จังหวัดไหนมีธุรกิจจีนมากที่สุดในไทย กรุงเทพฯ ครองอันดับ 1 แต่เงินลงทุนสูงสุดอยู่ที่ระยอง
ถ้าถามว่า จังหวัดไหนมีธุรกิจจีนมากที่สุดในประเทศไทย หลายคนอาจนึกถึงระยองหรือชลบุรี เพราะเป็นพื้นที่โรงงานและนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
แต่ข้อมูลกลับให้คำตอบอีกแบบ
เมื่อวัดจาก “จำนวนธุรกิจที่มีสัญชาติจีนถือหุ้น” จังหวัดที่มีสัดส่วนสูงที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร 38.2% ตามด้วยชลบุรี 16.9% และสมุทรปราการ 8.1% จากข้อมูลปี 2566 ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและธนาคารแห่งประเทศไทยนำมาวิเคราะห์
แต่มีอีกตัวเลขที่น่าสนใจกว่า
ถ้าเปลี่ยนจากการดู “จำนวนธุรกิจ” เป็น “มูลค่าการลงทุน” อันดับ 1 กลับกลายเป็น ระยอง 30.43% ขณะที่กรุงเทพฯ อยู่ที่ 24.83%
นี่จึงเป็นเรื่องที่ต้องแยกให้ออกว่า เรากำลังพูดถึง จำนวนกิจการ หรือ ขนาดของเงินลงทุน
กรุงเทพฯ มีธุรกิจจีนมากที่สุด เมื่อวัดจากจำนวนกิจการ
ข้อมูลปี 2566 ระบุว่า ธุรกิจที่มีสัญชาติจีนถือหุ้นกระจายอยู่ในหลายจังหวัด แต่กรุงเทพมหานครมีสัดส่วนมากที่สุดถึง 38.2%
อันดับ 2 คือ ชลบุรี 16.9% และอันดับ 3 คือ สมุทรปราการ 8.1%
จากนั้นเป็นเชียงใหม่ 6.2% สมุทรสาคร 5.2% และภูเก็ต 4.2%
9 จังหวัดที่มีสัดส่วนธุรกิจจีนสูงสุด
| อันดับ | จังหวัด | สัดส่วน |
|---|---|---|
| 1 | กรุงเทพมหานคร | 38.2% |
| 2 | ชลบุรี | 16.9% |
| 3 | สมุทรปราการ | 8.1% |
| 4 | เชียงใหม่ | 6.2% |
| 5 | สมุทรสาคร | 5.2% |
| 6 | ภูเก็ต | 4.2% |
| 7 | ระยอง | 3.5% |
| 8 | ปทุมธานี | 2.9% |
| 9 | นนทบุรี | 2.2% |
ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า คำนวณโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ข้อมูลปี 2566
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า ธุรกิจจีนไม่ได้อยู่เฉพาะในพื้นที่โรงงานเท่านั้น แต่กระจายเข้าสู่เมืองเศรษฐกิจ ศูนย์กลางการค้า และพื้นที่ท่องเที่ยวด้วย
กรุงเทพฯ จึงมีความได้เปรียบจากการเป็นศูนย์กลางธุรกิจ การค้า บริการ การเงิน และตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่
แต่ถ้าดู “เงินลงทุน” ระยองกลับเป็นอันดับ 1
จุดที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจคือ เมื่อเปลี่ยน Metric จาก จำนวนธุรกิจ เป็น มูลค่าการลงทุน อันดับเปลี่ยนทันที
ระยองขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ด้วยสัดส่วน 30.43%
กรุงเทพฯ ตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 24.83% และชลบุรีอันดับ 3 ที่ 17.93%
| อันดับ | จังหวัด | สัดส่วนมูลค่าการลงทุน |
|---|---|---|
| 1 | ระยอง | 30.43% |
| 2 | กรุงเทพมหานคร | 24.83% |
| 3 | ชลบุรี | 17.93% |
| 4 | สมุทรปราการ | 3.80% |
| 5 | ปราจีนบุรี | 3.72% |
| 6 | ฉะเชิงเทรา | 2.98% |
| 7 | ปทุมธานี | 2.49% |
| 8 | สมุทรสาคร | 1.98% |
ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า คำนวณโดยธนาคารแห่งประเทศไทย
พูดง่าย ๆ คือ กรุงเทพฯ มีธุรกิจจีนจำนวนมากกว่า แต่ระยองมีน้ำหนักของโครงการลงทุนขนาดใหญ่มากกว่า
ทำไมระยองจึงมีเงินลงทุนจีนสูง
คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่โครงสร้างเศรษฐกิจของพื้นที่
ระยองเป็นหนึ่งใน 3 จังหวัดของ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ร่วมกับชลบุรีและฉะเชิงเทรา ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมและการลงทุนขนาดใหญ่
