9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
ถ้าย้อนกลับไปสัก 30–50 ปีก่อน ถนนหนทางและชีวิตประจำวันของคนไทยอาจดูแตกต่างจากวันนี้มาก
การเดินทาง การค้าขาย การสื่อสาร ความบันเทิง ไปจนถึงการทำงานในชีวิตประจำวัน ล้วนมีคนอีกกลุ่มหนึ่งคอยทำหน้าที่ที่เราแทบไม่ต้องพึ่งพาแล้วในปัจจุบัน
บางอาชีพหายไปเพราะเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ บางอาชีพถูกลดบทบาทจากการเปลี่ยนแปลงของเมืองและระบบคมนาคม ขณะที่บางอาชีพยังมีคนทำอยู่ เพียงแต่กลายเป็นงานเฉพาะทางที่ไม่ได้พบเห็นทั่วไปเหมือนเมื่อก่อน
นี่คือ 9 อาชีพที่น่าสนใจ เพราะเมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว จะเห็นภาพว่า ประเทศไทยเปลี่ยนไปมากแค่ไหน
1. คนลากรถเจ๊ก อาชีพที่ใช้แรงคนพาผู้โดยสารไปตามถนน
รถลากเคยเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในกรุงเทพฯ โดยมีผู้ลากรถใช้แรงกายพาผู้โดยสารหรือขนของไปยังจุดหมาย
ข้อมูลจากเอกสารของสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ระบุว่า รถลากรับจ้างเริ่มมีในไทยตั้งแต่ช่วงรัชกาลที่ 5 และเมื่อได้รับความนิยมมากขึ้นก็มีการควบคุมกิจการจนถึงขั้นมีพระราชบัญญัติรถลากใน ร.ศ. 120 หรือ พ.ศ. 2444
ลองนึกภาพกรุงเทพฯ ในวันที่ยังไม่มีรถยนต์จำนวนมหาศาลบนท้องถนน การเดินทางของผู้คนจึงต้องพึ่งพาแรงงานคนอย่างมาก
เมื่อระบบขนส่งสาธารณะ รถยนต์ และยานพาหนะรูปแบบใหม่เข้ามา รถลากจึงค่อย ๆ หมดบทบาทลง
สิ่งที่น่าสนใจคือ อาชีพนี้ไม่ได้หายไปเพราะไม่มีคนต้องเดินทาง แต่หายไปเพราะวิธีเดินทางของคนเปลี่ยนไป
2. นายฮ้อย พ่อค้าผู้นำขบวนวัวควายจากอีสาน
คำว่า “นายฮ้อย” ไม่ได้เป็นเพียงชื่อที่คุ้นหูจากละครหรือเรื่องเล่าในอดีต
กรมศิลปากรอธิบายว่า นายฮ้อยเป็นคำภาษาอีสานที่ใช้เรียกพ่อค้าท้องถิ่นในอดีต โดยเฉพาะผู้ที่ทำการเกษตรเป็นหลักและค้าขายเป็นอาชีพรอง
ในระบบการค้าสมัยก่อน การเดินทางนำวัวควายและสินค้าไปขายในพื้นที่ห่างไกลไม่ใช่เรื่องง่าย จึงเกิดการรวมกลุ่มเป็นขบวนและมีผู้นำทำหน้าที่ดูแลการเดินทาง
กรมสุขภาพจิตยังอธิบายถึง “กองคาราวานเกวียน” ของชาวอีสาน ซึ่งใช้เดินทางขนสินค้าและต้อนวัวควายไปค้าขาย โดยมีนายฮ้อยเป็นผู้นำขบวน
เมื่อถนนดีขึ้น การขนส่งด้วยรถยนต์สะดวกขึ้น และระบบการค้าสมัยใหม่เข้ามา รูปแบบการค้าขายที่ต้องเดินทางเป็นขบวนเป็นเวลานานจึงลดความสำคัญลง
จากอาชีพที่เคยผูกกับเศรษฐกิจของชุมชน จึงค่อย ๆ กลายเป็นภาพจำทางวัฒนธรรม
3. คนล่องแพซุง งานกลางสายน้ำที่ต้องใช้ประสบการณ์สูง
ครั้งหนึ่งแม่น้ำปิงไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางเดินเรือ แต่ยังเป็นเส้นทางสำคัญในการล่องซุงจากพื้นที่ภาคเหนือ
ข้อมูลจากสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ระบุว่า ในอดีตมีการล่องแพซุงไม้สักตามแม่น้ำปิงจากเชียงใหม่และลำปางลงไปทางภาคกลาง
งานนี้ไม่ใช่เพียงการนำไม้ไปลอยน้ำแล้วปล่อยให้กระแสน้ำพาไป
ผู้ควบคุมแพต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับกระแสน้ำและลักษณะของลำน้ำ เพราะแม่น้ำปิงในบางช่วงมีความเชี่ยวกราก การควบคุมแพจึงต้องใช้ทักษะและประสบการณ์สูง
