ข้าวหมาก
เมนูพื้นบ้านหาทานยาก เป็นภูมิปัญญาของปราชญ์ชาวบ้าน ที่จะนำข้าวเหนียวที่เหลือจากการใช้สอยมาดัดแปลงถนอมอาหาร เป็นเมนูใหม่ที่รสชาติไฉไลกว่าเดิม ที่เพิ่มเติมคือรสชาติหอมหวาน และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมนูนั้นหลายๆคนอาจไม่เคยรู้จักชื่อและไม่เคยรับประทานมาก่อน แต่อยากเล่าบอกต่อว่า เมนูนี้อร่อยเหาะเลยทีเดียว แค่ถ้ารับประทานเยอะไป บ้างก็ว่าระวังจะเมาเหมือนมีดีกรีของแอลกอฮอล์ เมนูพื้นบ้านนี้ก็คือ "ข้าวหมาก" ซึ่งผู้เขียนจะชวนทุกคนมาทำไปพร้อมกันค่า
ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก เรามาลุยไปทีละขั้น
1.เริ่มจาก นำข้าวเหนียวมาล้างทำความสะอาดหลายๆน้ำ จนกว่าการล้างข้าวเหนียวน้ำจะใส ผู้เขียนใช้ข้าวเหนียวจำนวน 1 กิโล ใครจะทำมากน้อยก็แล้วแต่ความสมัครใจ จากนั้นปล่อยแช่ข้าวเหนียวทิ้งไว้จำนวน 1คืน
2. นำข้าวเหนียวที่แช่ไว้เทน้ำทิ้งพักให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำมาใส่ซึ้งหรือหวด พร้อมจะนำไปนึ่ง
3. นำหวดขึ้นนึ่งบนหม้อที่ต้มน้ำจนเดือดแล้ว ปิดฝาหม้อ นึ่งปล่อยทิ้งไว้ 20นาที จนข้าวเหนียวสุกส่งกลิ่นหอม
4. เมื่อข้าวเหนียวนึ่งสุก นำมาเทใส่กะลังหรือภาชนะที่สะอาด จากนั้นใช้น้ำสะอาด ควรเป็นน้ำดื่ม น้ำมาใส่ตามลงไป เพื่อล้างข้าวเหนียวนึ่งของเรา ไม่ควรใช้เป็นน้ำประปา เพราะจะทำให้ข้าวหมากมีกลิ่นน้ำ
5. ช่วงแรกข้าวเหนียวนึ่งยังร้อน การล้างข้าวเหนียวสามารถใช้ทัพพีคนเบาๆ เพราะหากแรงไปเมล็ดข้าวอาจจะหักไม่สวยได้ ขั้นตอนนี้ให้ล้างข้าวเหนียวนึ่งหลายไอน้ำ เพื่อล้างยางข้าวเหนียวออก ข้าวเหนียวที่ได้จะเป็นเมล็ดร่วนสวย ไม่จับตัวกัน จากนั้นพักข้าวเหนียวนึ่งที่ล้างจนน้ำใส ไม่มียางแล้วในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ
6. ระหว่างรอข้าวเหนียวนึ่งสะเด็ดน้ำก็มาตำวัตถุดิบหลัก พระเอกของข้าวหมากกันเลย นั่นก็คือ ลูกแป้งข้าวหมาก ที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดบางพื้นที่ หรือสั่งออนไลน์ได้ตามใครสะดวกแบบไหน ผู้เขียนจะใช้ 1 ก้อน เพื่อเป็นหัวเชื่อในการทำเมนูเด็ดนี้
7. ตำลูกแป้งข้าวหมากให้เป็นผงละเอียดดี
8. นำข้าวเหนียวนึ่งที่ล้างจนสะเด็ดน้ำแล้วมาใส่ภาชนะ แล้วค่อยๆตักแป้งข้าวหมากโรยผสมคลุกเคล้าทีละน้อย จนทั่วถึงดี
9. ขั้นตอนนี้ใครตะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้แล้วแต่ความชอบ นั่นคือน้ำตาลทรายเพิ่มความหวานของตัวข้าวหมาก ผู้เขียนจะใส่ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ แต่ค่อยๆเติมลวไปคลุกเคล้าให้เข้ากันดี หากใครไม่ส่ก็จะได้ความหวานจากตัวแป้งข้าวเหนียว แต่มันจะไม่เข้มข้น
10. จากนั้นก็นำใบตองมาห่อ รองด้วยถุงพลาสติกอีกชั้น กันน้ำจากข้าวหมากไหลออกมาเมื่อถึงเวลาเหมาะสำหรับรับประทาน
11. ตักข้าวเหนียวใส่ใบตองพอประมาณ ให้พอดีที่จะห่อได้ไม่แตก
12. เมื่อตักใส่เสร็จเรียบร้อยก็จับจีบมุมให้สวยงาม จะใช้ลวดแม็กเย็บกันหลุด หรือไม้กลัดก็ตามสะดวกของผู้ทำ
13. จากนั้นจัดใส่ภาชนะ แล้วปล่อยทิ้งไว้ ณ อุณหภูมิห้องประมาณ 2 วัน แล้วนำมาแกะเปิดห่อดู เราก็จะได้ข้าวหมากพร้อมทาน
ข้อแนะนำในการทานข้าวหมากให้อร่อยเลิศล้ำ คือนำข้าวหมากที่เวลาได้เหมาะแก่การรับประทานไปแช่เย็น แล้วค่อยรับประทานตอนข้าวหมากมีความเย็น เราจะได้ขนมหวานโบราณจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่มีความหอม หวาน นุ่มละมุนลิ้น สดชื่นหัวใจ แถมมีความกลมกล่อมอร่อยจากกลิ่นเฉพาะตัว ถ้าหากใครทำเยอะ เมื่อทานไม่หมด สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นชั้นปกติได้นานหลายวันเลยนะ ลองเอาไปทำกันดูนะคะทุกคน รับรองอร่อยไม่ผิดหวัง
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
ช่างฝีมือแปลงโฉมมะพร้าวธรรมดา ให้กลายเป็นมะพร้าวชุบทอง
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
"ฮุนมาเนต" หลุดโป๊ะเอง ลอบกัดไทย "วางบึ้มสังหาร" ยอมเอาชีวิตชาวเขมรเข้าเสี่ยง ชาวบ้านซวยลับเข้าบ้านไม่ได้
"อั๊ต อัษฎา" ในวัย 50+ เมื่อกาลเวลาทำร้ายอะไรไม่ได้
😉 ชวนลองเข้ามาดูภาพถ่ายเรื่องของความบังเอิญอันน่างงงวยที่เกิดขึ้นจริง ๆ 😆
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
มาแล้ว! เปิด 10 อันดับเลขเด็ดขายดี งวดวันที่ 17 มกราคม 69..อยากรวย รีบส่องเลย!!
ศึกปีกสีดำ! นกขุนทอง ปะทะ นกเอี้ยง ใครคือสุดยอดนักพูดแห่งพงไพร?
ของป่าจากประเทศไทย ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงมากที่สุด
ย้อนรอยข่าวสยองเจนz ตายเพราะแข่งกินแมลงสาป
😉 ชวนลองเข้ามาดูภาพถ่ายเรื่องของความบังเอิญอันน่างงงวยที่เกิดขึ้นจริง ๆ 😆
"ระบบสหกรณ์ในโลกของสัตว์ปีก" ความสามัคคีอันยิ่งใหญ่ของ "นกหัวขวานนักสะสมลูกโอ๊ก"เพื่อแบ่งปันกันกิน
















