หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นครกาหลง มหานครแห่งปริศนา (อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ)🙏🙏🙏

โพสท์โดย ประเสริฐ ยอดสง่า

 ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น ที่ทำให้เชื่อว่า บ้านเมืองนครกาหลง เป็นชุมชนเก่าแก่ ร่วมสมัยทวารวดี คือการพบหลักฐานทางโบราณวัตถุ ที่สามารถนำไปเทียบเคียงลักษณะเด่นเฉพาะ ยุคสมัยทวารวดี ได้หลายรายการ ดังต่อไปนี้

1.ผังเมือง ชุมชนบ้านคอนสวรรค์ หรือนครกาหลง มีโครงสร้างผังเมืองรูปวงรี มีคูน้ำและคันดิน 2 ชั้น ล้อมรอบสมบูรณ์ตลอดแนว ขนาดความกว้างไม่แน่นอน เนื่องจากบางส่วนถูกบุกรุก บางส่วนได้รับการขุดลอก และตกแต่งคันดินสวยงาม เป็นแหล่งน้ำอุปโภคของชุมชน

2.โบราณวัตถุ โบราณวัตถุสำคัญ ของเมืองนครกาหลง แบ่งออกเป็นสองศิลปกรรม เฉพาะสมัยทวารวดี 2 รายการ คือ

2.1 พระพุทธรูปใหญ่สมัยทวารวดี เป็นโบราณวัตถุ สมัยวัฒนธรรมทวารวดี สร้างขึ้นตามคติทางพุทธศาสนา มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-16 ชาวท้องถิ่นเรียกพระพุทธรูปใหญ่สมัยทวารวดีว่า “หลวงพ่อใหญ่” เนื่องจากเป็นพระพุทธรูปยืน ที่มีความสูงถึง 2.70 เมตร สร้างด้วยศิลา พุทธลักษณะเป็นปางสรงน้ำพระเศียรมีลักษณะทรงกรวย พักตร์รูปไข่ยาว มีกรอบพระพักตร์พระขนง ต่อกันเป็นรูปปีกกา พระเนตรหลุบต่ำ พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์หนา พระกรรณยาว พระหัตถ์ขวาแสดงปรางแสดงธรรม พระหัตถ์ซ้ายแนบพระองค์ ครองสังฆาฏิห่มคลุม แหล่งเดิมที่พบโบราณวัตถุชิ้นนี้ เคยเป็นชุมชนโบราณขนาดใหญ่ มีกำแพงและคูเมืองสองชั้น ชาวท้องถิ่นเรียกว่าเนินธาตุ ต่อมา จึงมีการเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปองค์นี้ นำมาไว้ที่วัดบ้านคอนสวรรค์

2.2 ใบเสมาวัดคอนสวรรค์ อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจในวัด คือใบเสมาที่สร้างจากหินทราย เสมาหินทรายที่นั่นมีมากมาย จนกระทั่งชาวบ้านเรียกกันว่า “ป่าเสมา” เสมาหินทราย ที่บางอันก็แกะสลักเอาไว้ บางอันก็ลบเลือนไปแล้ว เป็นเรื่องราวของพุทธประวัติ ไม่มีใครทราบอายุที่แท้จริงของเสมาเหล่านี้ ที่มีกระจัดกระจายทั่วไป ในเขตอำเภอคอนสวรรค์ ว่าสร้างขึ้นใน พ.ศ. เท่าไร มีอายุเท่าไร เดิมทีนั่น เสมาเหล่านี้ ไม่ได้อยู่ที่วัดคอนสวรรค์ แต่อยู่ที่โนนกู่ ซึ่งอยู่ตรงกันข้าม ห่างจากวัดคอนสวรรค์ไปประมาณ ๑ กิโลเมตร ที่ดินตรงนั้นเป็นเนินกว้างใหญ่ ซึ่งสันนิษฐานว่า สมัยก่อน คงจะเป็นเมืองโบราณอย่างแน่นอน แต่ปัจจุบันนี้ชาวบ้านได้อาศัยเป็นป่าช้าเผาศพ หรือฝังศพเอาไว้ เพื่อเผากันตามประเพณีในภายหลัง

การศึกษาข้อมูลเบื้องต้น เกี่ยวกับแหล่งโบราณคดีบ้านเมืองนครกาหลง ได้พบลักษณะที่เชื่อว่า จะเป็นชุมชนสมัยทวารวดี ที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-16 หลักฐานที่ปรากฏได้แก่ โครงสร้างผังเมือง ที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ กลุ่มใบเสมาหินทราย และพระพุทธรูปหินทรายขนาดใหญ่ ลักษณะดังกล่าว น่าจะได้รับอิทธิพล ศิลปะสกุลช่างทวารวดียุคกลาง ซึ่งมีลักษณะพื้นเมืองผสมอยู่มาก

