หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รถจักรไอน้ำรุ่นสุดท้าย ที่ปัจจุบันยังถูกใช้งานจริงในประเทศไทย

เขียนโดย origin



 

รถจักรไอน้ำ Japanese Pacific steam locomotive
หรือที่รู้จักในประเทศไทยในชื่อ
รถจักรไอน้ำญี่ปุ่นแปซิฟิค (JNR Class C56/CX50)

เป็นหนึ่งในรถจักรไอน้ำที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ระบบรางไทย
โดยถือเป็นรถจักรไอน้ำรุ่นสุดท้ายของการรถไฟแห่งประเทศไทย
ที่ถูกนำมาใช้งานจริง รถจักรรุ่นนี้ผลิตโดยกลุ่มอุตสาหกรรมรถไฟของประเทศญี่ปุ่น
ระหว่างปี พ.ศ. 2485–2502 (ค.ศ. 1942–1959) 
รวมจำนวนการผลิตทั้งหมด 45 คัน
เพื่อรองรับการเดินรถโดยสารในหลายประเทศ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง


 

วัตถุประสงค์หลักของรถจักรไอน้ำญี่ปุ่นแปซิฟิค คือการใช้ลากจูงขบวนรถไฟโดยสาร
อาทิ ขบวนรถด่วน ขบวนรถเร็ว และขบวนรถธรรมดา ด้วยรูปแบบล้อแบบ
“Pacific” (4-6-2) ซึ่งเหมาะสำหรับการทำความเร็วและการวิ่งระยะไกล

รถจักรรุ่นนี้มีสมรรถนะสูงสำหรับยุคนั้น มีกำลังเครื่องยนต์ประมาณ 1,280 แรงม้า
และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงนับเป็นกำลังหลัก
ของการเดินรถโดยสารในหลายเส้นทางสำคัญของประเทศไทยในอดีต


 

ประเทศไทยได้รับรถจักรไอน้ำญี่ปุ่นแปซิฟิคมาใช้งานทั้งหมด 40 คัน
หมายเลข 283–292 และ 821–850 หลังจากปลดประจำการ รถจักรส่วนหนึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้
เพื่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ปัจจุบันยังคงเหลือห้องขับ (cab)
จัดแสดงอยู่ที่สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) จำนวน 2 คัน คือหมายเลข 823
และ 841 ขณะเดียวกัน ยังมีรถจักรที่สามารถใช้งานได้จริงอีก 2 คัน คือหมายเลข 824
และ 850 ซึ่งจะถูกนำออกวิ่งเฉพาะในโอกาสพิเศษหรือวันสำคัญเท่านั้น


 

จากจำนวนการผลิตทั้งหมด 45 คัน ปัจจุบันยังคงเหลือรถจักรไอน้ำญี่ปุ่นแปซิฟิค
ที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและได้รับการอนุรักษ์รวม 5 คัน โดยมีทั้งที่อยู่ในประเทศไทย
ภายใต้การดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทย และอีกส่วนหนึ่งใช้งานอยู่ในประเทศจอร์แดน
โดยการรถไฟฮิญาซ รถจักรไอน้ำรุ่นนี้จึงไม่เพียงเป็นมรดกทางอุตสาหกรรมของไทยเท่านั้น
แต่ยังเป็นหลักฐานสำคัญของความร่วมมือด้านระบบรางในระดับนานาชาติ
และพัฒนาการของการคมนาคมทางรถไฟในศตวรรษที่ 20 อย่างแท้จริง



เนื้อหาโดย: origin
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
origin's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 241 ครั้ง
เขียนโดย origin
นักวิเคราะห์ข้อมูลเชิงจัดอันดับ (Ranking Content Analyst)
เชี่ยวชาญการคัดเลือกและเรียบเรียงข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ อันดับ และข้อเท็จจริงเชิงลึก มุ่งเน้นความถูกต้องของข้อมูล และการนำเสนอที่เข้าถึงผู้อ่านวงกว้าง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: origin
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดมารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่ายมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบทําไม"ลิง"ถึงไม่เดิน2ขาเหมือนคนเปาบราซิเลีย: จากสีย้อมไฮเอนด์ยุคโบราณ สู่หัวใจเครื่องดนตรีคลาสสิกระดับตำนาน5 เคล็ดลับและเรื่องจริง ที่คนไทย อาจไม่ค่อยรู้ทำไมเวลาคันแล้วเราต้องเกา? เบื้องหลังกลไกที่ร่างกายสั่งให้ทำโดยไม่รู้ตัวคนซื้อหวยไม่เคยถูก(เพราะอะไร)ทำไม "ปลานิล" ไม่ระบาดเหมือน "ปลาหมอคางดำ" ทั้งที่เข้ามาในไทยก่อน?10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำความจริงของยางลบสองสี ฝั่งสีน้ำเงินไม่ได้มีไว้ลบปากกา รู้ไว้ก่อนกระดาษพังทำไมผมบนหัวถึงยาวกว่าขนส่วนอื่น?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่ผู้ชายหล่อที่สุด ถูกยกย่องว่าหน้าตาดีที่สุดในประเทศไทยเปาบราซิเลีย: จากสีย้อมไฮเอนด์ยุคโบราณ สู่หัวใจเครื่องดนตรีคลาสสิกระดับตำนานทําไม"ลิง"ถึงไม่เดิน2ขาเหมือนคนเล็บจริงก็มีอยู่แล้ว...แล้วทำไมหลายคนยังยอมเสียเงินต่อเล็บทุกเดือน?10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้างมองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่ขายได้เกือบ 6 แสนบาท! ใครยอมซื้อ?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทําไม"ลิง"ถึงไม่เดิน2ขาเหมือนคนเล็บจริงก็มีอยู่แล้ว...แล้วทำไมหลายคนยังยอมเสียเงินต่อเล็บทุกเดือน?5 เคล็ดลับและเรื่องจริง ที่คนไทย อาจไม่ค่อยรู้ทำไมผมบนหัวถึงยาวกว่าขนส่วนอื่น?
ตั้งกระทู้ใหม่