พื้นที่ดังกล่าวมีทั้งนิคมอุตสาหกรรม ระบบขนส่ง ท่าเรือ และห่วงโซ่อุปทานที่รองรับภาคการผลิต
งานวิจัยล่าสุดของกรุงศรีระบุว่า การลงทุนจีนใน EEC กระจุกตัวหลักใน ระยองและชลบุรี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ แบตเตอรี่ เครื่องจักร และอิเล็กทรอนิกส์
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการลงทุนโครงการ Data Center ของ Beijing Haoyang Cloud Data Technology ที่จังหวัดระยอง ซึ่ง BOI ระบุเงินลงทุนไว้ที่ 72,670 ล้านบาท ในโครงการที่ได้รับอนุมัติในปี 2568
นี่เป็นตัวอย่างว่าทำไมจังหวัดที่มีจำนวนกิจการไม่จำเป็นต้องเป็นจังหวัดที่มีเงินลงทุนรวมสูงที่สุด
ชลบุรีก็เป็นฐานสำคัญของธุรกิจจีน
ชลบุรีมีความโดดเด่นทั้งในด้านจำนวนธุรกิจและการลงทุน
ข้อมูลปี 2566 ระบุว่า ชลบุรีมีสัดส่วนจำนวนธุรกิจที่มีสัญชาติจีนถือหุ้น 16.9% เป็นอันดับ 2 ของประเทศ และมีสัดส่วนมูลค่าการลงทุนจีน 17.93% เป็นอันดับ 3
พื้นที่นี้มีทั้งนิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือแหลมฉบัง และโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อกับระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ
ในภาพรวมล่าสุด BOI ระบุว่าช่วงปี 2566 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 จังหวัดชลบุรีมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมกว่า 1.29 ล้านล้านบาท สูงที่สุดในภาคตะวันออก ตามด้วยระยองประมาณ 837,000 ล้านบาท
แล้วกรุงเทพฯ มีธุรกิจจีนประเภทไหน
กรุงเทพฯ แตกต่างจากระยองตรงโครงสร้างของกิจการ
เมืองหลวงเป็นศูนย์กลางของธุรกิจบริการ การค้า การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยี และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค
พื้นที่อย่างเยาวราชและห้วยขวางจึงเห็นกิจการที่เชื่อมโยงกับทุนและผู้ประกอบการจีนได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะร้านอาหาร การค้า และบริการที่รองรับทั้งชาวจีนที่พำนักในไทยและนักท่องเที่ยวจีน
อย่างไรก็ตาม ต้องระวังการนำภาพที่เห็นในบางย่านไปสรุปว่าเป็นสัดส่วนของทั้งจังหวัด เพราะข้อมูลทางสถิติระดับจังหวัดกับภาพธุรกิจในย่านใดย่านหนึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
ธุรกิจจีนไม่ได้มีแค่กรุงเทพฯ และภาคตะวันออก
ข้อมูลยังแสดงให้เห็นจังหวัดที่มีลักษณะเศรษฐกิจแตกต่างกัน
เชียงใหม่ มีสัดส่วนจำนวนธุรกิจที่มีสัญชาติจีนถือหุ้น 6.2% ขณะที่ ภูเก็ต อยู่ที่ 4.2% ซึ่งสะท้อนอีกมิติหนึ่งของการกระจายตัวของธุรกิจจีน นอกเหนือจากฐานอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกัน สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี และนนทบุรี ล้วนอยู่ในกลุ่มจังหวัดที่มีสัดส่วนธุรกิจจีนค่อนข้างสูงเช่นกัน
ดังนั้น หากมองจากแผนที่ทั้งหมด จะเห็นภาพใหญ่ 2 แบบ
กรุงเทพฯ และปริมณฑล → ธุรกิจจำนวนมากและเกี่ยวข้องกับตลาดเมือง
ภาคตะวันออก → ฐานอุตสาหกรรมและโครงการลงทุนขนาดใหญ่
สรุปแล้ว จังหวัดไหนมีธุรกิจจีนมากที่สุด
คำตอบคือ กรุงเทพมหานคร
หากใช้ตัวชี้วัด “สัดส่วนจำนวนธุรกิจที่มีสัญชาติจีนถือหุ้น” กรุงเทพฯ อยู่ที่ 38.2% มากกว่าชลบุรีซึ่งอยู่ที่ 16.9% อย่างชัดเจน
แต่ถ้าถามใหม่ว่า “จังหวัดไหนมีมูลค่าการลงทุนของธุรกิจที่มีสัญชาติจีนสูงที่สุด?”
