รักแท้แม้หลังวันตาย ของ "เจ้าชายเปดรู" กับ "อีเนส เด กัสโตร"
เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงนี้เริ่มขึ้นในประเทศโปรตุเกส ช่วงปี ค.ศ. 1340 เมื่อ เจ้าชายเปดรู มกุฎราชกุมารแห่งโปรตุเกส ได้ตกหลุมรักอย่างบ้าคลั่งกับ อีเนส เด กัสโตร หญิงรับใช้ผู้เลอโฉมของพระชายา ทว่าความรักครั้งนี้ถูกคัดค้านอย่างรุนแรงจาก กษัตริย์อาฟอนโซที่ 4 ผู้เป็นพระบิดา เพราะพระองค์มองว่าอีเนสเป็นสายลับทางการเมือง และฐานะต่ำต้อยเกินกว่าจะคู่ควรกับราชวงศ์

แม้พระชายาจะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว เจ้าชายเปดรูก็ยังดึงดันที่จะใช้ชีวิตและมีลูกกับอีเนสอย่างเปิดเผย ทำให้พระบิดาทรงพิโรธจัด ในที่สุดปี ค.ศ. 1355 กษัตริย์อาฟอนโซจึงสั่งให้ทหารสามนายบุกเข้าไป ตัดศีรษะ อีเนสอย่างโหดเหี้ยมต่อหน้าลูกน้อยของเธอ ในขณะที่เจ้าชายเปดรูออกไปล่าสัตว์
สิ่งแรกที่พระองค์ทำคือ สั่งตามล่าทหารสองในสามนายที่ลอบสังหารอีเนสมาลงทัณฑ์อย่างโหดเหี้ยมด้วยการ "ควักหัวใจออกสดๆ" (คนหนึ่งควักจากอก อีกคนควักจากกลางหลัง) เพื่อให้สมกับที่พวกมันทำลายหัวใจของพระองค์ แต่สิ่งที่ทำให้อาลักษณ์ต้องจารึกไว้จนถึงทุกวันนี้คือในปี ค.ศ. 1360 กษัตริย์เปดรูประกาศว่า พระองค์กับอีเนสได้แอบแต่งงานกันอย่างลับๆ ก่อนเธอตาย ดังนั้นเธอคือราชินีที่ถูกต้อง พระองค์จึงสั่งให้ทหารไป "ขุดศพของอีเนส" ที่ฝังและเน่าเปื่อยไปแล้วนานถึง 5 ปีขึ้นมาจากหลุม!
ร่างของอีเนสถูกนำมาทำความสะอาด แต่งกายด้วยชุดเจ้าสาวและผ้าคลุมกำมะหยี่สีทองหรูหราอลังการ นำมงกุฎราชินีมาสวมลงบนกะโหลกอันแห้งกรัง จากนั้นนำร่างนั้นไปประทับนั่งบนบัลลังก์ทองคำเคียงข้างพระองค์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
กษัตริย์เปดรูสั่งให้ขุนนาง อัศวิน และข้าราชบริพารทุกคนในราชสำนัก เดินเรียงแถวเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าศพ แล้ว จูบหลังมืออันเหี่ยวย่นและไร้เนื้อหนังของศพราชินีอีเนส เพื่อแสดงความจงรักภักดีทีละคน ใครแสดงท่าทีรังเกียจหรือขัดคำสั่งจะถูกลากไปประหารชีวิตทันที
เหตุผลที่ต้องตั้งโลงศพแบบนี้เพราะกษัตริย์เปดรูสั่งไว้ว่า
"เมื่อวันสิ้นโลกมาถึง และเราทั้งสองฟื้นคืนชีพขึ้นมา สิ่งแรกที่เราจะได้เห็นเมื่อลืมตาขึ้น... คือใบหน้าของกันและกันทันที"
ปิดฉากตำนานรักแท้ปนความวิปริตที่ชวนขนหัวลุกที่สุดในประวัติศาสตร์ยุโรป
บันทึกพงศาวดารโปรตุเกสโบราณ "Crónica de D. Pedro" โดยบันทึกของราชสำนัก, สารานุกรมประวัติศาสตร์ยุโรปยุคกลาง (Inês de Castro - Britannica) และมหากาพย์กวีนิพนธ์ระดับโลก "Os Lusíadas" ของกวีเอก Luís de Camões
Big Bubble หมากฝรั่งเทปในความทรงจำ หายไปจริงหรือแค่โลกหน้าโรงเรียนเปลี่ยนไป?
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทย
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
นั่งท้ายเครื่องบินปลอดภัยกว่าจริงไหม? กัปตันตอบแล้ว สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกที่นั่ง
ตั๊กแตนปาทังก้า จากศัตรูพืชสู่เมนูทอดกรอบที่คนไทยพลิกวิกฤตเป็นรายได้
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
10 ความเข้าใจผิดเรื่องการพนัน ที่ทำให้หลายคนยิ่งเล่นยิ่งเสีย
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ ส่วนข้อคิดประจำวันก็คือ ไข่เจียวทอดร้อนๆ กินกับซอสมะเขือเทศและแหนมอร่อยมาก ขอบคุณครับ
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
5 มหาวิทยาลัยที่อยู่ติดภูเขาและมีวิวสวยที่สุดในประเทศไทย
ทำไม “เฮลซ์บลูบอย” ยังอยู่ในครัวไทย แม้โลกเครื่องดื่มเปลี่ยนไปมาก
จ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิว
Big Bubble หมากฝรั่งเทปในความทรงจำ หายไปจริงหรือแค่โลกหน้าโรงเรียนเปลี่ยนไป?
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ ส่วนข้อคิดประจำวันก็คือ ไข่เจียวทอดร้อนๆ กินกับซอสมะเขือเทศและแหนมอร่อยมาก ขอบคุณครับ
นั่งท้ายเครื่องบินปลอดภัยกว่าจริงไหม? กัปตันตอบแล้ว สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกที่นั่ง
10 ความเข้าใจผิดเรื่องการพนัน ที่ทำให้หลายคนยิ่งเล่นยิ่งเสีย
บิตคอยน์ไม่ใช่เงินแห่งอนาคต ไม่ใช่ทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ต่างหาก
แรงงานไทยควรอัปสกิลอะไรบ้าง เมื่อรัฐจับมือ Microsoft พัฒนาคนทำงาน 150,000 คน





