น่ารักสู้โลกร้อน!!! เมื่อนากทะเลมีส่วนสำคัญในการรักษาภาวะโลกร้อน
ปัญหาโลกร้อนเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเมื่อไม่นานมานี้รายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change :IPCC) ก็ได้เผยผลศึกษาว่าสถานการณ์ในปัจจุบันย่ำแย่มากและต้องหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน แต่เชื่อหรือไม่ว่าจริงๆ แล้วหนึ่งในวิธีที่ใช้ในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อนอาจจะมาจากนากทะเลก็ได้ เรามาดูกันครับว่านากทะเลสุดน่ารักจะช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนได้อย่างไร
นากทะเลน้อยน่ารัก
นากทะเล (Sea Otters) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทางตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกครับ ถึงแม้ว่านากทะเลจะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่สุดในโลก แต่สิ่งที่นากทะเลมีเยอะไม่แพ้ใครคือมีจำนวนเส้นขนรอบตัวที่หนาแน่นไปทุกอณูครับ เรียกได้ว่ามีเส้นขนประมาณ 140,000 เส้นต่อตารางเซนติเมตรกันเลยทีเดียว หนากว่าผมของมนุษย์ถึงกว่า 700 เท่าเลยทีเดียวครับ
แต่สิ่งที่ทำให้นากทะเลกลายเป็นปัจจัยสำคัญของเรื่องนี้คือการที่มันไม่มีชั้นไขมันครับ ดังนั้นนากทะเลจำเป็นต้องทานอาหารอย่างน้อยถึง 1 ใน 4 ของน้ำหนักตัวต่อวันเพื่อให้นากทะเลสามารถมีชีวิตอยู่ได้ในอากาศหนาวเย็นทางตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกครับ เมื่อทานมากนากทะเลก็จะถ่ายมากเช่นกันครับ โดยนากทะเลจะเก็บรวบรวมคาร์บอนในชั้นบรรยากาศกักเก็บไว้ในฐานะของชีวมวลและเศษซากใต้ทะเลลึก เมื่อมูล เศษซาก จมลงสู่ก้นทะเล โอกาสที่สารเหล่านี้จะกลับขึ้นมาบนผิวโลกและสลายตัวกลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์จะมีน้อยทำให้ไม่มีคาร์บอนไดออกไซด์กลับไปที่อากาศอันเป็นอีกหนึ่งในตัวการสำคัญของสภาวะโลกร้อนครับ
นากทะเล หอยเม่น กับสาหร่ายเคลท์
นอกจากการถ่ายของนากทะเลจะช่วยโลกแล้ว รูปแบบการกินของนากทะเลก็ช่วยโลกด้วยเช่นกันครับ โดยนากทะเลจะกินหอยเม่นเนื่องจากล่าง่ายและอุดมด้วยแคลอรี่ครับ ซึ่งการกินหอยเม่นของนากทะเลจะทำให้จำนวนประชากรของหอยเม่นลดลง อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ครับ และเมื่อหอยเม่นมีจำนวนน้อยลงก็จะช่วยให้สาหร่ายเคลท์มีโอกาสโตสูงใหญ่มากขึ้นครับ
สาหร่ายเคลท์นั้นมีความสามารถในการดึงเอาคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้ในการสังเคราะห์แสงมาก ทำให้ยิ่งสาหร่ายมีขนาดใหญ่เท่าไร ก็จะลดจำนวนคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศได้เยอะครับ นอกจากนี้ยิ่งสาหร่ายมีใบยาว เวลาที่หอยเม่นไปกัดกินสาหร่าย ใบยาวๆ ก็จะจมลงสู่ก้นทะเลลดโอกาสที่ใบจะเน่าและสลายกลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ครับ ว่ากันว่าหากใบไม้จมลงสู่ก้นทะเลจะใช้เวลามากกว่า 100 ปีในการสลายตัวออกมาเป็นคาร์บอนได้ออกไซด์ครับ
ความเชื่อมโยงระหว่างนากทะเล หอยเม่น และสาหร่ายเคลท์ค้นพบโดยคุณ James Estes นักนิเวศวิทยาทางทะเลแห่ง University of California ซึ่งเขาพบว่าในบริเวณที่ไม่มีนากทะเล ใต้ทะเลจะเป็นทรายว่างเปล่า ต่างจากบริเวณที่มีนากทะเลอยู่อย่างหนาแน่นซึ่งจะมีสาหร่ายเคลท์งอกงามอย่างชัดเจนครับ
จะเห็นว่าระบบนิเวศวิทยากับสภาพแวดล้อมมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งครับ
แม้แต่สัตว์ทะเลสุดแสนจะน่ารักอย่างนากทะเลตัวน้อยก็สามารถช่วยโลกได้โดยการนำคาร์บอนลงสู่ก้นทะเลทั้งทางตรงและทางอ้อม คงถึงเวลาแล้วครับที่เราผองมนุษย์จะช่วยกันรักษาโลกก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
เกาะที่มีแต่กระต่ายจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
จังหวัดที่มีคนต่างชาติ เข้ามาทำงานอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
นักศึกษาจากประเทศไหน เข้ามาเรียนต่อในไทยมากที่สุด
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งใจเก็บ “งานศิลปะห่วย ๆ” แต่คนกลับแห่ไปดู
เจาะสูตรลายมือสายคำนวณ! หวย 1 กันยายน 2569 ส่องสถิติ 20 ปี ชนเลขเด็ด "หนูยิ้ม พเนจร" ฟันบน 0 - ล่าง 6 คัดเน้น 260 - 860 - 60
5 รถยนต์มือสองยุค 90s ที่ราคามือสองแพงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่ง!
10 จังหวัดที่ประชากรน้อยที่สุดของไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวไหนน่าสนใจบ้าง?
เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
น้ำเริ่มท่วมแล้ว ต้องรีบทำอะไรก่อนบ้าง
เปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
7 แยมผลไม้ไทยแท้ ที่ไปไกลถึงตลาดต่างประเทศ
เปิดราคา "ปลากระป๋องไทย" ในประเทศแถบแอฟริกา ที่กลายเป็นอาหารระดับสูงของคนมีเงิน
8 อาหารไทยติดอันดับ “อร่อยที่สุดในโลก”ฝรั่งยกให้เมนูระดับโลก คนเราไทยเดินออกจากบ้านก็ได้กิน
5 สินค้าติดเคาน์เตอร์เซเว่นไทย ที่ไปวางขายในร้านนำเข้าเอเชียแล้วราคาพุ่ง 3–5 เท่า