คำตอบเปลี่ยนเป็น ระยอง 30.43%
นี่คือเหตุผลว่าทำไมการพูดว่า “จังหวัดไหนมีธุรกิจจีนมากที่สุด” ต้องระบุให้ชัดว่ากำลังวัด จำนวนธุรกิจ หรือ มูลค่าการลงทุน
เพราะสองคำถามนี้ให้คำตอบคนละจังหวัด
หมายเหตุด้านข้อมูล
ข้อมูลการจัดอันดับจำนวนและมูลค่าการลงทุนระดับจังหวัดในบทความนี้อ้างอิงชุดข้อมูลปี 2566 (2023) ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้านำมาคำนวณและเผยแพร่ผ่านการวิเคราะห์ของธนาคารแห่งประเทศไทย
ดังนั้นตัวเลขดังกล่าวไม่ควรถูกตีความว่าเป็นจำนวนธุรกิจจีนที่เปิดอยู่ในประเทศไทย ณ วันนี้ และคำว่า “ธุรกิจที่มีสัญชาติจีนถือหุ้น” ก็ไม่เท่ากับ “ร้านค้าหรือกิจการที่คนจีนเป็นเจ้าของ 100%”
ส่วนข้อมูลปี 2568–2569 ถูกใช้เฉพาะเพื่ออธิบายทิศทางการลงทุนจีนระยะหลัง ไม่ได้นำมาปะปนกับอันดับปี 2566
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) — ฐานข้อมูลนิติบุคคลและข้อมูลธุรกิจต่างชาติ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลต้นทางที่ BOT ใช้คำนวณ
BOI — ข้อมูลการส่งเสริมการลงทุนใน EEC และการลงทุนจากจีน
Krungsri Research — วิเคราะห์ทิศทางการลงทุนจีนในไทยปี 2026 และการกระจายตัวใน EEC
เราตัดสินใจเองทุกครั้งจริงไหม? งานวิจัยพบว่า “นิสัย” แทรกอยู่ในชีวิตประจำวันมากกว่าที่คิด
วัยรุ่นญี่ปุ่นใช้เวลาใน SNS น้อยที่สุดในบรรดา 24 ประเทศ
5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบ
เปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดี
มนต์เสน่ห์แห่งหยดสีอำพัน จากปลาใกล้เน่าสู่อัญมณีคู่ครัวไทย
ส่องสถิติหวยงวด "16 กันยายน" ย้อนหลัง 10 ปี (2558–2567) สรุปเลขไหนออกบ่อยสุด!
หนุ่มแกร็บขับกลับกว่า 30 กม. คืนกระเป๋าทหารสหรัฐฯ ที่แหลมฉบัง
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
ราเมือกไม่มีสมอง แล้วมัน “จำทาง” หรือแก้เขาวงกตได้อย่างไร?
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 16/9/69
ย้อนเวลา 13,000 ปี... ปริศนา "หญิงโบราณแห่งถ้ำลอด" และร่องรอยมนุษย์ยุคแรกในประเทศไทย
เช็กก่อนเปย์ ! 7 ของขวัญที่ตามความเชื่อโบราณ “ไม่ควรซื้อให้แฟน”
ชุดเฉพาะกิจลุ่มน้ำปากพนัง บุกปิดล้อมกุฎิจับพระซุกยาบ้า อุปกรณ์การเสพ
วัยรุ่นญี่ปุ่นใช้เวลาใน SNS น้อยที่สุดในบรรดา 24 ประเทศ
มนต์เสน่ห์แห่งหยดสีอำพัน จากปลาใกล้เน่าสู่อัญมณีคู่ครัวไทย
เปิด 5 โรงเรียนเตรียมอนุบาลในไทย ค่าเทอมแพงจนต้องร้องว้าว! อันดับ 1 จ่ายปีละกี่แสน?
ราเมือกไม่มีสมอง แล้วมัน “จำทาง” หรือแก้เขาวงกตได้อย่างไร?
เคยได้ยินไหม "ห่าฝนถล่ม"? คำโบราณที่ไม่ได้หยาบคาย แต่หมายถึงฝนตกหนักระดับวิกฤต!
ราชินีหายไป แล้วรังบัมเบิลบีจัดระเบียบกันใหม่อย่างไร? เมื่อผึ้งงานบางตัวเริ่ม “เด่นขึ้น”
ราเมือกไม่มีสมอง แล้วมัน “จำทาง” หรือแก้เขาวงกตได้อย่างไร?
จังหวัดไหนหนาวที่สุดในไทย เปิด 10 อันดับปี 2568 เฉลี่ย 16°C