ตามตำนานบ้านเมืองนครกาหลง เล่าว่า บ้านคอนสวรรค์ ตั้งเป็นหมู่บ้านมาช้านาน แต่ไม่ปรากฏหลักฐานระบุแน่ชัดลงไปว่า เป็นหมู่บ้านมาตั้งแต่เมื่อใด เนื่องจากไม่มีการเขียนหรือบันทึก เพียงแต่เป็นการสันนิษฐานเอา จากหลักฐานโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ ที่ปรากฏอยู่ในสมัยที่เริ่มจะมีการเขียนบันทึก และจากคำบอกเล่าของอดีตบรรพชน ที่อยู่ในท้องถิ่นที่ตั้งบ้าน เล่าสืบต่อๆ กันมา เป็นมุขปาฐะบ้าง เป็นกลอนลำบ้าง ผ่านไปได้หลายชั่วอายุคน ซึ่งก็คงจะมีผิดเพี้ยนไปจากเดิม และลางเลือนไปค่อนข้างมาก หากจะสันนิษฐานตามหลักฐานแล้ว ไม่ว่าจะดูจากคูเมืองโบราณ หรือเนินดิน ที่เป็นสถานที่ตั้งเมืองเก่า ที่ชาวบ้านเรียกว่า โนนกู่ พอที่จะคาดเดาได้ว่า ชุมชนที่เคยอาศัยตั้งหลักแหล่งบ้านเรือน อยู่ ณ ที่แห่งนี้นั้น มีอดีตที่รุ่งเรือง มาตั้งแต่สมัยเมื่อ 1,200 – 1,500 ปี มาแล้ว

จากศิลปวัตถุที่ยังหลงเหลือ และพบเห็นได้ในปัจจุบัน ยืนยันเป็นหลักฐานก็คือ เสมาหินทรายบางใบ ที่มีอักษรจารึกปรากฏอยู่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาตะวันออก ยืนยันว่า เป็นอักษรมอญโบราณ ที่ใช้กันในดินแดนถิ่นนี้ เป็นอักษรยุคหลังอักษรปัลลวะ ที่รับรูปแบบมาจากอินเดีย ชนในพื้นถิ่นเดิม ที่เรียกกันว่าเป็นชนพื้นเมืองในสมัยทวารวดีนั้น ได้สร้างศิลปวัตถุคือ เสมาหิน ซึ่งก็คงจะนำหินที่มีอยู่ในพื้นถิ่น หรือบริเวณใกล้เคียง มาแกะสลักเรื่องราว ให้ปรากฏเป็นลวดลาย หรือสัญลักษณ์ภาพ เพื่ออุทิศถวายให้กับศาสนสถาน หรือเพื่อประกาศความเจริญรุ่งเรือง ของพระพุทธศาสนา ในแถบถิ่นนี้

ต่อมาภายหลัง ขอมได้เข้ามารุกราน และมีอิทธิพลยึดครองดินแดนแถบนี้ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 14 – 16 แทนชาวบ้านพื้นเมืองเดิม และได้ทำลายสิ่งก่อสร้าง ที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งอาจจะเป็นสถานที่ ๆ เรียกกันว่า วัด ในสมัยนี้ (บริเวณที่เรียกกันว่าโนนกู่ในปัจจุบัน) และสร้างสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ เพื่อประกาศถึงความยิ่งใหญ่และอิทธิพล ครอบครองดินแดนนี้ขึ้นมาแทน เช่น ปรางค์กู่ที่ชัยภูมินั่น ก็คือสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่ทางศาสนา ชนพื้นเมืองเดิม ที่เคยอาศัยอยู่ ก็คงจะหลบลี้หนีภัยไปอาศัยถิ่นอื่น ทำให้ชุมชนล่มสลายลงไป กลายเป็นป่ารกร้างว่างเปล่า ขึ้นบดบังซากบ้านเมือง หรือคูคลองแต่เดิม นั่นก็คือสาเหตุหนึ่งซึ่งสันนิษฐานกันว่า น่าจะมีความเป็นไปได้ ที่ชาวบ้านชาวเมือง อพยพหนีเหตุเภทภัย จากการรุกรานทางอารยธรรมของขอม

