หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ถอดความรู้!!! แนวทางการฉีด Booster Dose จากอเมริกาและอังกฤษ

เขียนโดย unboxyourthinking

หลังจากที่มีการฉีดวัคซีน COVID-19 มาซักระยะ เป็นปกติที่ภูมิคุ้มกันต่อต้าน Coronavirus ตัวร้ายจะตกลงเรื่อยๆ ในทางกลับกันไวรัสจะอยุ่กับเราไปอีกนานและอาจมีการกลายพันธ์ได้ในอนาคต ทั้งนี้คงถึงจังหวะเวลาที่ต้องพิจารณาฉีด Booster dose กัน เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับทุกท่านประกอบการตัดสินใจเลือกที่จะรับ Booster dose หรือไม่ จึงขอนำข้อมูลจากองค์กรทางการแพทย์และสาธารณสุขในอเมริกาและอังกฤษมาแจกแจงเพื่อเป็นข้อมูลประกอบดังนี้ครับ

 

Booster dose คืออะไร และในภาพรวมทั่วโลกมองว่าอย่างไร

 

Booster dose หมายถึงวัคซีนพิเศษที่ฉีดให้กับผู้รับเพื่อวัตถุประสงค์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มีปริมาณมากพอที่จะต่อสู้กับเชื้อไวรัสเมื่อเวลาผ่านไป ตัว Booster dose ที่เห็นกันได้ชัดคือวัคซันต่อสู้กับโรคบาดทะยัก (Tentanus) ที่ทางการแพทย์แนะนำให้ฉีดกระตุ้นทุกๆ 10 ปีเป็นต้น สำหรับกรณี Coronavirus ที่ทำให้เกิดโรค COVID-19 Booster dose จะกระตุ้นให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้ว (กรณีทั่วไปของ Pfizer, Moderna, หรือ Astrazeneca คือ 2 โดส และ Johnson & Johnson คือ 1 โดส) เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันที่มากเพียงพอให้ต่อกรกับไวรัสสุดอันตรายโดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวที่จะถึงนี้

 

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนจะเห็นด้วยกับการฉีดกระตุ้น Booster dose เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่ายังมีอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ยากจนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนในปริมาณที่เพียงพอ ดังนั้นการนำกำลังการผลิตวัคซีนต่างๆ มาผลิต Booster dose หรือนำวัคซีนปกติมาฉีด Booster dose จะเป็นการลดโอกาสให้กลุ่มประเทศเหล่านั้นขาดแคลนวัคซีนและประชาชนล้มตายในที่สุด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงวัคซีนดังกล่าวทางองค์การอนามัยโลกจึงได้เรียกร้องให้ชะลอการฉีดวัคซีน Booster dose ออกไปให้มากที่สุดเพื่อเพิ่มการกระจายวัคซีนให้ทั่วถึงโดยเฉพาะกับประเทษที่ยากจน

 

ในทางกลับกันกลุ่มประเทศที่ร่ำรวยและมีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก เช่น อเมริกา อังกฤษ เยอรมัน อิสลาเอล หรือสิงคโปร์ ก็ต้องการให้ประชาชนได้รับเข็มกระตุ้นให้ได้มากที่สุดเช่นกัน เพราะ Coronavirus มีการกลายพันธ์ตลอดเวลา ดังนั้นการเพิ่มภูมิคุ้มกันของประชาชนให้มากพอจะต่อกรกับไวรัส เช่น สายพันธ์ Delta + จึงเป็นเรื่องจำเป็น นอกจากเรื่องชีวิตของคนแล้ว การควบคุมการระบาดให้ประเทศก็จะทำได้ดีขึ้นเพราะยิ่งภูมิมากยิ่งติดยากและแพร่ระบาดยาก ทำให้สามารถเปิดประเทศ และดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้เร็วขึ้นอีกด้วย

 

ข้อแนะนำของการฉีด Booster dose จากประเทศอังกฤษและอเมริกา

 

เนื่องด้วยเรื่องนี้มีหลายเหตุและปัจจัย แต่ขอสรุปเป็นหัวข้ออ้างอิงจากของ NHS (ประเทศอังกฤษ) และ CDC (ประเทศอเมริกา) ดังนี้

 

1. ผู้ที่เหมาะสมจะได้รับวัคซีน

 

NHS ระบุว่าผู้ทีเหมาะสมจะได้รับวัคซีนควนเป็นผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในสถานดูแล เช่น care homes หรือผู้ที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์แนวหน้า และสำหรับผู้ที่มีตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปหากมีปัญหาสุขภาพ สุ่มเสี่ยงที่จะติด COVID-19 หรือง่ายต่อการติดเชื้อ

 