แต่เมื่อระบบถนนและการขนส่งทางบกพัฒนาขึ้น รูปแบบการลำเลียงไม้ทางน้ำแบบเดิมก็ลดความสำคัญลง
ปัจจุบันภาพแพซุงจำนวนมากที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำภาคเหนือ จึงกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่พบในพิพิธภัณฑ์และภาพถ่ายเก่าเสียมากกว่า
4. นักพากย์หนังกลางแปลง เสียงที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืน
ถ้าคนรุ่นก่อนพูดถึง “หนังกลางแปลง” หลายคนอาจไม่ได้จำแค่จอหนังขนาดใหญ่
แต่ยังจำ เสียงของนักพากย์สด ที่คอยพากย์ตัวละครและสร้างบรรยากาศให้กับการชมหนังด้วย
หนังกลางแปลงเคยเป็นความบันเทิงสำคัญของชุมชน แต่เมื่อโทรทัศน์ วิดีโอ ดีวีดี โรงภาพยนตร์มัลติเพล็กซ์ และการรับชมออนไลน์เข้ามา รูปแบบความบันเทิงก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
เดลินิวส์รายงานว่าหนังกลางแปลงค่อย ๆ ลดจำนวนลง เหลือเพียงไม่กี่หน่วยที่ยังรับงานอยู่ และบางส่วนถูกใช้ในงานวัดหรือการฉายเพื่อแก้บน
อย่างไรก็ตาม อาชีพนักพากย์หนังกลางแปลงไม่ได้หายไปแบบเด็ดขาด
Thai PBS ยังนำเสนอเรื่องราวของนักพากย์หนังกลางแปลงที่ยังคงรักษาวิถีการพากย์สดและการฉายหนังแบบย้อนยุคไว้ในปัจจุบัน
นี่จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของคำว่า “เริ่มไม่ค่อยเห็น” มากกว่า “หายไปแล้ว”
5. คนปั้นน้ำตาล อาชีพที่งานวัดเคยขาดไม่ได้
เด็กยุคหนึ่งอาจเคยยืนดูพ่อค้าค่อย ๆ ดึงน้ำตาลสีต่าง ๆ แล้วปั้นเป็นรูปสัตว์ ตัวการ์ตูน หรือสิ่งของต่าง ๆ ต่อหน้าต่อตา
นี่คือเสน่ห์ของ “น้ำตาลปั้น”
ไทยรัฐเคยนำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบอาชีพน้ำตาลปั้นโบราณ โดยระบุว่าอาชีพนี้กำลังลดจำนวนลง เพราะต้องใช้ทักษะสูงและหาผู้สืบทอดได้ยาก ขณะเดียวกันขนมสำเร็จรูปและสินค้าที่ผลิตด้วยแม่พิมพ์ก็เข้ามาแข่งขัน
สิ่งที่ทำให้งานนี้น่าสนใจคือ ไม่ได้ขายเพียงขนม
แต่ขาย “การแสดง” ไปพร้อมกัน
ลูกค้ายืนดูคนทำงานกับมือ เห็นน้ำตาลถูกเปลี่ยนรูปร่างตรงหน้า และสุดท้ายได้ของหวานกลับบ้าน
เมื่อวิถีการบริโภคเปลี่ยนไป เสน่ห์ของการนั่งรอดูช่างปั้นน้ำตาลก็ไม่ได้อยู่ในชีวิตประจำวันเหมือนเดิม
6. หมอตำแย ผู้ช่วยทำคลอดในชุมชนยุคก่อน
ก่อนที่โรงพยาบาลและบริการสาธารณสุขจะเข้าถึงผู้คนได้อย่างทั่วถึง การคลอดบุตรจำนวนหนึ่งในชุมชนชนบทต้องอาศัยผู้มีประสบการณ์ด้านการทำคลอดพื้นบ้าน
“หมอตำแย” จึงเป็นหนึ่งในอาชีพที่มีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนไทยในอดีต
แต่ปัจจุบันไม่ควรสรุปว่าหมอตำแย “หายไปทั้งหมด”
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกยังมีระบบรับรองหมอพื้นบ้านตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2562 และมีหมอตำแยอยู่ในรายการสาขาที่ได้รับการรับรอง
ดังนั้นสถานะที่เหมาะสมกว่าคือ เป็นอาชีพที่พบได้น้อยลงและเปลี่ยนบทบาทไปจากเดิม
การเข้าถึงโรงพยาบาล การฝากครรภ์ และระบบการแพทย์สมัยใหม่ทำให้การทำคลอดในชุมชนไม่ได้มีหมอตำแยเป็นตัวเลือกหลักเหมือนในอดีต
7. ช่างพิมพ์ดีดและคนรับจ้างพิมพ์เอกสาร
ลองคิดดูว่า ถ้าไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีเครื่องพิมพ์ และต้องการพิมพ์เอกสารสักฉบับ เราจะทำอย่างไร?