ต่อมาในภายหลัง จึงมีผู้คน ที่อพยพหาที่ในการทำมาหากิน มาตั้งหลักแหล่งอาศัยอยู่ และเนื่องจากสภาพทางภูมิประเทศ รวมทั้งทำเลที่ตั้งเหมาะสม ดินและน้ำมีความอุดมสมบูรณ์ เอื้อประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพ ในทางเกษตรกรรม ด้วยทรัพยากรป่าไม้มาก ฝนตกต้องดีตามฤดูกาล ผลผลิตจากแรงกายที่ทำ ตอบแทนให้ผลคุ้มค่า จึงมีผู้คนชักชวนกัน อพยพมาอยู่กันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อบ้านเรือนขยายออกไป เพื่อทำอยู่ทำกิน พื้นที่ทำนาปลูกข้าว จึงได้พบซากโบราณสถานและโบราณวัตถุ ที่เป็นศิลปะในยุคเก่าก่อน ถูกทิ้งร้างทับถม ซุกซ่อนอยู่ ต่อมาภายหลังการพบโบราณวัตถุ จึงได้มีนักวิชาการมาศึกษาวิเคราะห์ตามหลักฐานที่ปรากฏ บ่งชี้ในทางโบราณคดี ทางประวัติศาสตร์ และยุคสมัยทางศิลปะ สรุปไปในแนวทางเดียวกันว่า สถานที่แห่งนี้ เคยเป็นบ้านเมือง หรือชุมชนมาแต่ยุคสมัยประวัติศาสตร์ แต่ไม่ได้สืบทอด หรือมีคนอยู่อาศัย เจริญเรื่อยมาเป็นลำดับ ตรงกับยุคสมัยที่เรียกกันว่าทวารวดี และบ้านเมืองมีการเสื่อม หรือล่มสลายไป ด้วยสาเหตุใดไม่ปรากฏแจ้งชัด เพียงแต่เป็นการคาดเดา หรือสันนิษฐานกันไว้เท่านั้นประชาชนชาวบ้าน ที่อพยพมาอยู่ ณ ที่เป็นบ้านคอนสวรรค์ในปัจจุบัน สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นกลุ่มชนเชื้อสายไทย – ลาว ทางเวียงจันทน์หรือจำปาศักดิ์ ที่เคยมีประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน ในกรณีเจ้าอนุวงศ์ เมื่อสมัยต้นรัตนโกสินทร์มานี้เอง จากการสังเกต ลักษณะโครงสร้างทางกายภาพ เช่น ลำตัว สีผิว โครงรูปใบหน้า กับสำเนียงภาษาแล้ว หากจะนับย้อนถอยหลังการก่อตั้งหมู่บ้าน น่าจะพออนุมานได้ว่าคงจะอยู่ร่วมสมัยเดียวกัน กับการตั้งเมืองชัยภูมิ โดยนายแล หรือพระยาแล เมื่อปี พ.ศ. 2360 โดยผู้คนอพยพมาอยู่ ก็คงจะเดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมา เพราะเนื่องด้วยพระยาแล มาตั้งเมืองอยู่แถวถิ่นบริเวณนั้น ก่อนที่จะขยับขยายหาที่ทำกินที่อุดมสมบูรณ์ ไปสู่แหล่งอื่น

ถ้าหากเทียบแล้ว บ้านคอนสวรรค์ ก็จะเป็นบ้านเมืองขึ้นมา ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ประชาชนที่อพยพมาอยู่ใหม่ ในที่ๆ เป็นบ้านคอนสวรรค์ปัจจุบัน ก็ได้อยู่ทำกิน และขยายเผ่าพงศ์ สืบต่อตระกูลกันต่อมาเรื่อยๆ จนขยายเป็นชุมชนใหญ่ ดังปรากฏอยู่ในปัจจุบัน