สำหรับอเมริกานั้นจะแยกตามวัคซีนที่ได้รับโดยหากผู้ได้รับวัคซีนชุดแรก Pfizer หรือ Moderna ควรมีอายุเกิน 65 ปีขึ้นไป หรือ 18 ปีขึ้นไปหากต้องเข้ารับการดูแลทางสุขภาพเป็นพิเศษ ในกรณที่ได้รับวัคซีนชุดแรกเป็นของ Johnson & Johnson โดยผู้รับวัคซีน Booster ควรมีอายุ 18 ปีขึ้นไป

 

2. ระยะเวลาในการฉีด

 

ทาง NHS และ CDC ระบุว่าผู้ที่จะได้รับ Booster dose ต้องเว้นระยะเวลาจากการฉีดเข็มสุดท้ายอย่างน้อย 6 เดือน กรณีหากวัคซีนชุดแรกเป็น Johnson & Johnson สำหรับทาง CDC ระบุว่าสามารถรับวัคซีนได้ในเวลาอย่างน้อย 2 เดือน

ชนิดของวัคซีนที่จะได้รับ

 

ทาง NHS กำหนดวัคซีนที่จะใช้เป็น Booster dose ว่าจะเป็น Pfizer หรือ Moderna โดยอาจไม่ได้ตรงกับชนิดที่ผู้รับได้รับไปก่อนหน้านั้น โดยทาง NHS สำทับว่าวัคซีนทั้ง 2 ชนิดได้รับการฉัดให้ชาวอังกฤษหลายล้านโดสมาแล้ว และในกรณีของ CDC Booster dose จะเป็นวัคซีนชนิดใดก็ได้ที่ทางอเมริการับรอง

 

3. ผู้ที่ไม่ควรรับการฉีดวัคซีน Booster dose

 

ทาง NHS แจ้งว่าผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยรุนแรงหลังได้รับวัคซีน COVID-19 เข็มก่อนหน้าควรเข้ารับความเห็นจากแพทย์ก่อนได้รับการฉีดวัคซีน

 

4. อาการข้างเคียงจากการรับวัคซีน Booster dose

 

ในเบื้องต้นอาจมีอาการเจ็บปวดบริเวณแขนข้างที่ได้รับวัคซีน รวมไปถึงอาการปวดเมื่อย อ่อนเพลีย ปวดหัวคล้ายอาการไข้หวัดทั่วไป แต่หากท่านมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจติดขัด หรือมีปัญหาการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ ควรไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน

 

ในที่นี้หวังว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งประกอบการจัดสินใจของแต่ละท่านในการเลือกรับวัคซีน Booster dose อย่างเหมาะสมเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติสุขภาพนี้ไปด้วยกัน และขอขอบคุณคุณหมอมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
unboxyourthinking's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 553 ครั้ง
เขียนโดย unboxyourthinking
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
35 VOTES (5/5 จาก 7 คน)
VOTED: Secret admirer, lovejpth, เยี่ยหัว, yuyu9, มยุริญ ผดผื่นคัน, unboxyourthinking, ชตระกูล ศรีสวัสดิ์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้าม7 ขึ้นเป็นตัวเน้น! “มหาอุตม์” งวด 16 ต.ค. 69 เปิดเลขเด่น 0-6-7ทำไมดินสอไม่ค่อยกลิ้งตกโต๊ะเหมือนปากกา?เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยเปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่โดดเด่นมากที่สุดเรื่องการปลูกทุเรียนชื่อนามสกุลสุดแปลกในไทย ที่เห็นแล้วต้องร้อง ห๊ะ! มีด้วยเหรอ?บ้านต้นไม้ ชิงช้าหนึ่งตัว และวิวที่เหมือนอยู่ปลายสุดของโลกทำไมจึงเรียก อ่าวไทย (Gulf of Thailand) เป็นของประเทศไทย..จริงหรือ?5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริงส่องเลขเด็ด หวยลาวพัฒนา งวดวันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2569 สำนักดังชี้ตรงกัน! เลขไหนมาแรงบนโซเชียล?โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่นิยมกินไก่ของไทยมากที่สุด เป็นอันดับ 1 ของโลกหนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รู้หรือไม่? “สามแม่ครัว” ปลากระป๋องที่อยู่คู่ครัวไทยกว่า 50 ปี ผู้หญิง 3 คนบนโลโก้มีตัวตนจริงหรือไม่?เปิด 5 บริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติไทยที่มีกำไรปีที่ผ่านมา มากที่สุดในไทยทำไมจึงเรียก อ่าวไทย (Gulf of Thailand) เป็นของประเทศไทย..จริงหรือ?ทำไมดินสอไม่ค่อยกลิ้งตกโต๊ะเหมือนปากกา?
ตั้งกระทู้ใหม่