หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตำนาน "ขนมไหว้พระจันทร์" จาก "ความรัก" ที่ต่างถูกพลัดพรากจากกัน

เขียนโดย Amity609

เดือนนี้ก็เป็นเดือนที่ถ้าใครมีเชื้อสายจีนก็คงรู้ว่าเป็นเดือนเทศกาล "การไหว้พระจันทร์" ซึ่งตอนนี้ถ้าไปตามห้างก็คงเห็นจะเห็นขนมไหว้พระจันทร์ขายกัน ถ้าหาซื้อกินง่ายๆก็ของยี่ห้อ S&P ที่มีขายใน 7-11 นั่นเอง

แต่ใครเคยได้ยินตำนาน "ขนมไหว้พระจันทร์" กันบ้างว่ามีที่มายังไง ? งั้นมาอ่านกันดูกัน

ในวันขึ้น 15 คํ่า เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติจีนของทุกปีจะถือเป็น “วันไหว้พระจันทร์” หรือ “จงชิว” (Zhong Qiu) หรือราวๆ เดือนกันยายน หรือ ตุลาคมตามปฏิทินสุริยคติ (ปฏิทินที่ไทยใช้อยู่) ในภาษาจีน 
จงชิว
แปลว่า กลางฤดูใบไม้ร่วง เพราะเดือน ของจีนจะตรงกับฤดูใบไม้ผลินั่นเอง และที่ต้องเป็นวันนี้เพราะตามหลักวิทยาศาตร์ โลกจะสามารถมองเห็นดวงจันทร์ได้เต็มดวงใหญ่ที่สุดและสว่างที่สุด

ที่นี้มาดูตำนานความรักของแม่นาง "ฉางเอ๋อ" ที่ต้องพลัดพรากจากคนรักกัน

"เทพธิดาฉางเอ๋อ" นั้นเป็นเทพธิดาแห่งสรวงสวรรค์ เป็นหญิงที่มีรูปร่างหน้าตาที่สวยงามมาก มีความสามารถในการเต้นรำจนทำให้คนหลงใหลเมื่อได้ชม นางเป็นคนรักของ "โฮ่วอี้" ซึ่งเป็นนักรบเก่งด้านการยิงธนูแม่นยำราวกับจับวาง ในยุคนั้นดวงอาทิตย์มี 10 ดวงขึ้นพร้อมๆกัน ซึ่งทำให้มนุษย์ทนทุกข์ทรมานและล้มตาย เค้าจึงใช้ลูกธนูยิงดวงอาทิตย์ตกลงไป 9 ดวง ให้เหลือเพียงหนึ่งดวงเท่านั้น

แต่การกระทำของเค้านั้นผิดต่อกฎสวรรค์ ทำให้เค้าต้องถูกเนรเทศลงมากลายเป็นมนุษย์ และส่งมาอยู่บนโลกมนุษย์พร้อมกับ แม่นางฉางเอ๋อ เมื่ออยู่บนโลกมนุษย์ ทั้งสองก็ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขดี จนมีคนหลายคนมาขอเป็นลูกศิษย์โฮ่วอี้เพื่อร่ำเรียนวิชาการต่อสู้จากเค้า

คืนหนึ่งมีการจัดเลี้ยงรอบกองไฟ "ฉางเอ๋อ" กำลังมีความสุขภายในงานเลี้ยง เต้นรำ โบกสบัดไปมา ก็ฉุกคิดขึ้นมาว่า..

"ถ้าหากเราจะบินขึ้นไปบนท้องฟ้าเหมือนเมื่อก่อนที่เคยทำ ก็คงไม่สามารถจะทำได้อีกแล้ว เพราะเราไม่ใช่ผู้วิเศษอีกแล้วตอนนี้เราเป็นเพียงมนุษย์ ก็คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน"

เมื่อคิดเช่นนี้นางจึงเกิดความรู้สึกเศร้าและเสียใจ แต่ทว่าก็ไม่รอดพ้นสายตาของโฮ่วอี้ที่เห็นนาง เค้าจึงรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้นางมาลำบากด้วยกันกับเค้าบนโลกมนุษย์นี้

จนวันหนึ่งก็มีเสียงร่ำลือถึง "ยาอายุวัฒนะ" เค้าดีใจมากมันเป็นความหวังที่เค้าจะแก้ไขความผิดพลาดกับฉางเอ๋อได้ ซึ่งถ้าผู้ใดได้กินเพียง 1 เม็ดก็จะมีชีวิตที่เป็นอมตะ แต่ถ้ากิน 2 เม็ดก็จะสามารถลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ทันที เค้าจึงไม่รอช้ารีบเดินทางเพื่อเสาะแสวงหายานั้น 

ด้วยความพยายามและตั้งใจฝ่าฟันอุปสรรคภยันตรายต่างๆมามากมาย ก็เป็นผลสำเร็จเมื่อเค้าได้พบกับ "เจ้าแม่ซีหวัง" ที่เป็นเจ้าของยาอายุวัฒนะในที่สุด เมื่อเจ้าแม่ซีหวังทราบ ก็รู้สึกซาบซึ้งและเห็นใจกับเรื่องราวที่เค้ากล่าว จึงมอบยาอาวุวัฒนะให้กับเค้า