สำหรับชื่อบ้านเมือง แต่เดิมที่ผู้คนในสมัยอดีตกาลนานมาแล้ว เรียกกันว่าเมืองกาหลงนั้นสันนิษฐานว่า เนื่องมาจากสถานที่ตั้งเดิม เคยเป็นเมืองเก่าที่รุ่งเรืองมาแต่ในอดีต ซึ่งปรากฏหลักฐานจากศิลปะและโบราณวัตถุ กับคูคลองเมือง มาผนวกเข้ากับสภาพทางภูมิศาสตร์ ที่มีทรัพยากรธรรมชาติอันสมบูรณ์ เป็นที่นกกาหาอาหารกินอย่างเพลิดเพลิน เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพย์ในดินสินในน้ำจนลืมกลับถิ่นที่เคยอยู่อาศัย หรือบินกลับคอน กลับรัง หลงใหลอยู่หากินในแหล่งนั้น ผู้เฒ่าผู้แก่ในอดีต เมื่อไม่กี่ร้อยปีมาแล้ว เลยตั้งชื่อเรียกว่า “เมืองกาหลง” และสำหรับข้อสันนิษฐานอีกประการ ของชื่อเมืองกาหลงนั้น น่าจะมาจากที่ในสมัยก่อน ที่ๆ ปรากฏเป็นบริเวณของเมืองโบราณถิ่นนี้ มีต้นไม้ชนิดหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ต้นกาหลง ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นป่าเป็นดง ต้นกาหลงนั้น เป็นชื่อพรรณไม้ยืนต้นขนาดย่อม (Bauhinia Acumiata) ใบมนปลายเว้ากลาง ดอกขาวใหญ่หอมจางๆ ออกเป็นช่อแบนๆ นิยมปลูกเป็นไม้ ลักษณะใบจะคล้ายกับต้นชงโค แต่ว่ามีขนาดย่อมกว่า ดอกสีขาวนวล มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ชาวบ้านในอดีต เลยเอาทั้งสองอย่างมาผนวกกัน คือเมืองเก่ากับต้นกาหลง เรียกรวมว่า “เมืองกาหลง” ก็น่าจะเป็นไปได้

สำหรับชื่อบ้านคอนสวรรค์นั้น มาตั้งใหม่เมื่อไม่นานมานี้ ในสมัยที่หลวงภิบาล มาเป็นผู้ปกครองดูแล (ก่อน พ.ศ. 2493) ตามคำบอกเล่าของผู้สูงอายุ และตรงกับเรื่องที่นายพร้อม บำรุงเชื้อ ได้เขียน และพิมพ์ไว้ในหนังสือฉลองพระอุโบสถ วัดคอนสวรรค์แล้วนั้น สำหรับชื่อบ้าน “ครสวรรค์” ที่คนรุ่นเก่าก่อนเขียน และใช้เป็นนามของบ้าน คำว่า “คร”ซึ่งสะกดด้วย ค ร ในความหมาย น่าที่จะอนุมานมาจากคำว่า “นคร”ที่มีความหมายว่า เมืองหรือนาคร ที่แปลว่า ชาวเมืองหรือชาวกรุง ซึ่งก็คงหมายถึงว่า สุขกายสบายใจ แปลให้ได้ใจความก็คือ เป็นบ้านเมืองหรือนคร อันรื่นรมย์ใจไปด้วยความสงบสุข เปรียบได้ดังอยู่ในเมืองฟ้าเมืองสวรรค์ของเทวดา ไม่ว่าคนหรือสัตว์ ที่ได้เข้ามาอยู่อาศัย ต่างก็หลงใหล อันเป็นผลสืบเนื่อง มาจากมีความอุดมสมบูรณ์ ในด้านทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ ดินดี ปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารได้ผลงอกงาม น่าจะเป็นดังนี้

แต่ต่อมาในภายหลัง ได้เขียนคำว่า “คอน” ที่สะกดด้วย ค อ น แทน ซึ่งคำนี้ ความหมายตามพจนานุกรมบอกว่า ไม้ที่ทำไว้ให้สำหรับนกจับหรือเกาะ เป็นที่จับของนก พอนำมาแปลรวมกับคำว่าสวรรค์ เลยกลายเป็นสวรรค์ของนกกา ที่มีแหล่งอาหารหา กินอย่างอุดมสมบูรณ์ จนหลงลืมกลับคอนกลับถิ่นที่อยู่หรือกลับรังเดิมไป แทนที่จะกลายเป็นสวรรค์ ของคนที่มาอยู่อาศัย ทำมาหากินในถิ่นนี้ และอีกส่วนหนึ่ง ที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ชื่อบ้านคอนสวรรค์ น่าจะมาจากลำคอนสวรรค์ ที่เป็นวัฒนธรรมของคนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐาน อยู่ที่เป็นบ้านเรือนในปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งวัฒนธรรมการนำข้าวปลาอาหาร ใส่กะต๊าใบเดียว ของผู้สูงอายุในชุมชน แล้วหาบคอนไปทำบุญถวายทาน แด่พระภิกษุสงฆ์ที่วัด เพื่อให้ได้รับบุญ อันเป็นหนทางที่จะไม่ตกไปสู่อบายภูมิ เพื่อหวังที่จะได้ไปอยู่ในเมืองฟ้าเมืองสวรรค์ ยามเมื่อละสังขารจากโลกนี้ไปแล้ว

