“ฮิโนกิแลนด์”บ้านไม้หอมญี่ปุ่น
จังหวัดเชียงใหม่ ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากที่สุดอีกจังหวัดหนึ่ง ซึ่งมีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวทางภูมิปัญญาความรู้ ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ล้วนเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ที่มีโอกาสมาเที่ยวได้เป็นอย่างดี รวมถึงสถานที่อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานท่องเที่ยวที่เริ่มเป็นที่นิยม สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2561 เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จำลองเป็นหมู่บ้านแบบญี่ปุ่น เรียกสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ว่าบ้านไม้หอม “ฮิโนกิแลนด์”
“ฮิโนกิแลนด์” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางสถาปัตยกรรมแบบจำลองบ้านไม้หอมญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ อยู่ห่างจาก จ.เชียงใหม่ไปทางทิศเหนือประมาณ 120 กิโลเมตร สำหรับการเดินทางสามารถเดินทางโดยรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ ถนนหนทางสะดวก แต่หากเดินทางด้วยตนเองจะต้องระมัดระวังในการขับรถยนต์หรือมอเตอรืไซค์ เพราะทางไป อ.ไชยปราการนั้น จะมีถนนบางช่วงที่ต้องผ่านภูเขาและหนทางคดเคี้ยวพอสมควร
ด้วยความที่“ฮิโนกิแลนด์”เป็นที่กล่าวขานของเพื่อน ๆ ใน Facebook โด่งดังทางสื่อโซเชียล ถึงความสวยงามแบบของบ้านไม้หอมในสไตล์ญี่ปุ่น ผู้เขียนและครอบครัวจึงตกลงปลงใจกันว่าจะหาเวลาไปเที่ยวและโอกาสของเราก็มาถึงในช่วงปฏิทินหยุดหลายวันของครอบครัว พวกเราก็ตั้งใจจะไปเที่ยวฮิโนกิแลนด์กัน เจ้าลูกชายตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวยังสถานที่แห่งใหม่ หลังจากเมื่อวานเราไปเที่ยวหลายที่ในตัวเมืองเชียงใหม่ วันรุ่งขึ้นจึงตื่นกันแต่เช้า คุยกันว่าวันนี้จะออกไปเช้าหน่อยถึงที่โน่นแล้วจะได้ไม่สายเกินไป อากาศจะได้ไม่ร้อนและเหนื่อยเวลาเดินชมบ้านไม้หอมฮิโนกิแลนด์ เราขับขี่รถยนต์ด้วยความระมัดระวังจากตัวเมืองเชียงใหม่ที่รถพลุกพล่านเข้าสู่อำเภอแม่ริมขับไปเรื่อย ๆ ผ่านอำเภอแม่แตงเข้าสู่อำเภอเชียงดาว ถนนช่วงนี้จะเริ่มเป็นถนนเชิงเขาหนทางค่อนข้างคดเคี้ยวโค้งไปมา จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ การเดินทางของเราดูเชื่องช้าเนิ่นนานเหลือเกินกับถนนที่ไม่คุ้มชิน พอผ่านอำเภอเชียงดาวก็เข้าสู่เขตอำเภอไชยปราการใกล้แล้วซินะฮิโนกิแลนด์ มองหลักกิโลเมตรระบุว่าไชยปราการ 10 กิโลเมตร เราดีใจมาก ใกล้ถึงแล้ว ๆ
พอเขาสู่ถนนที่ตั้งของบ้านไม้หอมฮิโนกิแลนด์ การจราจรเริ่มติดขัดเพราะมีรถนักท่องเที่ยวหลั่งไหลที่จะเข้าไปเที่ยวชมเหมือนกับเรา พวกเราหาที่จอดรถเสร็จแล้วก็ย่างกายเข้าสู่หมู่บ้านฮิโนกิแลนด์ ภาพที่ปรากฏอยู่ไกล ๆ ตรงหน้าคืออาคารหลังใหญ่ 2 ชั้นรูปทรงแนวสถาปัตยกรรมแบบบ้านญี่ปุ่นมองดูสวยงาม พอเราเดินเข้าไปก็เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม
จากจุดแรกที่เราเข้าไปข้างในก็จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินเข้าออกชมความงามของสถานที่ ข้าวของเครื่องใช้ที่จำลองมาแบบประเทศญี่ปุ่น เราเองก็เดินชมสถานที่และสิ่งของไปเรื่อย ๆ มาสะดุดตาเอาตรงเสาไม้ต้นใหญ่ 2 ต้น ทรงแบบมีซุ้มเชื่อมเข้าหากันสไตล์ซุ้มแบบญี่ปุ่น จึงชื่นชมความสวยงาม เราไม่ลืมที่จะถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก จากนั้นก็จะมีเสาแบบนี้เรียงกันไปเรื่อย ตรงกลางเสาก็จะมีทางเดินปูด้วยกระเบื้องให้นักท่องเที่ยวเดินตามซุ้มเสา ตรงทางเดินระหว่างเสานี้นักท่องเที่ยวจะชอบถ่ายรูปกันมาก เพราะเสาเรียงกันเป็นช่วง ๆ ระยะทางค่อนข้างไกลเวลาถ่ายรูปด้วยกันหลายคนมองไกล ๆ จะสวยงาม เราเดินเข้าไปเรื่อย ๆ จนถึงบ้านไม้หอมญี่ปุ่นอาคาร 2 ชั้นหลังใหญ่ ซึ่งเราร้องโอ้โหสวยงามมาก บ้านทรงสไตล์แบบญี่ปุ่นสุดน่าทึ่ง นักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตาเดินเข้าออกในบ้านไม้หอมหลังนี้ เราเองก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปชมบ้านหลังนี้ด้วยเช่นกัน พอเข้าไปในบ้านนี้ปุ๊บเรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในประเทศญี่ปุ่นชั่วขณะ บรรยากาศบนบ้านก็จะห้องแบบต่าง ๆ ที่ให้ชมบางห้องก็จะมีสิ่งของเครื่องใช้แบบญี่ปุ่นชม มีห้องพระให้นักท่องเที่ยวได้กราบไหว้ รวมถึงอนุญาตให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้ด้วย เวลาเราขึ้นไปชั้นสองมองลงมาจะเห็นบรรยากาศทิวทัศน์บนดอยที่สวยงามมากประกอบกับอากาศที่เย็นสบาย ๆ ทำให้เรารู้สึกสดชื่นสบายใจเลยทีเดียว ....นอกจากบ้านไม้หอมหลังนี้แล้ว ถัดจากนี้ภายในบริเวณจะมีจะมีห้องสตูดิโอ สำหรับให้นักท่องเที่ยวเช่าเสื้อกิโมโนใส่ภายในบริเวณฮิโนกิแลนด์ได้ รวมถึงมีการจำลองต้นซากุระญี่ปุ่นคอยบริการนักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งเจ้าลูกชายและภรรยาก็ได้ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกก่อนกลับบ้าน
การมาเที่ยวของเราในวันนี้ ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ สำหรับเราได้มาซึมซับบรรยากาศประเทศญี่ปุ่นที่ฮิโนกิแลนด์ หากใครที่สนใจจะมาเที่ยวและซึมซับบรรยากาศญี่ปุ่นแบบไทย ๆ แนะนำให้มาเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว ในเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนนะครับ เพราะช่วงนั้นดอกไม้ที่ปลูกหลากหลายชนิดพันธ์ุกำลังออกดอกเบ่งบาน บรรยากาศก็กำลังดี เมฆหมอกสวยงาม ต้นไม้เขียวขจีเต็มภูเขา ช่วงนี้รับรองจะไม่ผิดหวังกับการเดินทางมาเที่ยวชมอย่างแน่นอน อย่าลืมมาเที่ยวกันเยอะ ๆ นะครับ "ฮิโนกิแลนด์"ไทยแลนด์
การลักลอบนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้น จำนวนมหาศาลจากประเทศกัมพูชาเข้าไทย
"ปลัดอำเภอ" กับ "นายอำเภอ" ต่างกันอย่างไร? ใครตำแหน่งสูงกว่า?
"แต๋วจ๋าพารวย" งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569 คืนความสุขสู่ความรวย
เผยเทคนิค "ซื้อหวยยังไงให้ถูกรางวัล"..รับประกันถูกแน่นอน!
ธุรกิจ "ไก่ย่างห้าดาว"เป็นของใคร? แบรนด์แฟรนไชส์อาหารเก่าแก่ ที่แข็งแกร่งที่สุดในไทย
จังหวัดในเขตภาคอีสานของไทย ที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเลมากที่สุด
มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลก ไม่ใช่ฮาร์วาร์ด!!
อาจารย์น็อตตี้ เปิดเลขเด็ดงวด 1 เม.ย. 2569
อำเภอที่ถูกจัดตั้งขึ้นใหม่ ล่าสุดของประเทศไทย
สินค้า 5 อันดับแรกที่กัมพูชานำเข้าจากไทยมากที่สุด
อันดับประเทศที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงที่สุดในโลกประจำปี 2026
การปรับเพิ่มอัตราเงินเดือนครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี สำหรับคณะทำงานและผู้ช่วย สส. สว.
สนามบินที่อันตรายที่สุด ที่ยังคงเปิดให้มีเครื่องบินขึ้นลงได้
เจาะกลยุทธ์ “เมียหลวงญี่ปุ่น” วางแผนหย่าอย่างไรให้ชนะใสๆ ได้ทั้งเงินและบ้าน!
คนไทยอ้วนขึ้นแบบไม่รู้ตัว! วิกฤตเงียบที่กำลังลามทั้งประเทศ
อย่าทิ้ง! 5 ประโยชน์ของ "ฝาทิชชู่เปียก" เคล็ดลับ DIY ของใช้ในบ้านที่คาดไม่ถึง
ชนสนั่นทองผาภูมิ! MU-X พังยับ พบผู้โดยสารต่างด้าว 10 ราย พูดไทยไม่ได้
“Li Galli” เกาะรูปร่างโลมา แห่งอิตาลี งดงามกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มุมสูงเท่านั้นที่เห็นชัด!
“ยุคไร้สัญญาณ แต่ไม่ไร้หัวใจ” ตู้โทรศัพท์หน้าบันไดสยามฯ จุดนัดพบของความคิดถึง
รีวิว อนิเมะเรื่อง Gachiakuta
ระทึกทุกสายตา! “Castellfollit de la Roca” หมู่บ้านแขวนหน้าผาแห่งสเปน งดงามบนความเสี่ยงสูง 50 เมตร