ในอดีต “เครื่องพิมพ์ดีด” เป็นเครื่องมือสำคัญของสำนักงาน โรงเรียน และงานเอกสาร
คนที่มีทักษะการพิมพ์จึงมีบทบาทมากกว่าที่คนรุ่นใหม่อาจนึกภาพออก
ปัจจุบันงานที่เกี่ยวข้องกับพิมพ์ดีดลดลงอย่างมากจากการเข้ามาของคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างหายไปหมด
แม้กระทั่งปัจจุบันยังมีร้านจำหน่ายและซ่อมเครื่องพิมพ์ดีดในไทยอยู่จริง เช่น ร้านซ่อมเครื่องพิมพ์ดีดที่ยังให้บริการเครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้า เครื่องคิดเลข และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
นี่จึงเป็นอีกตัวอย่างของอาชีพที่ จากงานทั่วไป กลายเป็นงานเฉพาะทาง
8. ช่างทำร่มบ่อสร้าง งานฝีมือที่เปลี่ยนจากของใช้เป็นมรดกวัฒนธรรม
“ร่มบ่อสร้าง” เป็นหนึ่งในงานหัตถกรรมที่คนไทยรู้จักดี โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่
ข้อมูลการจัดประเภทมาตรฐานอาชีพของประเทศไทยยังระบุ “ช่างทำร่มบ่อสร้าง” ไว้เป็นหนึ่งในตัวอย่างอาชีพงานฝีมือ
จุดน่าสนใจของอาชีพนี้แตกต่างจากหลายอาชีพในรายการ
มันไม่ได้หายไปเพราะไม่มีใครต้องการร่มอีกแล้ว
แต่รูปแบบการใช้งานเปลี่ยนไป
ร่มที่เคยเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันจำนวนมาก กลายเป็นทั้งสินค้าเชิงวัฒนธรรม ของตกแต่ง และสินค้าสำหรับนักท่องเที่ยว
ดังนั้นอาชีพช่างทำร่มยังมีอยู่ เพียงแต่ไม่ได้อยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยในวงกว้างเหมือนงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่
9. คนส่งน้ำแข็งตามบ้านและร้านค้า
น้ำแข็งเป็นของธรรมดามากในปัจจุบัน จนเราแทบไม่เคยคิดว่าครั้งหนึ่งการมีน้ำแข็งในบ้านต้องอาศัย “ระบบส่งน้ำแข็ง”
เมื่อโรงน้ำแข็งเริ่มแพร่หลาย น้ำแข็งจึงกลายเป็นสินค้าที่สามารถส่งไปยังบ้าน ร้านค้า และตลาดได้ และเกิดงานรับส่งน้ำแข็งตามชุมชนขึ้น
ข้อมูลประวัติศาสตร์เกี่ยวกับโรงน้ำแข็งในสยามอธิบายว่า การเกิดขึ้นของโรงน้ำแข็งนำไปสู่ระบบการส่งน้ำแข็งตามบ้านและร้านค้า โดยผู้ส่งใช้รถจักรยานหรือรถเข็นขนส่งน้ำแข็งก้อน
เมื่อบ้านเรือนมีตู้เย็นมากขึ้น และการผลิตกับการกระจายสินค้าน้ำแข็งมีระบบมากขึ้น รูปแบบ “คนส่งน้ำแข็งถึงบ้าน” แบบที่เคยคุ้นตาจึงลดบทบาทลง
แต่เช่นเดียวกับหลายอาชีพในบทความนี้ มันยังไม่ได้สูญพันธุ์
หลักฐานร่วมสมัยยังพบคนส่งน้ำแข็งทำงานอยู่ เช่น ข่าวในปี 2567 ที่กล่าวถึงคนส่งน้ำแข็งซึ่งกำลังนำสินค้าไปส่งในตลาด
เพียงแต่จากสิ่งที่เคยเป็นภาพปกติในชีวิตประจำวัน กลายเป็นงานที่เราอาจพบเฉพาะบางพื้นที่หรือบางธุรกิจ
แล้วทำไมอาชีพเหล่านี้จึงค่อย ๆ หายไป
ถ้ามองทั้ง 9 อาชีพ จะพบว่ามีรูปแบบคล้ายกันอย่างหนึ่ง
อาชีพไม่ได้หายไปเพราะโลก “ไม่ต้องการคนทำงาน” แต่เพราะโลกเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหา
รถลากถูกแทนที่ด้วยระบบคมนาคมสมัยใหม่
นายฮ้อยและขบวนเกวียนลดบทบาทเมื่อระบบการขนส่งพัฒนา
การล่องแพซุงลดลงเมื่อรูปแบบการขนส่งเปลี่ยน
หนังกลางแปลงถูกกระทบจากโทรทัศน์ โรงภาพยนตร์ และสื่อดิจิทัล
น้ำตาลปั้นเจอการแข่งขันจากขนมสำเร็จรูป