ปัจจุบันนี้ ความหมายของชื่อบ้านนามเมือง สิ่งใดน่าจะเป็นสิ่งที่มีเหตุมีผล มีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากกว่า และสำหรับประวัติการตั้งชื่อ หรือเปลี่ยนชื่อบ้าน ก็มิได้มีหลักฐานบันทึก ที่บ่งชี้แน่ชัดว่า ใครเป็นผู้ตั้งชื่อ และเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อใดสมัยใด ดังนั้น พอที่จะเป็นแนวทางให้ชาวบ้าน และอนุชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ และทำความเข้าใจได้อย่างถูกต้อง เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของการตั้งหมู่บ้าน จะได้ไม่สับสน กับชื่อเมืองกาหลงหรือเมืองคอนสวรรค์ ที่เล่าว่า สร้างโดยพระยาขอม ก็เป็นนามที่มาตั้งขึ้นใหม่ เมื่อไม่นานมานี้เอง ไม่ได้เป็นบ้านเมืองสืบทอดเก่าแก่ มาตั้งแต่สมัยทวารวดี หรือสมัยขอมแต่อย่างใด เพียงแต่พบศิลปะโบราณวัตถุที่เก่าแก่ ในสมัยที่พิสูจน์กันว่า เป็นศิลปะสกุลช่าง ในสมัยทวารวดี ต่อกับยุคขอมเมืองพระนครเมื่อประมาณปี พ.ศ. 1400 –1500 ดังปรากฏหลักฐาน จากประติมากรรมเสมาหินทราย ที่ปรากฏภาพแกะสลักเรื่องราวชาดก ในบริเวณอันเป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน ซึ่งนำมาจากโนนกู่ รวบรวมนำเข้ามาเก็บรักษาไว้ในที่บริเวณวัดคอนสวรรค์ปัจจุบัน

โพสท์โดย: ประเสริฐ ยอดสง่า
อ้างอิงจาก:
https://youtu.be/aqyu11rrQrg?si=ogh8QxifGwSZ7ktR
นครกาหลง มหานครแห่งปริศนา
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ลิลลี่ ไมโครนอส
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
"ปู มัณฑนา" ฟาด "ขวัญ" 16 ปีที่แล้วจะเล่าทำไม..แฉกลับ! ปมหนีกองไปกับผู้ชายชาวเน็ตสับยับ! ไม่ถูกใจการออกแบบ ชุดเดินพิธีเปิดโอลิปิก 2024 ของไทย ดูเชยเกินไปJoya Williams สาวผู้ขโมยสูตร Coke ไปขายให้ Pepsi ในราคา 55 ล้านพืชผักที่ห้ามกินขณะยังดิบ เพราะมีสารไซยาไนด์ที่มีพิษร้ายแรงมากผลการวิจัยพบว่า สัตว์มักจะทำอะไรเพื่อแลกอาหารที่กิน ยกเว้นแมวยางูหมายเลข 7 จากคดี 6 ศพในโรงแรมหรูกลางกรุง คือยาอะไรแอร์โฮสเตสเจองานหนัก..หลังเครื่องบินเทคออฟ จู่ๆ ประตูห้องน้ำก็หลุดตลกสายฮา!! บุกจับตำรวจดัง "สารวัตรแจ๊ะ" เปิดแต่ละข้อหา งานนี้ดิ้นไม่หลุดดรอป แบร์: โคอาล่าลวงโลกเรื่องแหกตา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นักแบดมินตันชาวไทยคนแรก ที่คว้าตำแหน่งแชมป์โลกได้สำเร็จหน่วยทหารรบพิเศษชั้นนำ ที่มีชื่อเสียงและถูกยอมรับมากที่สุดในโลกร้านอาหารที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่ยังคงเปิดขายอยู่ในปัจจุบัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทั่วไป
"บัง" ของจริง หนุ่มแสบอินเดียแปะกาวพาสปอร์ตหวังปิดเมีย เที่ยวไทยลับๆ หลายรอบ!มิยู โอโตริ กลับเข้าวงการ A.V อีกครั้ง ทำเอาโซเชียลญี่ปุ่นสะเทือนเอ๊ะ! ทำไมรูปโปรไฟล์คู่กับรถ ถึงไม่โดนใจสาวๆ?จมูกกับขนาดน้องชาย เกี่ยวกันจริงหรือ?
ตั้งกระทู้ใหม่