แสตมป์ที่หายากที่สุด และมีมูลค่ามากเป็นอันดับหนึ่งในโลก
The Red Revenue
(จีน: 红印花邮票)
คือชุดแสตมป์จีนยุคราชวงศ์ชิง ที่เดิมทีเป็น “แสตมป์อากร/ภาษี”
สีแดงราคา 3 เซนต์ ผลิตด้วยการพิมพ์แบบ intaglio โดยบริษัท Waterlow & Sons
ที่ลอนดอน ก่อนจะถูกนำมา “พิมพ์ทับราคา (surcharge/overprint)”
เพื่อใช้เป็นแสตมป์ไปรษณีย์ชั่วคราวในปี 1897 ช่วงที่จีนกำลังก่อตั้งบริการไปรษณีย์แห่งชาติ
และแสตมป์ไปรษณีย์ชุดใหม่ที่สั่งทำยังมาไม่ทัน จึงหยิบสต็อกแสตมป์อากรสีแดงที่มีอยู่
มาปรับใช้แทน ทำให้กลายเป็นหนึ่งในชุดแสตมป์จีน
ที่โดดเด่นที่สุดทั้งเชิงประวัติศาสตร์และคุณค่าการสะสม
สิ่งที่ทำให้ Red Revenue “มีเสน่ห์ในโลกนักสะสม” ไม่ใช่แค่ความเก่า
แต่คือความเป็น “ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ” ของระบบไปรษณีย์จีน และความซับซ้อน
ของชนิดพิมพ์ทับราคา ชุดนี้มีการพิมพ์ทับเป็นหลายราคาสำหรับการใช้งานจริง
เช่น 1c, 2c, 4c, $1 และ $5 (บนฐานแสตมป์ 3c สีแดง)
และมี “แบบย่อย/ความต่างของตัวพิมพ์” ที่นักสะสมให้ความสำคัญมาก
ด้วยเหตุที่แสตมป์ระดับนี้มีราคาสูงมากในตลาด จึงมักถูกปลอมแปลงหรือ “แต่งสภาพ” ได้ง่าย
แนวปฏิบัติในตลาดสากลจึงให้ความสำคัญกับการตรวจสอบแหล่งที่มา
สภาพดั้งเดิม และใบรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ/สถาบันรับรอง
ในบรรดาทั้งชุด ตัวที่ดังที่สุดและถูกยกให้หายากสุดคือ
“Small One Dollar” (พิมพ์ทับราคา $1 ด้วยตัวอักษรจีนขนาดเล็ก) เรื่องเล่าที่เป็น
“จุดกำเนิดความหายาก” คือช่วงแรกผู้พิมพ์ทับทำตัวอักษรจีนเล็กเกินไป
จนมีเสียงบ่นว่าอ่านยาก จึงมีการทำเพียง 2 แผ่นพิมพ์ (pane) แผ่นละ 25 ดวง รวม 50 ดวง
แล้วรีบเปลี่ยนไปใช้แบบตัวอักษรใหญ่กว่า ส่งผลให้ Small One Dollar
เหลือรอดในโลกนักสะสมแบบ “นับจำนวนได้” โดยมีการบันทึกว่าพบของจริงที่ยังอยู่รอด
ประมาณ 32 ดวง และยังมีการแยก “ชนิดของการพิมพ์ทับ (types)”
ที่นักสะสมใช้จำแนกความแท้/ความหายากอีกด้วย
แสตมป์ The Red Revenue ที่แพงและหายากที่สุดในโลก
ไม่ได้หมายถึงทั้งชุด แต่แทบจะชี้ตรงไปที่
1897 Red Revenue “Small One Dollar” ซึ่งถูกเรียกว่า
“แสตมป์ที่หายากที่สุดในบรรดาแสตมป์จีนที่ออกใช้ตามปกติ
(China’s rarest regularly issued stamp)” เพราะจำนวนรอดอยู่เพียงหลักสิบ
และเป็นที่ต้องการสูงมากในตลาดประมูลระดับนานาชาติ
สถิติราคาขายสแตมป์ชุดนี้ รวมกับสแตมป์ Large Dragon stamps
ชนิดราคา 5 Candarin แบบทั้งชุด (25 ดวง) มีราคาขายสูงถึง 17.4 ล้านดอลลาร์
เมื่อปี 2009 หรือคิดเป็นมูลค่า 21.5 ล้านดอลลาร์
เมื่อคิดตามอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบัน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 749 ล้านบาท)
ซึ่งถือเป็นสถิติราคาขายสแตมป์ที่แพงที่สุดในปัจจุบัน
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
ดราม่าชายแดนเดือด! เครือข่าย ‘จีนเทา’ ไม่พอใจไทยตั้งตู้คอนเทนเนอร์กั้นพรมแดน ลั่นไม่ให้อภัย จุดกระแสถกเถียงสองฝั่ง”
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
ครูมวยพิมายควบ "เจ้าทอม" สู้แดดไปเลือกตั้ง! สีสันโคราชคึกคัก ปลุกพลังใช้สิทธิเปลี่ยนประเทศ
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
เปิดความลับ Culture Shock: ทำไมฝรั่งถึง (ยัง) ไม่ใช้ "สายฉีดชำระ" เหมือนบ้านเรา?
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
อังเดร เดอะ ไจแอนต์: ยักษ์ผู้เป็นตำนานบนสังเวียน และวิญญาณที่อ่อนโยนหลังม่านมายา
ยอดเขาเพียง 10 แห่งในประเทศไทย ที่มีความสูงมากกว่า 2 กิโลเมตร
วิธีป้องกัน ‘ริ้วรอยบนใบหน้า’ ให้มาช้า ด้วย 5 วิธีทำได้เองง่าย ๆ
เปิดความลับ Culture Shock: ทำไมฝรั่งถึง (ยัง) ไม่ใช้ "สายฉีดชำระ" เหมือนบ้านเรา?
ทำไมเราถึงจำฝันตัวเองไม่ได้?
ไขปริศนา URL: ทำไมยุคนี้ "www" ถึงหายไป และเรายังจำเป็นต้องพิมพ์อยู่ไหม?










