หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อำเภอที่เสี่ยงพบทุ่นระเบิดมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย

เขียนโดย origin



 

5 อำเภอของไทย
ที่มีพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดตกค้างมากที่สุด

การจัดอันดับนี้ใช้เกณฑ์ “พื้นที่ต้องสงสัยว่าปนเปื้อนทุ่นระเบิด
(Suspected Hazardous Areas: SHA)” ตามรายงานอย่างเป็นทางการของประเทศไทย

ภายใต้อนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล โดยเป็นข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2561
ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแผนปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิด พ.ศ. 2561–2566 ข้อมูลชุดนี้
ครอบคลุม 25 อำเภอใน 10 จังหวัด รวมพื้นที่ 360.00 ล้านตารางเมตร
และเป็นข้อมูลระดับอำเภอที่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้อย่างเป็นระบบ

อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี
— 74.25 ตารางกิโลเมตร

อำเภอน้ำยืน มีพื้นที่ต้องสงสัยว่าปนเปื้อนทุ่นระเบิดถึง 74,245,258 ตารางเมตร
หรือประมาณ 74.25 ตารางกิโลเมตร จากจำนวนพื้นที่ต้องสงสัย 41 แห่ง

ถือเป็นตัวเลขสูงที่สุดในตารางระดับอำเภอของรายงานชุดดังกล่าว
และมากกว่าพื้นที่ของอันดับรองลงมาอย่างชัดเจน พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่บริเวณ
แนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง
และการวางทุ่นระเบิดในอดีต รายงานระบุว่าพื้นที่ชายแดนเหล่านี้เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญ
ของภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดของไทย นอกจากนี้ น้ำยืนยังเป็นพื้นที่
ที่มีการดำเนินงานเก็บกู้มาอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลในเวลาต่อมาระบุว่าพื้นที่อันตรายขนาดใหญ่
บริเวณ Hill 500 ถูกทยอยเก็บกู้ไปแล้วหลายสิบตารางกิโลเมตร

 

อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ
— 29.66 ตารางกิโลเมตร

อำเภอภูสิงห์ มีพื้นที่ต้องสงสัยว่าปนเปื้อนทุ่นระเบิด 29,660,000 ตารางเมตร
หรือประมาณ 29.66 ตารางกิโลเมตร จาก 12 พื้นที่ต้องสงสัย ตัวเลขดังกล่าว
ทำให้ภูสิงห์อยู่ในอันดับที่ 2 ของประเทศตามฐานข้อมูลระดับอำเภอชุดนี้
พื้นที่สำคัญของอำเภออยู่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประวัติ
ความขัดแย้งทางทหารและมีการใช้ทุ่นระเบิดในอดีต จึงต้องใช้กระบวนการสำรวจพื้นที่
การกำหนดขอบเขต และการเก็บกู้โดยหน่วยงานด้านปฏิบัติการทุ่นระเบิดโดยเฉพาะ
ทั้งนี้ ตัวเลข 29.66 ตารางกิโลเมตรเป็น พื้นที่ปนเปื้อนที่ขึ้นทะเบียน
ไม่ได้หมายความว่ามีทุ่นระเบิดกระจายอยู่เต็มพื้นที่ทุกตารางเมตร

 

อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด
— 28.97 ตารางกิโลเมตร

อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด มีพื้นที่ต้องสงสัยว่าปนเปื้อนทุ่นระเบิด 28,966,761 ตารางเมตร
หรือประมาณ 28.97 ตารางกิโลเมตร จาก 20 พื้นที่ต้องสงสัย ถือเป็นพื้นที่
ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคตะวันออก พื้นที่ดังกล่าวเกี่ยวข้อง
กับแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งมีประวัติความขัดแย้งและการสู้รบในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ทำให้เกิดวัตถุระเบิดตกค้างและพื้นที่เสี่ยงจำนวนมาก การที่บ่อไร่มีพื้นที่ต้องสงสัย
ถึงเกือบ 29 ตารางกิโลเมตร แสดงให้เห็นว่าปัญหาทุ่นระเบิดของไทย
ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แต่ยังมีพื้นที่สำคัญตามแนวชายแดนด้านจังหวัดตราดด้วย

 

อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด
— 28.56 ตารางกิโลเมตร

อำเภอเมืองตราด มีพื้นที่ต้องสงสัยว่าปนเปื้อนทุ่นระเบิด 28,562,207 ตารางเมตร
หรือประมาณ 28.56 ตารางกิโลเมตร จาก 18 พื้นที่ต้องสงสัย ทำให้เป็นอำเภอ
ที่มีพื้นที่ปนเปื้อนมากเป็นอันดับ 4 ในฐานข้อมูลดังกล่าว และมีขนาดใกล้เคียงกับอำเภอบ่อไร่มาก
ความสำคัญของพื้นที่นี้มาจากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดตราดที่ติดกับกัมพูชา
และพื้นที่ตามแนวชายแดนเคยได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับนี้เป็นการเปรียบเทียบ พื้นที่ต้องสงสัยที่บันทึกไว้
ณ ปี 2561 ไม่ใช่การระบุว่าปัจจุบันเมืองตราดยังมีพื้นที่ปนเปื้อน 28.56 ตารางกิโลเมตร
เพราะหลังจากนั้นประเทศไทยได้ดำเนินการสำรวจและเก็บกู้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

 

อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
— 24.01 ตารางกิโลเมตร

อำเภอกันทรลักษ์ มีพื้นที่ต้องสงสัยว่าปนเปื้อนทุ่นระเบิด 24,013,551 ตารางเมตร
หรือประมาณ 24.01 ตารางกิโลเมตร จาก 21 พื้นที่ต้องสงสัย ซึ่งเป็นจำนวนพื้นที่ต้องสงสัย
มากที่สุดในบรรดาอำเภอที่ติดอันดับนี้ในแง่จำนวนจุด/พื้นที่ย่อย แม้พื้นที่รวม
จะน้อยกว่า 4 อันดับแรกก็ตาม กันทรลักษ์ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา
และมีพื้นที่ติดแนวเทือกเขาพนมดงรัก จึงเป็นอีกพื้นที่สำคัญของภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดของไทย
พื้นที่บริเวณชายแดนของกันทรลักษ์ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และความมั่นคง
ทำให้การสำรวจและเก็บกู้ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง

 

** หมายเหตุสำคัญ:
อันดับนี้เป็นการจัดอันดับจากพื้นที่ต้องสงสัยว่าปนเปื้อนทุ่นระเบิด
ณ เดือนพฤศจิกายน 2561 ไม่ใช่จำนวนทุ่นระเบิดที่พบจริง และไม่ควรนำตัวเลขดังกล่าว
ไปกล่าวว่าเป็นสถานการณ์ปัจจุบันปี 2569 โดยตรง เพราะประเทศไทยมีการสำรวจ
และเก็บกู้พื้นที่อย่างต่อเนื่อง และกำหนดเส้นตายตามพันธกรณี

Article 5 ฉบับปัจจุบันไว้ที่ 31 ธันวาคม 2569



เนื้อหาโดย: origin
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
origin's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 29 ครั้ง
เขียนโดย origin
นักวิเคราะห์ข้อมูลเชิงจัดอันดับ (Ranking Content Analyst)
เชี่ยวชาญการคัดเลือกและเรียบเรียงข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ อันดับ และข้อเท็จจริงเชิงลึก มุ่งเน้นความถูกต้องของข้อมูล และการนำเสนอที่เข้าถึงผู้อ่านวงกว้าง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: origin
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมสายเดี่ยวหลุดไหล่จึงดูมีเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจเปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทยประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกEV Bus ฟรีในลำพูนช่วยลดค่าน้ำมันได้เท่าไรขนบนร่างกายมนุษย์มีไว้ทำไมเห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรทำไมท่าจับจี้สร้อยคอจึงดึงดูดสายตาทำไมฟองนมติดปากถึงเป็นโมเมนต์ที่น่ามองไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
EV Bus ฟรีในลำพูนช่วยลดค่าน้ำมันได้เท่าไรทำไมฟองนมติดปากถึงเป็นโมเมนต์ที่น่ามองทำไมท่าจับจี้สร้อยคอจึงดึงดูดสายตาทำไมสายเดี่ยวหลุดไหล่จึงดูมีเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
กาลามสูตรสอนให้เราเชื่ออย่างมีสติ8 ซองจดหมายและไปรษณียบัตรประวัติศาสตร์ ที่มีการประมูลราคาสูง ทำไมท่าจับจี้สร้อยคอจึงดึงดูดสายตาทำไมสายเดี่ยวหลุดไหล่จึงดูมีเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจ
ตั้งกระทู้ใหม่