เมื่อเค้าได้ยามาก็นำยากลับมาบ้านไปให้ภรรยาฉางเอ๋อ ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะเลือกวันมงคลและแบ่งยานี้กินกันคนละ 1 เม็ด เพื่อทั้งคู่จะได้เป็นอมตะ และครองรักด้วยกันตลอดไป 

แต่ทว่าโชคกลับไม่เข้าข้างทั้งคู่จนได้

เมื่อ "เผิงเหมิ่ง" ลูกศิษย์ของเค้ามาได้ยินเข้าพอดี จึงคิดแผนการร้ายอยากได้ยาวิเศษนี้ซะเอง จนประจวบโอกาสเหมาะของเผิงเหมิ่ง ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 เมื่อโฮ่วอี้ออกไปล่าสัตว์ ลูกศิษย์ทรยศก็ถือมีดมาที่ห้องแม่นางฉางเอ๋อ และบังคับให้นางส่งยาวิเศษให้ แต่นางคงรู้ดีว่าไม่สามารถสู้กับเผิงเหมิ่งได้ 

จึงเกิดความกลัวและสิ้นหวัง นางจึงหยิบยาอายุวัฒนะทั้ง 2 เม็ดเข้าปากและกลืนลงท้องทันที เมื่อยาวิเศษนั้นออกฤทธิ์ทันใดนั้นร่างกายของฉางเอ๋อ ก็เริ่มตัวเบาและค่อยๆ ล่องลอยเหนือพื้นดิน นางตกใจมากแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นางค่อยๆ ลอยขึ้นๆ จนกระทั้งไปถึงดวงจันทร์

โฮ่วอี้เมื่อกลับมาถึงพอทราบเรื่องราว ก็โมโหออกตามหาเผิงเหมิ่ง เจ้าลูกศิษย์ทรยศแต่ไม่เจอเผิงเหมิ่งเขาหนีหายไปเสียแล้ว โฮ่วอี้ได้แต่เศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก เค้าคิดถึงแม่นางฉางเอ๋อผู้เป็นภรรยาของเขามาก

เขาทำได้แค่เพียงมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างสิ้นหวัง ทุกค่ำคืนเขาจะเหม่อมองดูแสงจันทร์ของดวงจันทร์ที่อยู่ไกลแสนไกล และเฝ้าระลึกถึงคนรักแม่นางฉางเอ๋อที่อยู่บนนั้น แม้เค้าจะคิดถึงนางมากเพียงใด แต่เค้าก็ทำได้แค่เพียงจัดโต๊ะขึ้นในสวน นำเครื่องหอมและผลไม้ที่ฉางเอ๋อ ชอบมาตั้งไว้เพื่อเป็นการระลึกถึงความรักที่มีต่อนาง

เขาทำอย่างนี้ทุกๆปี จนชาวบ้านทราบก็ต่างรู้สึกเศร้าใจสะเทือนใจตามไปด้วย และซาบซึ้งถึงความรัก ความผูกพันของทั้งคู่ที่มีต่อกัน ชาวบ้านจึงร่วมกันจัดโต๊ะเซ่นไหว้เพื่อระลึกถึง "แม่นางฉางเอ๋อ" ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ของทุกๆปีนั่นเอง

เนื้อหาโดย: amity 86
ขอบคุณ : gibgub, และ cnxseed สังคมราตรี
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Amity609's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1,231 ครั้ง
เขียนโดย Amity609
นักเขียนสมัครเล่น ที่ขี้เล่นเฮฮาตามประสา และชอบขีดเขียนไปเรื่อยเปื่อย จากเรื่องราวที่น่าสนใจทั่วโลก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: momon
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมกินป๊อปคอร์นที่โรงหนัง อร่อยกว่ากินที่อื่น?10 บิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่นิยมในไทย ปี 2026 ขี่สบาย เดินทางไกลได้ดี ฟีเจอร์ครบ5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยจังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย8 ขนมแบรนด์ดังจากยุค 90 ที่ยังวางขายจนถึงปัจจุบันดราม่าดอกไม้ 4 กลีบ! ศาลจีนสั่ง Molly Tea ชดใช้กว่า 55 ล้านบาทให้ Louis Vuitton5 รถมอเตอร์ไซค์ที่ทำตลาดในไทยได้ ไม่ดี และมียอดขายไม่สูงจังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุดขยะ..แลกบุญเลขเด็ด "มหาทักษา" งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 69 มาแล้ว!..ส่องด่วนเลย!5 ประเทศที่มีประเพณีเปลือยกายตาม วัฒนธรรมส่องแนวทางเลขมงคลและเลขดับพารวยต้านกระแส งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สนามบินที่อันตรายที่สุดในโลก รันเวย์สั้นติดหน้าผา นักบินต้องเก่งระดับเทพทำไมกินป๊อปคอร์นที่โรงหนัง อร่อยกว่ากินที่อื่น?จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด8 ขนมแบรนด์ดังจากยุค 90 ที่ยังวางขายจนถึงปัจจุบันฟันไม่ผุก็หลุดได้ ถ้าเหงือกอ่อนแอจนยึดฟันไม่อยู่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
10 อาชีพเฉพาะทางที่เรียนยากที่สุด พร้อมค่าเล่าเรียนโดยประมาณ19 ข้อคิดดีๆ อย่าไปคิดดีกับเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด8 ขนมแบรนด์ดังจากยุค 90 ที่ยังวางขายจนถึงปัจจุบัน
ตั้งกระทู้ใหม่