นักศึกษาจากประเทศไหน เข้ามาเรียนต่อในไทยมากที่สุด
ประเทศที่มีนักเรียน
มาเรียนในประเทศไทยมากที่สุด 5 อันดับ
จีน — 21,419 คน
จีนเป็นประเทศที่มีนักศึกษาเข้ามาศึกษาในประเทศไทยมากที่สุดอย่างต่อเนื่อง
โดยมีจำนวน 21,419 คน คิดเป็นประมาณ 62.6% ของนักศึกษาต่างชาติทั้งหมดในประเทศไทย
ตามข้อมูลภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ของกระทรวง อว.
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มนักศึกษาจีนมีจำนวนมากกว่าประเทศอันดับ 2
หลายเท่าตัว และเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ประเทศไทย
ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักศึกษาจีนเลือกประเทศไทย คือ ความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์
ค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพที่ต่ำกว่าหลายประเทศตะวันตก
รวมถึงการเดินทางที่สะดวกด้วยเที่ยวบินตรงจากหลายเมืองของจีน นอกจากนี้
มหาวิทยาลัยไทยจำนวนมากยังเปิดหลักสูตรนานาชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษและภาษาจีน
รวมทั้งมีโครงการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนอย่างต่อเนื่อง
จึงทำให้นักศึกษาจีนสามารถโอนหน่วยกิตหรือศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ง่าย
สาขาวิชาที่ได้รับความนิยม ได้แก่ บริหารธุรกิจ การจัดการ
การท่องเที่ยว ภาษาไทย วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ และการแพทย์แผนไทย
โดยมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และจังหวัดท่องเที่ยวหลายแห่ง
มีนักศึกษาจีนเป็นกลุ่มนักศึกษาต่างชาติที่มีจำนวนมากที่สุด ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ
ในด้านค่าเล่าเรียน ที่พัก การใช้จ่าย และธุรกิจบริการต่าง ๆ รอบมหาวิทยาลัยอีกด้วย
เมียนมา — 3,708 คน
เมียนมามีนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศไทย 3,708 คน คิดเป็นประมาณ 10.8%
ของนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด ถือเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งนักศึกษา
เข้ามาศึกษาในไทยมากที่สุด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เนื่องจากประเทศไทยมีระบบการศึกษาที่ได้รับการยอมรับในภูมิภาค
และสามารถเดินทางระหว่างสองประเทศได้สะดวก
นักศึกษาจากเมียนมาจำนวนมากเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน
โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ เชียงราย ตาก และจังหวัดชายแดนอื่น ๆ
ที่มีความร่วมมือทางการศึกษากับสถาบันในเมียนมา หลายมหาวิทยาลัย
ยังมีทุนการศึกษาและโครงการสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติ ทำให้ผู้เรียน
สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพในค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม
สาขาที่ได้รับความนิยม ได้แก่ พยาบาลศาสตร์ แพทยศาสตร์ สาธารณสุข
วิทยาศาสตร์สุขภาพ บริหารธุรกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศ และครุศาสตร์
หลังสำเร็จการศึกษา นักศึกษาบางส่วนกลับไปทำงานในประเทศของตน
ขณะที่บางส่วนเลือกทำงานกับองค์กรระหว่างประเทศหรือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน
ซึ่งช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านบุคลากรระหว่างไทยและเมียนมาในระยะยาว
กัมพูชา — 1,443 คน
กัมพูชามีนักศึกษาศึกษาอยู่ในประเทศไทย 1,443 คน หรือประมาณ 4.2%
ของนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด แม้จำนวนจะน้อยกว่าสองอันดับแรก แต่ประเทศไทย
ยังคงเป็นจุดหมายศึกษาต่อที่สำคัญของนักศึกษากัมพูชา เนื่องจากมีความใกล้ชิด
ทั้งด้านภูมิศาสตร์ ภาษา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
มหาวิทยาลัยในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย
ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เพราะอยู่ใกล้ชายแดนและมีโครงการความร่วมมือ
กับสถาบันการศึกษาของกัมพูชามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้
ยังมีทุนการศึกษาจากรัฐบาลไทยและมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่เปิดโอกาส
ให้นักศึกษากัมพูชาเข้ามาศึกษาในหลักสูตรระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา
สาขาวิชาที่นักศึกษากัมพูชานิยมเรียน ได้แก่ วิศวกรรมศาสตร์ การแพทย์
การพยาบาล บริหารธุรกิจ การเกษตร การจัดการโลจิสติกส์ และการศึกษา
