"Lady Jane Grey" ชะตาชีวิตของราชินี 9 วันแห่งอังกฤษ

ในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ "เลดี้เจน เกรย์" (Lady Jane Grey) ได้ขึ้นเป็นราชินี หลังจากการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 6 ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1553 แต่ได้สูญเสียบัลลังก์ของเธอไปอย่างรวดเร็ว ให้กับแมรี่ที่ 1 ลูกสาวคนโต ของกษัตริย์เฮนรี่ที่ 8 (King Henry VIII) ในอีก 9 วันต่อมา

Lady Jane Grey, the so-called Nine Days' Queen
1. ความเป็นมา
"เลดี้เจน เกรย์" เธอเป็นเหมือนเครื่องมือให้กับผู้มีอำนาจรอบตัวเธอ และเธอก็เป็นญาติทางเชื้อสายของ "แมรี่ ทิวดอร์ สมเด็จพระราชินีแห่งฝรั่งเศส" (Mary Tudor, Queen of France) เป็นน้องสาวของ "พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 แห่งอังกฤษ" (King Henry VIII) และเลดี้เจนฯ ก็ถูกมองว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมกับ "พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 แห่งอังกฤษ" (King Edward VI)
2. ถูกลงจากบัลลังก์
เมื่อพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 สิ้นพระชนม์ด้วยวัณโรค ในวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 1553 ซึ่งมีอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น เลดี้เจนฯ ก็ถูกเชิญขึ้นไปบนบัลลังก์ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเรื่องราวในราชสำนัก เพราะการขึ้นสู่อำนาจของเธอกลับนำมาซึ่ง
ความโกรธเกรี้ยวของลูกสาวคนโตของเฮนรี่ที่ 8 นั่นก็คือ "แมรี่ ที่ 1 แห่งอังกฤษ (Mary I of England) ก็ได้หาทางทวงสิทธิ์ในบัลลังก์ แล้วพระองค์ก็กระทำสำเร็จ จึงทำให้เลดี้ต้องลงจากบัลลังก์เพียงแค่ 9 วันเท่านั้น ภายหลังจาก 1 ปีต่อมา เลดี้เจนฯ ก็ถูกตัดศีรษะเมื่ออายุได้เพียง 17 ปี
3. ประวัติในวัยเด็กและเชื้อสาย
"เลดี้เจน เกรย์" เกิดราวปี ค.ศ. 1537 และมีตำแหน่งพิเศษในอังกฤษยุคทิวเดอร์ แม่ของเธอเป็นลูกสาวของน้องสาวกษัตริย์เฮนรี่ที่ 8 ดังนั้น
เลดี้เจนฯ กับ แมรี่ ที่ 1 จึงเป็นลูกพี่ลูกน้องห่างๆกัน กับพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 แห่งอังกฤษ เธอจึงใช้ชีวิตอย่างสบาย และได้รับการศึกษาที่ดีตามที่พระราชวังในอดีต เธอศึกษาได้หลายภาษาไม่ว่าจะภาษากรีก, ละติน, ฮีบรู และ อิตาลี และรักในการอ่าน
4. การแสวงหาผลประโยชน์จากเธอ
เนื่องด้วยเธอมีศักดิ์เป็นพระญาติกับพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 จึงทำให้เหล่าคนที่กระหายอำนาจต่างก็สนใจ และต้องการจะแสวงหาผลประโยชน์จากเธอ ต่อมาเมื่อพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 สวรรคตในปี ค.ศ. 1547 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ด (พระราชโอรส) ก็ได้ขึ้นครองราชย์เป็น "พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 แห่งอังกฤษ" ด้วยวัยเพียง 9 ปี ทำให้เหล่าขุนนางเข้ามาถวายความช่วยเหลือในการปกครอง
5. การสืบทอดมอบบัลลังก์
"จอห์น ดัดลีย์" (John Dudley) หนึ่งในผู้นำสภาก็ได้จัดการให้ เธอสมรสกับลูกชายของตน "ลอร์ด กิลด์ ฟอร์ด ดัดลีย์" (Lord Guild ford Dudley) ในเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 1553 เนื่องจากดัดลีย์รู้ว่า พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 น่าจะมีอายุไม่ยืนยาวนัก เนื่องจากมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรงและมักจะป่วยอยู่เสมอๆ แต่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 ก็ยังต้องการให้ผู้สืบทอดเป็นผู้ที่นับถือนิกายโปรเตสแตนต์ พระองค์จึงทรงตัดน้องสาวต่างแม่ออกไป ก็คือเจ้าหญิงแมรี่และเจ้าหญิงเอลิซาเบธ ออกจากการสืบทอดราชบัลลังก์ เพื่อต้องการให้มงกุฎนี้ส่งต่อไปยังลูกชายของเลดี้ฯ หากแม้ว่าเธอไม่มีลูก บัลลังก์นี้ก็จะถูกส่งต่อไปยังลูกชายของพี่ๆน้องๆของเธอแทนต่อไป
6. โดนสกัดการขึ้นบัลลังก์
3 วันหลังจากการเสียชีวิตของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 เธอก็ถูกเรียกตัวไปประชุมลับที่บ้านของพ่อตาเธอ เธอตกใจมากว่าเธอจะต้องได้เป็นพระราชินีองค์ต่อไปของอังกฤษ..จนเธอเป็นลม พอวันที่ 10 กรกฎาคม เธอก็เข้าไปใน "หอคอยแห่งลอนดอน" (Tower of London)