หมอตำแยถูกลดบทบาทเมื่อระบบสาธารณสุขเข้าถึงชุมชนมากขึ้น
งานพิมพ์ดีดถูกแทนที่ด้วยคอมพิวเตอร์
ส่วนงานฝีมืออย่างร่มบ่อสร้างยังอยู่ แต่เปลี่ยนสถานะจากของใช้ทั่วไปไปสู่สินค้าเชิงวัฒนธรรมมากขึ้น
จาก “อาชีพธรรมดา” สู่ “เรื่องเล่าของอดีต”
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่การนับว่าอาชีพไหนหายไปแล้วกี่อาชีพ
แต่คือการได้เห็นว่า อาชีพหนึ่ง ๆ สามารถบอกประวัติศาสตร์ของสังคมได้
เมื่อคนเดินทางด้วยรถลาก เราจะเห็นภาพเมืองแบบหนึ่ง
เมื่อสินค้าถูกขนด้วยขบวนเกวียน เราจะเห็นระบบเศรษฐกิจอีกแบบหนึ่ง
เมื่อผู้คนมุงดูหนังกลางแปลง เราจะเห็นวิธีที่ชุมชนใช้เวลาร่วมกัน
และเมื่อเด็กยืนดูคนปั้นน้ำตาล เราจะเห็นว่าความบันเทิงกับการค้าขายในอดีตบางครั้งแทบแยกออกจากกันไม่ได้
วันนี้เราอาจไม่ต้องพึ่งคนเหล่านั้นอีกแล้ว แต่เรื่องราวของพวกเขาช่วยให้เราเข้าใจว่า สิ่งที่เราเรียกว่า “ชีวิตปกติ” ในแต่ละยุค ไม่เคยเหมือนเดิม
หมายเหตุ: คำว่า “เริ่มไม่ค่อยเห็น” ในบทความนี้หมายถึงอาชีพที่ลดบทบาทจากการเป็นงานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ไม่ได้หมายความว่าอาชีพนั้นสูญหายไปจากประเทศไทยทั้งหมด
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก — ฐานข้อมูลหมอพื้นบ้านและหมอตำแยที่ได้รับการรับรอง
มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร — ประวัติการล่องแพซุงในแม่น้ำปิง
มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี — ข้อมูลประวัติรถลากในไทย
Thai PBS — เรื่องนักพากย์หนังกลางแปลงและวิถีหนังกลางแปลง
ไทยรัฐ — ข้อมูลเชิงประสบการณ์เกี่ยวกับอาชีพน้ำตาลปั้นและปัญหาการสืบทอด
สำนักงาน/สถาบันด้านมาตรฐานอาชีพ — ตัวอย่างการจัดประเภทอาชีพช่างทำร่มบ่อสร้าง
“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย
เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
สปาเกตตีหนึ่งเส้นเรียกว่าสปาเกตโต
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
เปิด 10 อันดับ เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย วุฒิ ป.เอก ใครให้สูงสุด?
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
เค้กแต่งงานหนักครึ่งตัน เมื่อมหาเศรษฐีซาอุฯ ทุ่มไม่อั้น สร้างสรรค์ "สถาปัตยกรรมระดับอนุสาวรีย์"
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
รอยแผล 167 จุดบนโครงกระดูก หลักฐานของเครื่องยิงหินยักษ์ในประวัติศาสตร์!
ตะขาบที่เราเห็นในบ้านมาจากไหน? เปิดความจริงเรื่องที่อยู่อาศัยและพฤติกรรม
เจาะลึกสายผสม! งวด 1 กันยายน 2569 จับคู่เลขเด่นกับเลขรอง สร้างชุด 3 ตัวตรงสู้ศึกงวดใหม่
ย้อน 9 วิธีแอบบอกรักยุค 90 เมื่อทุกข้อความต้องใช้ความกล้า
เปิด 10 อันดับผู้นำที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
ชวนลองเข้ามาดูการออกแบบที่ทำให้สิ่งของธรรมดา ๆ มีความพิเศษเพิ่มมากขึ้น
เจาะแนวทางเศรษฐี! หวย 1 กันยายน 2569 ส่องสถิติย้อนหลัง ชนเลขเด็ด "อาจารย์แบงค์ เศรษฐีศรีสุวรรณ" คัดเน้นๆ สายรูด 2-7
สปาเกตตีหนึ่งเส้นเรียกว่าสปาเกตโต