วุฒิการศึกษาจากมหาวิทยาลัยไทยยังได้รับการยอมรับในตลาดแรงงานของกัมพูชา
จึงทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายศึกษาต่ออันดับต้น ๆ
ของนักศึกษาจากประเทศเพื่อนบ้านแห่งนี้
เนปาล — 651 คน
เนปาลมีนักศึกษาศึกษาในประเทศไทย 651 คน คิดเป็นประมาณ 1.9%
ของนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด แม้จะไม่ได้อยู่ในภูมิภาคอาเซียน
แต่ประเทศไทยกลับได้รับความนิยมในหมู่นักศึกษาเนปาลมากกว่าหลายประเทศในเอเชีย
เนื่องจากสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีมาตรฐานสากลในค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม
มหาวิทยาลัยไทยหลายแห่งเปิดหลักสูตรนานาชาติที่ตอบโจทย์นักศึกษาจากเอเชียใต้
โดยเฉพาะหลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ส่งผลให้นักศึกษาเนปาล
สามารถเรียนได้โดยไม่จำเป็นต้องเรียนภาษาไทยก่อน อีกทั้งประเทศไทย
ยังมีค่าครองชีพต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่ง ทำให้ผู้ปกครอง
สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาได้ง่ายกว่า
นักศึกษาจากเนปาลส่วนใหญ่นิยมศึกษาด้านบริหารธุรกิจ วิทยาศาสตร์สุขภาพ
สาธารณสุข วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการโรงแรม
ซึ่งเป็นสาขาที่สามารถนำความรู้กลับไปพัฒนาประเทศหรือทำงาน
ในองค์กรระหว่างประเทศได้ ทำให้ประเทศไทย
ยังคงเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญของนักศึกษาเนปาลในภูมิภาคเอเชีย
เวียดนาม — 546 คน
เวียดนามมีนักศึกษาศึกษาอยู่ในประเทศไทย 546 คน คิดเป็นประมาณ 1.6%
ของนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด แม้จำนวนจะยังไม่มากเมื่อเทียบกับจีนหรือเมียนมา
แต่ความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยกับเวียดนามมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะหลังการรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
นักศึกษาชาวเวียดนามจำนวนมากเลือกประเทศไทยเพราะมหาวิทยาลัยไทย
มีหลักสูตรนานาชาติที่ได้รับการรับรองในระดับสากล อีกทั้งยังสามารถเดินทางได้สะดวก
และมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการศึกษาต่อในยุโรป อเมริกา หรือออสเตรเลีย
ทำให้ประเทศไทยเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับครอบครัวชนชั้นกลางของเวียดนาม
สาขาที่ได้รับความนิยม ได้แก่ บริหารธุรกิจ การตลาด โลจิสติกส์
การท่องเที่ยว วิศวกรรมศาสตร์ และภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ หลายมหาวิทยาลัย
ยังมีโครงการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันการศึกษาของเวียดนาม
ส่งผลให้จำนวนนักศึกษาระหว่างสองประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต
และช่วยเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการศึกษาระหว่างไทยกับเวียดนามให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
เขียนโดย origin
เชี่ยวชาญการคัดเลือกและเรียบเรียงข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ อันดับ และข้อเท็จจริงเชิงลึก มุ่งเน้นความถูกต้องของข้อมูล และการนำเสนอที่เข้าถึงผู้อ่านวงกว้าง
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยาก
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
7 น้ำจิ้มไทยรสเด็ด ที่ไปวางขายในซูเปอร์ต่างแดนแล้วราคาพุ่ง
เปิดแฟ้มปริศนา "J'ba Fofi" อสูรกายแมงมุมยักษ์แห่งป่าคองโก... เรื่องเล่าหลอน หรือมีอยู่จริง?
7 ยางพาราแปรรูปไทย ที่คนต่างชาตินำไปทำเป็นหมอนและที่นอนเพื่อสุขภาพ ราคาหลักหมื่น
มาเลเซีย : ดินแดนอารยธรรมพันปี เมืองใต้บาดาล และตำนานลี้ลับ
นาฬิกา 350 บาทที่ยังชนะ Apple Watch ด้วยความเรียบง่ายที่ใช้ได้จริง
ใช้มาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ยางลบทำจากอะไร ทำไมถึงลบรอยดินสอได้
จากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้าน
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
7 น้ำจิ้มไทยรสเด็ด ที่ไปวางขายในซูเปอร์ต่างแดนแล้วราคาพุ่ง
มาเลเซีย : ดินแดนอารยธรรมพันปี เมืองใต้บาดาล และตำนานลี้ลับ
ใช้มาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ยางลบทำจากอะไร ทำไมถึงลบรอยดินสอได้
เปิดแฟ้มปริศนา "J'ba Fofi" อสูรกายแมงมุมยักษ์แห่งป่าคองโก... เรื่องเล่าหลอน หรือมีอยู่จริง?
อย่าหลงเชื่อ! ไทยไม่ได้ขึ้นทะเบียน “ยาบ้า” เป็นมรดกโลก













