หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ธงชาติที่ไม่ใช่ทรงสี่เหลี่ยม เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่มีในโลก

เขียนโดย origin



 

ธงประจำชาติของเนปาล
(The national flag of Nepal)

เป็นธงชาติของรัฐเอกราชธงเดียวในโลก ที่ไม่ได้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
หรือสี่เหลี่ยมจัตุรัส หากแต่เป็นรูป “ธงชายธงคู่” (double-pennon)
ที่เกิดจากสามเหลี่ยมสองผืนซ้อนกัน จนมีรูปทรงโดยรวมคล้ายห้าเหลี่ยมเว้า
(concave pentagon) ความโดดเด่นนี้ทำให้ธงเนปาลเป็นสัญลักษณ์ที่จำได้ทันที
ในเวทีนานาชาติ และมักถูกยกเป็นตัวอย่างคลาสสิกในศาสตร์การออกแบบธง (vexillology)
ว่าเป็นธงที่รักษารูปแบบดั้งเดิมต่างจากธรรมเนียมธงสี่เหลี่ยมแบบยุโรปที่แพร่หลายไปทั่วโลก


 

ในด้าน “ข้อกำหนดทางกฎหมาย” ธงเนปาลมีรายละเอียดชัดเจนมากในรัฐธรรมนูญ
โดยระบุว่าเป็นรูปสามเหลี่ยมคู่พื้นสีแดงชาด (crimson)

ขอบสีน้ำเงินเข้ม (deep blue) และมีสัญลักษณ์สีขาวสองส่วน
คือ พระจันทร์เสี้ยวด้านบน (เห็นรัศมี 8 แฉกจากทั้งหมด 16 แฉก)
และดวงอาทิตย์ด้านล่าง (12 แฉก) ที่สำคัญคือรัฐธรรมนูญยังระบุให้
“วิธีวาดธง” และสัดส่วนเชิงเรขาคณิตอยู่ใน Schedule-1
เพื่อให้ได้รูปทรงมาตรฐานเดียวกันทุกครั้ง ลดความคลาดเคลื่อนในการทำธง


 

ความหมายขององค์ประกอบในธงถูกอธิบายอย่างแพร่หลาย
และค่อนข้างสอดคล้องกันในหลายแหล่งข้อมูล โดยทั่วไป สีแดง มักอธิบายว่า
แทนความกล้าหาญ/ความแข็งแกร่ง และเชื่อมโยงกับ “โรโดเดนดรอน” ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติ
ขณะที่ขอบสีน้ำเงิน สื่อถึงสันติภาพ ส่วนดวงอาทิตย์และพระจันทร์

มักอธิบายเชิงสัญลักษณ์ถึงความมั่นคงยั่งยืนและการดำรงอยู่ของชาติ
(ดุจดวงอาทิตย์และจันทราที่คงอยู่บนฟ้า)
และยังสะท้อนรากวัฒนธรรม–ความเชื่อที่ฝังลึกในสังคมเนปาล


 

อีกจุดที่ทำให้ธงเนปาล “พิเศษเชิงวิศวกรรมการออกแบบ”
คือการกำหนดสัดส่วนแบบขั้นตอนต่อขั้นตอนใน Schedule-1
ซึ่งใช้การลากเส้น–ตั้งฉาก–กำหนดระยะตามสูตร เพื่อสร้างสามเหลี่ยมสองชั้นและขอบธง
ให้ได้รูปทรงมาตรฐาน (ไม่ใช่แค่กำหนดอัตราส่วนกว้าง–ยาวแบบธงสี่เหลี่ยมทั่วไป)
ด้วยเหตุนี้ ธงเนปาลจึงถูกพูดถึงบ่อยในฐานะธงที่ 
“มีคู่มือการก่อรูปเรขาคณิต” อย่างเป็นทางการ
และเป็นเหตุผลว่าทำไมการผลิตธงให้ถูกต้องจึงต้องอาศัยแบบแผนที่แน่นอน


 

ในทางประวัติศาสตร์ ธงรูปทรงนี้เป็นมรดกจากการใช้ “ธงชายธง”
ในอดีตของพื้นที่หิมาลัย ก่อนจะถูกรับรองเป็นธงตามแบบปัจจุบันในยุคสมัยใหม่
และยังคงได้รับการยืนยันสถานะในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2015 (ค.ศ. 2015)

ที่คงถ้อยคำกำหนดรูปธงและอ้างถึง Schedule-1 เช่นเดิม ความเป็น
“ธงไม่สี่เหลี่ยมหนึ่งเดียวของโลก” จึงไม่ใช่เพียงความแปลกตา
แต่เป็นการสะท้อนเอกลักษณ์ของชาติที่เลือกเก็บรูปแบบดั้งเดิมไว้ท่ามกลางมาตรฐานสากล




เนื้อหาโดย: origin
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
origin's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 14,100 ครั้ง
เขียนโดย origin
นักวิเคราะห์ข้อมูลเชิงจัดอันดับ (Ranking Content Analyst)
เชี่ยวชาญการคัดเลือกและเรียบเรียงข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ อันดับ และข้อเท็จจริงเชิงลึก มุ่งเน้นความถูกต้องของข้อมูล และการนำเสนอที่เข้าถึงผู้อ่านวงกว้าง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
11 VOTES (3.7/5 จาก 3 คน)
VOTED: pakpranang, momon, origin
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อาหารเช้าที่ไม่ธรรมดา: 4 คดีจริงที่เริ่มจากซีเรียล แซนด์วิช ป๊อปทาร์ต และไข่ทอด30 คำอวยพรวันเกิดแฟน ซึ้งๆ ความหมายดี สุขสันต์วันเกิดแฟนกู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทยปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกันไข้หวัดใหญ่หน้าฝน ไม่ใช่แค่หวัดธรรมดา เช็กอาการเสี่ยงที่ควรพบแพทย์5 มหาวิทยาลัยที่อยู่ติดภูเขาและมีวิวสวยที่สุดในประเทศไทยค่าการกลั่นคืออะไร ทำไมราคาน้ำมันขึ้นไว แต่ตอนลงกลับรู้สึกช้ามอเตอร์ไซค์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำไมรถสองล้อเหล่านี้ถึงกลายเป็นตำนานสนามรบกฎหมายอากาศสะอาดช่วยลด PM2.5 ได้แค่ไหน ทำไม “ปรับหนัก” ยังไม่พอCarbon Accounting ทำไมผู้ส่งออกไทยต้องเริ่มรู้ ก่อนคาร์บอนกลายเป็นต้นทุนการค้าคอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลจงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้กำลังไฟ หลักการทำงาน ข้อดี ความเสี่ยง และบทบาทในระบบพลังงานจังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณมาม่าซองละ 3 บาท เคยมีจริงไหม? เรื่องธรรมดาที่เด็กยุคนี้อาจไม่เชื่อ แต่คนทันยุคนั้นยังจำได้ดีเวียงกุมกาม เมืองหลวงล้านนาที่หายไปใต้ดิน ก่อนเชียงใหม่จะเกิดขึ้น
ตั้งกระทู้ใหม่