อนวันหยุด เพราะมันเกี่ยวกับอนาคตของเมือง น้ำทะเล ชายฝั่ง และระบบนิเวศที่ยังทำงานเงียบ ๆ อยู่ทุกวัน การรู้ว่ากรุงเทพฯ ยังมีป่าชายเลนเหลืออยู่ อาจไม่สำคัญเท่าการถามต่อว่า เมืองนี้จะรักษาแนวป่าชายฝั่งผืนนี้ไว้ได้นานแค่ไหน
เนื้อหาโดย: origin
เขียนโดย origin
เชี่ยวชาญการคัดเลือกและเรียบเรียงข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ อันดับ และข้อเท็จจริงเชิงลึก มุ่งเน้นความถูกต้องของข้อมูล และการนำเสนอที่เข้าถึงผู้อ่านวงกว้าง
5 มหาลัยเอกชนที่เด็กไทยนิยมเรียนที่สุด
ถนน 4 อำเภอเข้ายากที่สุดในไทย
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว
"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
5 (ต่าง)จังหวัด ที่สอบติดหมอมากที่สุดในประเทศไทย
ทำไม "นมตราหมี"แบบกระป๋อง ต้องมีกระดาษห่อ?
สินค้าที่ประเทศไทย ส่งออกมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ของโลก
เขื่อนคอนกรีตบดอัดที่ยาวที่สุดในโลก” อยู่ที่ประเทศไทย
ราชภัฏอีสานที่มีนักศึกษาเยอะ3อันดับ
แนวทางเลขเด็ดคำชะโนดปกเขียว งวด 16 พฤษภาคม 69 เลขเด่นที่ถูกพูดถึง
เงินเดือน สารวัตรทหาร (ส.ห.)
4 จังหวัดที่มักจะรอดจากน้ำท่วม เพราะภูมิประเทศช่วยระบายน้ำ
เกาะของไทยขนาดใหญ่ที่สุด ที่ไม่มีประชากรอาศัยอยู่แบบถาวร





