หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อยากเปิดร้านขายของชำทำยังไง?

เขียนโดย emmythamons

     ปัจจุบันคนหันมาสนใจการทำธุรกิจของตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งออฟไลน์และออนไลน์ หลายคนเคยเป็นพนักงานบริษัทก็อาจจะเริ่มเบื่อเริ่มเซ็งอยากออกมาทำอะไรที่เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการขายอาหาร ของใช้ในชีวิตประจำวันต่างๆ และหลายๆ คนก็อยากมีร้านชำเป็นของตัวเอง วันนี้เราจึงนำประสบการณ์ที่พบเจอจากตัวเองในการทำร้านชำ(ของน้า) มา 5 ปีฝากทุกคนกันว่าก่อนจะไปทำเราต้องเตรียมอะไรบ้าง? 🗣 ต้องขอ บอกก่อนว่าอันนี้เป็นประสบการณ์ของเราเอง หากใครต้องการทำในวิถีทางของตัวเองก็ไม่มีผิดเช่นกัน อยากอกมาเขียนเป็นแนวทางให้คนที่ต้องการเปิดร้านชำเผื่อเป็นประโยชน์ได้ 

   ก่อนอื่นเลยเราก็ต้องมีทุนอยู่แล้วเป็นพื้นฐาน เพราะทุกสิ่งอย่างต้องมีทุนอย่างน้อยที่จะเริ่มตั้งร้านหรือตั้งธุรกิจได้ หากมีน้อยก็ทำให้เหมาะกับขนาดธุรกิจของเรา เมื่อมีเงินเพิ่มมากขึ้นแล้วค่อยขยับขยายให้ใหญ่โตขึ้นไปอีกได้เช่นกัน ถ้าใครที่ทำงานบริษัทแต่อยากมาทำธุรกิจของตัวเองก็หมั่นสะสมเงินออมไว้เพื่อที่ว่าวันนึงจะได้นำเงินก้อนนั้นมาลงทุนได้

   หากใครต้องการทำธุรกิจแบบออฟไลน์ที่ต้องมีหน้าร้านหากมีทำเลทองก็สำคัญ แต่ถ้าเป็นที่ดินที่ได้รับมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษก็ดียิ่งกว่าเพราะไม่ต้องเสียค่าเช่า/ซื้อ ทำให้เราเอาเงินไปทุ่มที่อื่นได้ แต่ถ้าไม่มีทำเลมรดกตกทอดก็ต้องมีเงินทุนเพื่อเอาไปซื้อ/เช่าที่ดินขายของหรือทำธุรกิจ ถ้าเป็นการค้าขายแบบสมัยก่อนทำเลนั้นสำคัญมาก เขาจึงมีคำพูดว่ามีทำเลทองดียิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น คำว่าทำเลทองคือที่ๆ คนเห็นง่าย เข้าไปถึงง่าย สะดวกในการเข้าไปในพื้นที่นั้นๆ ยิ่งถ้าเป็นร้านอาหารหากมีพื้นที่ให้จอดรถสะดวกแล้วก็ยิ่งทำเงินให้เราขึ้นได้มากอีกเช่นกัน

   หลังจากได้ทำเลก่อร่างสร้างตัวอาคาร/บ้านให้มีพื้นที่ในการบริการลูกค้าแล้ว เราก็ต้องได้นำเงินทุนไปหาซื้ออุปกรณ์ต่างๆ อย่างถ้าเปิดร้านอาหารก็ต้องไปหาซื้อโต๊ะ เก้าอี้ จาน ชาม ช้อน ฯลฯ นอกจากนี้ก็ต้องนำเงินไปซื้อวัตถุดิบในการสร้างสรรค์อาหารสู่ผู้บริโภค เมื่อมีหน้าร้านให้เห็นชัดเจนแล้วเราก็ควรทำให้ถูกต้องคือไปจดทะเบียนการค้า ณ สถานที่ที่ให้จดทะเบียนเพื่อยืนยันว่าร้านของเรามีตัวตนจริงๆ 

   การจดทะเบียนการค้าพาณิชย์ไม่เกี่ยวกับการจ่ายภาษีให้สรรพากร แต่ถ้าหากว่ารายรับร้านค้า/ธุรกิจที่ทำเกิน 1.8 ล้านบาทจำเป็นต้องไปจดภาษีมูลค่าเพิ่มและเราต้องนำส่งภาษีให้สรรพากรทุก 6 เดือน กล่าวคือครึ่งปีแรก 6 เดือนและอีกครึ่งปีหลังก็ 6 เดือน จะเป็นช่วงมกราคม-มิถุนายน และกรกฎาคม-ธันวาคม 

   นอกจากจดทะเบียนพาณิชย์ ภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว หากจะขายเหล้า เบียร์ บุหรี่ก็ต้องไปขอใบอนุญาตขายเช่นกัน แต่ว่า 3 ตัวที่ว่ามาต้องไปขอที่กรมสรรพสามิต หากไปขอขายก็จะได้ใบอนุญาตมา 2 ใบคือใบอนุญาตขายเหล้า เบียร์ และใบอนุญาตขายบุหรี่ ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ซองและยาเส้น พูดถึงเรื่องการขออนุญาตขายแล้ว ขอเสริมอีกนิดว่า หากเราจะขายน้ำมันที่เป็นหัวจ่าย 🛵 และมีตู้หลายใบเพราะมีน้ำมันหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น 91 95 ดีเซล ก็ต้องไปขออนุญาตขายเช่นกัน แต่ถ้าเป็นน้ำมันแบบกรอกขวดขายอันนี้ขายได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ถ้าเราขายน้ำมันแบบหัวจ่ายแล้วไม่มีใบอนุญาตก็จะโดนปรับนั่นเอง

   หากเปิดร้านชำแน่นอนว่าการซื้อของเข้าร้านในวันแรกที่เริ่มธุรกิจไม่อาจเพียงพอต่อลูกค้า การขายของชำจะต้องซื้อของเติมเข้าร้านตลอด เพราะบางครั้งที่ของหมดนั่นก็เท่ากับเม็ดเงินหายไปแล้ว ลูกค้าต้องการสิ่งนี้แต่หมดก็เดินออกไปจากร้านแบบมือเปล่า นอกจากนี้หากลูกค้ามาถามหาอะไรเราก็ต้องจดไว้เผื่อคราวหน้าไปซื้อของก็จะได้นำของสิ่งนั้นเข้ามาขายที่ร้านไว้บริการลูกค้า บางทีจะมีสินค้าใหม่ๆ ที่ไม่มีในร้านลูกค้ามาถามหาก็ต้องจัดหามาไว้

   หากวันใดวันหนึ่งที่ร้านของเราทำเงินได้มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีแล้ว เราต้องไปจดภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อนำส่งภาษีให้กรมสรรพากร การนำส่งภาษีก็คือการทำสมุดบัญชีบันทึกรายรับ-รายจ่ายรายวัน บอกยอดที่เราขายได้ในแต่ละวัน ซื้อสินค้าจำนวนเท่าไหร่ มียอดโอนเข้ามาหรือไม่ หากร้านไหนที่มีบริการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็ต้องนำรายได้ส่วนนี้เข้าไปนำส่งภาษีด้วย ซึ่งการนำส่งภาษีแบ่งเป็นจ่ายครั้งละ 6 เดือน คือช่วง 6 เดือนแรก มกราคม-มิถุนายน และ 6 เดือนหลัง กรกฎาคม-ธันวาคม

   สำหรับขั้นตอนและวิธีต่างๆ เกี่ยวกับการเปิดร้านขายของชำก็มีประมาณนี้ นี่คือสิ่งที่ตัวเราเองเห็นและสัมผัสมาตลอดทำการค้าขายที่ร้านน้า จึงอยากทำประสบการณ์ที่มีมาแชร์ให้ทุกคนที่อยากมีร้านชำเป็นของตัวเอง หากใครจะดำเนินไปตามวิถีทางของตัวเองก็ได้เช่นกัน การทำธุรกิจไม่มีผิดถูกขอแค่ได้ลองและลงมือเราก็จะเจอเส้นทางของตัวเองในที่สุด

เนื้อหาโดย: emmythamons
ขอบคุณรูปภาพจาก : หน้าปก-Canva
รูปที่ 2-Pinterest
รูปที่ 3-https://www.ipthailand.go.th/th/component/zoo/item/42-269.html
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
emmythamons's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 435 ครั้ง
เขียนโดย emmythamons
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: momon
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สะพานห้วยตอง ทางโค้งกลางหุบเขา จุดจำของคนเดินทางบนทางหลวงหมายเลข 12ทำไมบางพื้นที่ในอังกฤษต้องรื้อแอร์? ท่ามกลางคลื่นความร้อนและเป้าหมาย Net Zeroสามเหลี่ยมทองคำ จุดบรรจบ 3 แผ่นดินริมฝั่งโขงที่เชียงรายสิ่งของต้องห้ามบนเครื่องบิน เช็กก่อนแพ็ก กระเป๋าใบไหนใส่อะไรได้บ้างจังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลยเวียนหัวเพราะอากาศร้อน ควรปฐมพยาบาลอย่างไรให้ปลอดภัยถ้าเห็นคนโดนไฟดูด ควรถีบออกไหม เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนช่วยคนอื่นไม่ใช่แค่กาแฟ! 3 น้ำสีดำ “ดื่มตอนเช้า” บูสต์พลังงาน-ช่วยคุมน้ำหนักหนุ่มคลั่งเปิดแก๊สขู่เผาบ้าน ตำรวจล้อม 2 ชั่วโมง ก่อนใช้ปืนไฟฟ้ายิงสยบถ้าเหมาล็อตเตอรี่ 1,000 ใบ โอกาสถูกรางวัลที่ 1 มีแค่ไหน?เปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้เลขเด็ด "ปฏิทินท้าวเวสสุวรรณโณ" งวด 16 ก.ค. 69 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รู้จักทิเบตัน มาสทิฟฟ์ สุนัขหน้าสิงโตที่เคยมีราคาหลายสิบล้านพายุพัดถล่มตลาดนัดพังราบ เผย 10 ปีเพิ่งเจอครั้งแรก7 บทลงโทษ “หนึ่งในโทษประหารที่รุนแรงที่สุดของจีนโบราณ”สื่อกัมพูชาตีข่าวรัสเซียพร้อมหนุนอาวุธ ทำโซเชียลไทยถกเดือดสามเหลี่ยมทองคำ จุดบรรจบ 3 แผ่นดินริมฝั่งโขงที่เชียงรายเล็บขบคืออะไร ทำไมเจ็บมาก และควรดูแลอย่างไร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
ทำความรู้จัก "ทนายบุญ นภัทร" จากรายการ "โหนกระแส"..ทำเอาหลายคนสะดุดตา ออร่าแรงเกินต้านภาพรวมและใบเบิกทางสู่น่านน้ำสากลไอเดียพัฒนาต่อยอดเงินไทยช่วยไทย 60/40 หรือ สิทธิรัฐช่วยจ่าย60% เมื่อใช้จ่ายผ่านร้านค้าที่ร่วมรายการคนเราใช้เวลาในห้องน้ำสะสมได้นานกว่าที่คิด
ตั้งกระทู้ใหม่