ซึ่งเป็นธรรมเนียมของการรอเข้าพิธีราชาภิเษก แต่ต่อมาก็เจอข้อโต้แย้งจากเจ้าหญิงแมรี่ที่ 1 ลูกสาวคนโตของพระเจ้าเฮนรี่ ที่ 8 ชี้แจ้งต่อสภาองคมนตรีทันที ว่าพ่อของเธอได้แต่งตั้งเธอไม่ใช่เลดี้เจนฯ ในลำดับที่ 2 รองจากพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6
7. ราชินี 9 วัน
ไม่เพียงแต่เจ้าหญิงแมรี่ที่ 1 จะคิดเช่นนี้คนเดียวเท่านั้น แต่คนอื่นๆก็เข้ามาสนับสนุนเธอ และในวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 1553 องคมนตรีก็ได้เปลี่ยนจากเลดี้เจนฯ มาเป็นแมรี่ที่ 1 แทน ส่วนของเลดี้เจนฯ หอคอยแห่งลอนดอนก็กลายเป็นคุกสำหรับเธอ และในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1553 แมรี่ที่ 1 ก็ประทับม้าพระที่นั่งเข้าสู่กรุงลอนดอนในฐานะพระราชินีองค์ใหม่
8. โดนข้อหาว่า "กบฏ"
พอในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1553 เลดี้เจนฯ และสามีของเธอ ก็ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหา "กบฏ" และถูกตัดสินประหารชีวิต แต่พระราชินีแมรี่ที่ 1 ได้ทรงพระเมตตากับลูกพี่ลูกน้องเธอในฐานะพระญาติ โดยละเว้นโทษประหารชีวิต แต่ให้เป็นนักโทษที่หอคอยแห่งลอนดอนแทน ส่วนพ่อตาของเลดี้เจนฯ ไม่ได้โชคดี เพราะถูกประหารชีวิตเช่นกัน เนื่องจากพยายามจะยกกองทัพมาสู่กับแมรี่ที่ 1
9. การประหารชีวิต
แต่พระราชินีแมรี่ที่ 1 ก็ต้องเจอกับความท้าทาย เพราะขณะนั้นพระองค์นับถือนิกายคาทอลิก และมีการเตรียมให้พระองค์อภิเษกสมรสกับ "พระเจ้าฟิลิปที่ 2 แห่งสเปน" (King Philip II of Spain) ซึ่งก็เป็นคาทอลิกเหมือนกัน แต่กลุ่มชาวโปรเตสแตนด์ลุกฮือก่อกบฏต่อพระราชินีแมรี่ฯ และหนึ่งในกลุ่มกบฏก็มีพ่อของเลดี้เจนฯ ร่วมด้วย กลุ่มกบฏถูกปราบปรามอย่างรวดเร็วในเดือน กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1554
ดังนั้นพระราชินีแมรี่ที่ 1 ก็ตระหนักดีว่า การปล่อยให้เลดี้เจน เกรย์ มีชีวิตอยู่ย่อมเป็นอันตรายต่อราชบัลลังก์ แต่ก็ยังทรงมีพระเมตตาเสนอทางเลือกให้เธอและสามี โดยการให้หันมานับถือนิกายคาทอลิกซะ ก็จะทรงละเว้นโทษประหารชีวิต แต่เลดี้เจนฯ และสามีได้ปฎิเสธ จึงทำให้จุดจบก็คือการถูกประหารชีวิตจาการถูกตัดคอ ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1554 โดยในเวลานั้นเลดี้เจนฯ มีอายุเพียง 17 ปี เท่านั้น
ในหลายศตวรรษหลังจากการตายของเธอ ทางนิกายโปรเตสแตนต์ก็ยกย่องเธอในฐานะผู้พลีชีพ ซึ่งเป็นการกระทำอันโหดร้ายของรัชสมัยของแมรรี่ที่ 1 ซึ่งต่อมาแมรี่ก็ถูกเรียกว่า "แมรี่กระหายเลือด" (Bloody Mary) ดังนั้นสำหรับเลดี้เจน เกรย์ เป็นเพียงเครื่องมือของคนที่หิวโหยอำนาจ
ที่วาระสุดท้ายต้องมาตายจากการกระทำของผู้อื่น แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เลดี้เจน เกรย์ ก็ยังคงเป็น 1 ในบุคคลที่น่าหลงใหล และน่าเศร้าที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ กับคำว่า "ราชินีเก้าวัน" ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด จากการครองบัลลังก์ที่อายุสั้นที่สุด และมีความตายอันน่าสลดใจ
ขอบคุณภาพ : google
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
รู้หรือไม่ ไทยเคยเป็นประเทศ ที่ส่งออก นกแก้ว เป็นอันดับต้นๆของโลก
พบตัวนิ่มแม่และลูกเสียชีวิตริมถนน คาดว่าเป็นอุบัติเหตุจากยานพาหนะ
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
ศึกปีกสีดำ! นกขุนทอง ปะทะ นกเอี้ยง ใครคือสุดยอดนักพูดแห่งพงไพร?
ของป่าจากประเทศไทย ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงมากที่สุด
สื่อแดนผู้ดีแซะแรง! "ลิซ่า BLACKPINK" แต่งตัวเฉิ่มมาผิดงาน..เป็นที่สุดของชุดยอดแย่ในปีนี้
ห้ามใช้น้ำส้มสายชู ทำความสะอาดสิ่งของ 5 อย่างนี้ในบ้านเด็ดขาด!!
กัมพูชาเดือด ประชาชนบุกทุบตู้ ATM หลังแบงก์ยักษ์ "Prince Bank" ล้มละลาย ปิดตำนานออกญาเฉินจื้อ
ตำรวจฮ่องกงรุมยิงชายถือมีด ขณะจับตัวประกันสาว
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก










