ปลาหน้าตาแปลกๆที่มีพิษร้ายแรงอย่างมหาศาล
ในบรรดาสัตว์มากมายบนโลก
มีหลายชนิดที่เป็นมิตรกับคน มีหลายชนิดที่พัฒนามาเป็นสัตว์เลี้ยง
หรือกลายมาเป็นอาหารที่จำเป็นต่อการมีชีวิตของมนุษย์
แต่สัตว์อีกหลายอย่างก็เป็นภัยอันตรายกับมนุษย์เช่นกัน
โดยเฉพาะกลุ่มของ 'สัตว์มีพิษ' ที่บางชนิดก็เป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้
บทความนี้เพื่อเป็นความรู้แก่คนที่ชอบท่องเที่ยว
ชอบดำน้ำตามแนวปะการัง ให้ได้รู้จักและระแวดระวังภัยกันได้
วันนี้ขอแนะนำให้รู้จักกับ 'ปลาหิน (Stonefishes)'
เป็นปลาหน้าตาประหลาดที่มีลักษณะคล้ายหิน มีผิวหนังตะปุ่มตะป่ำ
ลำตัวสากและมีหนามเล็กๆอยู่ตามลำตัว มีก้านครีบขนาดใหญ่ทั่วตัว
บริเวณก้านครีบที่มีลักษณะเป็นหนามแหลมนี้เองที่เป็นตำแหน่ง 'ฉีดพิษ' ของปลาชนิดนี้
พิษของปลาหินถือเป็นหนึ่งใน 'พิษที่ร้ายแรงที่สุดในธรรมชาติ'
และถือเป็นปลาที่มีพิษร้ายแรงที่สุดเท่าที่มีการค้นพบในปัจจุบัน
เนื่องจากปลาหินมักจะนอนนิ่งอยู่บนพื้นทราย ด้วยความที่มีลักษณะคล้านก้อนหิน
ทำให้สังเกตุได้ยาก และอาจเผลอไปหยิบหรือเหยียบได้
ปลาหินมีหลายชนิด พบได้มากในชายฝั่งของออสเตรเลีย
ปาปัวนิวกินี ฟิลิปปินส์ เรื่อยไปจนถึงชายฝั่งของจีน
และแม้จะเป็นสัตว์ที่มีพิษมาก แต่ก็ยังมีรายงานของคนที่ได้รับพิษ
จากปลาชนิดนี้น้อยครั้งมาก ส่วนใหญ่เป็นรายงานจากประเทศออสเตรเลีย
เอาเป็นว่าถ้าเห็นปลาหน้าตาแบบนี้เข้าล่ะก็
อย่าไปยุ่งกับมันเลยจะดีที่สุดนะ
จบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวร
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
ส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 69
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
ชาติในภูมิภาคอาเซียน ที่ติดหนี้เงินกู้จากประเทศจีนมากที่สุด
ประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจำนวนน้อยที่สุด
ประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทยมากที่สุด
จังหวัดนี้เลี้ยงไก่มากที่สุดในไทย
10 ประเทศ ที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มากที่สุด
ไข่มุกถ้ำ (Cave Pearls): อัญมณีที่ไร้สิ่งมีชีวิตสร้าง
9 พิกัดผืนธงทรงพลัง: มรดกทางวัฒนธรรมที่ปลิวไสวเหนือแผ่นดิน
รู้จักลิง 6 ชนิด ที่สามารถพบได้ในประเทศไทย
นักการเมืองที่รวยที่สุด มีทรัพย์สินมากที่สุดอันดับหนึ่งในโลก
จางวาง: ผู้กุมอำนาจบริหารและฟันเฟืองหลักแห่งกรมกองโบราณ








