มาออกกำลังกายกันเถอะ
เขียนโดย Sittha Likitnukul

หลายคนอยากออกกำลังกาย อยากลดน้ำหนักอยากสุขภาพดี แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร
แล้วการออกกำลังกายแบบไหนละดีที่สุด
แล้วออกกำลังกายต้องกี่วันต่อสัปดาห์
แล้วต้องไปที่สวนอย่างผมหรือเปล่า
และอีกอย่างคำตอบนี้ผมคงตอบไม่ได้ดีไปกว่า ตัวของทุกท่านเองหรอกครับ เพราะมันขึ้นกับความถนัด คยวามชอบ ความเหมาะสม อุปกรณ์ที่พร้อม รวมถึงเพื่อนรู้ใจด้วย เพราะในตอนเช้าแบบนี้ ผมสะดวกที่จะออกกำลังกายแบบวิ่งเหยาะๆคนเดียวเสียมากกว่า
ที่สำคัญก็คือ ขอให้ได้ออกก็แล้วกัน เพราะบางคนได้แต่คิด แล้วก็หาข้ออ้างมาให้ตัวเอง อย่างเช่น อยากจะออกกำลังกายแต่ไม่มีเวลาบ้างหละ ทั้งๆที่ทุกคนไม่ว่าจะคนจน คนรวย ก็มีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่ากัน ขึ้นกับการบริหารเวลาของตัวเองมากกว่า หรือว่ารถติดบ้างหละ ทั้งๆที่จริงๆก็สามารถออกกำลังกายที่บ้านหรือที่ทำงานก็ได้
บางคนถึงขนาดอยากหุ่นดี เชื่อโฆษณาในรายการโทรทัศน์ ไปซื้อเครื่องออกกำลังกายแพงๆ มาใช้ที่บ้าน แต่ก็ใช้ไปได้ด้วยความเห่อไม่เกิน 1 สัปดาห์ จากนั้น เครื่องออกกำลังกายที่แสนดี ก็กลายเป็นที่ตากผ้าไปโดยปริยาย
บางคนถึงขนาดไปจ้างเทรนเนอร์มาสอนออกกำลังกาย แต่พอหมดตังค์ หรือครบคอร์ส เทรนเนอร์นั้นก็หายไปจากวงจรชีวิตของเราไปโดยปริยาย
เอาเป็นว่า ความตั้งใจหนะ สำคัญที่สุด และเลิกหาข้ออ้างให้ตัวเอง คิดซะว่าการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา ที่จะต้องมีตารางเวลาให้เค้า
มาถึงประเด็นที่จะต้องไม่พลาด ก็คือการออกกำลังกายจะต้องมีอย่างน้อยสามเสต็ป นั่นก็คือ 1.warm up 2.Exercise และ 3.Cool down
ร่างกายเราก็เหมือนเครื่องจักรกล ก่อนจะเริ่มใช้งาน ต้องเปิดให้เครื่องร้อนก่อน การwarm up ต้องเป็นกิจกรรมเบาๆ ที่ไม่ทำให้หัวเต้นแรงเกินไป เราไม่ควรจะเล่นกีฬาที่แรงๆเลยโดยที่ไม่ได้วอร์มอัพ ไม่เช่นนั้นกล้ามเนื้อจะมีออกซิเจนไปเลี้ยงไม่ทัน และเกิดอาการเป็นตะคริวได้ เราควรอบอุ่นร่างกายอย่างน้อย 5-10 นาที
บางคนเลือกเป็นการแกว่งแขน หรือยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ก็แล้วแต่ถนัดนะครับ
จากนั้นเราก็มาเข้าสู่ช่วงของการออกกำลังกายอย่างจริงจัง สัก30-45 นาที โดยเราจะต้องทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเราไม่เกิน (220-อายุ) แล้วคูณด้วย 0.6ในเพศหญิง 0.8 ในเพศชาย
สมมติว่าอายุ 20 ปี ถ้าเป็นผู้หญิงก็คือ (220-20)*0.6 นั่นก็คือไม่ให้อัตราการเต้นของหัวใจเกิน 120 ครั้ง/นาที แต่ถ้าเป็นผู้ชายก็ เป็น (220-20)*0.8 คือไม่ให้เกิน 160 ครั้ง/นาที
อัตราการเต้นของหัวใจ ไม่ต้องยุ่งยากหาซื้อหูฟังแบบหมอมาฟังที่หน้าอกก็ได้นะครับ เอาคร่าวๆแบบว่าจับชีพจรที่ข้อมือก็พอ
การออกกำลังกายในช่วงนี้ไม่ควรหนักหน่วงจนเกิดอาการหอบ พูดตะกุกตะกัก หรือไม่เป็นประโยค นะครับเพราะนั่นหมายความว่า มันมากเกินไปซะแล้ว
รวมไปถึงหมั่นสังเกตอาการผิดปกติที่ต้องรีบไปหาหมอด้วยนะครับ เช่น แน่นหน้าอกปวดร้าวมาที่แขนซ้าย อาจจะเกิดจากเลือดไปเลียงหัวใจไม่พอ ,หายใจลำบาก มีเสียงวี๊ด น่าจะเป็นที่หลอดลมตีบ ,วิงเวียน เหงื่อออกมากเกินไป ใจสั่น อันนี้ไม่รู้ว่าน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไปหรือเปล่านะครับ หรือแม้แต่เป็นตะคริว เพราะออกซิเจนในกล้ามเนื้อไม่พอ
ช่วงต่อไปก็เป็นการ cool down ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ก่อนจะหยุด เราไม่ควรหยุดทันที เพราะเครื่องจะรวน และน็อคได้เช่นกัน การผ่อนคลายส่วนใหญ๋มักจะเป็นการเหยียดกล้ามเนื้อ เบาๆ สัก 5-10 นาที ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆกันด้วยนะครับ
แล้วเราจะสุขภาพดีไปด้วยกันคราฟ 
อำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย
5 ท่าสัมผัสละลายใจ สร้างสายใยรักให้แน่นแฟ้น
ไวรัลสนั่นโซเชียล! คลิปคู่รัก MTR แสดงความรักท่าทางสุดแปลก
เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชา
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
เปิดชื่อ 7 ปลาน้ำจืด ‘ราคาสูงที่สุดในไทย’ ไม่ใช่แค่ปลาน้ำเงิน
เงิน 1 ล้าน ใช้ได้กี่ปีในไทย
ปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบัน
เปิดรายได้ เจ้าของล้งผลไม้ รายได้หลักมาจากอะไร
มาดูอันดับความหล่อในเอเชีย หนุ่มไทยอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่?
โรงเรียนที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ม.ขอนแก่นมากที่สุด
เปิดชื่อ 9 ประเทศ “น้ำดื่มถูกที่สุดในโลก”
เปิดราคาน้ำมันล่าสุด 3 เม.ย. 2569
ทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดิน
สหรัฐฯ เพิ่มงบกลาโหมแตะ 1.5 ล้านล้าน สูงสุดหลังสงครามโลก
เปิดรายได้ เจ้าของล้งผลไม้ รายได้หลักมาจากอะไร
ไวรัลสนั่นโซเชียล! คลิปคู่รัก MTR แสดงความรักท่าทางสุดแปลก
ประเทศที่บริโภคเนื้อสุนัขมากที่สุดในโลก


