ตำรับความงามและเครื่องสำอาง "ยุคอียิปต์โบราณ"
เขียนโดย Amity609

“ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” ความงามเป็นของคนทุกเพศทุกวัยกันมาในทุกยุคทุกสมัย และหนึ่งในยุคสมัยที่เป็นจุดเริ่มต้นของความงามคงหนีไม่พ้น "อียิปต์โบราณ" นั่นเอง
เพราะชาวอียิปต์โบราณนั้นให้ความสำคัญกับรูปโฉม และการประทินโฉมเป็นอย่างมาก ตั้งแต่สมัยยุคก่อนราชวงศ์เมื่อประมาณ 6000 ปีถึง 3150 ปีก่อนคริสตกาล และเชื่อกันว่าเครื่องสำอางนั้นช่วยบำบัดโรคภัยได้ ซึ่งมีเพียงผู้หญิงและผู้ชายชนชั้นสูงเท่านั้นที่มักจะใช้เครื่องประทินโฉม
ซึ่งนักโบราณคดีค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับ "น้ำมันหอม" และเครื่องสำอางชนิดต่างๆ มาตั้งแต่เมื่อเกือบหนึ่งหมื่นปีมาแล้วจากศิลปะของชาวอียิปต์โบราณ ที่ปรากฎภาพจารึกที่อยู่บนผนัง,วิหาร หรือสุสานต่างๆ ก็จะเห็นว่าพวกเขานิยมแต่งหน้าแต่งตาไว้อย่างเด่นชัด และไม่ใช่เพียงแต่เฉพาะสตรีเท่านั้น ถ้ามองดีๆก็จะพบว่าบุรุษเพศก็มีการทาขอบตาเสริมความหล่อเช่นกัน
เครื่องสำอางที่พบในดินแดนไอยคุปต์ทำมาจากอะไรบ้าง
โดยมากจะทำมาจากหินแร่ต่างๆในธรรมชาติ และมีสารอันตรายอย่างการใช้ "ตะกั่ว" มาแต่งหน้าทาผิวด้วย แต่อย่างน้อยๆเครื่องสำอางของชาวอียิปต์ก็คงไม่มีเรื่องของสารเคมี หรือพวกสารสังเคราะห์ต่างๆเข้ามาเจือปนอย่างแน่นอน
ที่นี่มาดูกันว่าอียิปต์ใช้สารอะไรกันบ้าง
1. น้ำมันและไขมันซึ่งสกัดจากพืชและจากไขมันสัตว์นานาชนิด เช่น ไขมันจากห่านและจากน้ำมันมะรุม
2. ครีมขี้ผึ้งเพื่อป้องกันแสงแดดประหนึ่งครีมกันแดดในสมัยนี้
3. รองพื้นด้วยสารสีขาวซึ่งทำจากคาร์บอเนตของ "ตะกั๋ว" (Cerussite)
4. การทาขอบตาด้วยสีดำและสีเขียวในยุคแรกและยุคราชอาณาจักรเก่า (Old Kingdom)
-จะมักนิยมใช้แร่สีเขียวจาก "มาลาไคท์" (Malachite) ซึ่งเป็นสินแร่ทองแดงมาทาขอบตา
-ก่อนจะเปลี่ยนมานิยมใช้สีดำจาก "โคล" (Kohn) และ "ถ่านคาร์บอน" (Carbon) ในภายหลัง

Ancient_Egyptian_Kohl_pot_minature_pestle_and_mortar_Wellcome_M0016473

Ancient_Egyptian_kohl_pot_and_stick,_1800-200_BCE_Wellcome_L0065483
โดยเขาจะค่อยๆใช้แท่งไม้มาจุ่มลงในโคลและทาขอบตาเหมือนอายไลเนอร์ หรือผงทาขอบตาสีดำลงบนหนังตาด้านบนและด้านล่าง และปาดตั้งแต่มุมขอบตาด้านในออกไปยังด้างข้าง ทาคิ้วให้เข้มด้วยสีดำ เพราะพวกเขาเชื่อกันว่าการทาขอบตานั้นมีพลังทางเวทมนต์ และการเยียวยารักษานั่นเองและเป็นการลดการติดเชื้อรอบดวงตาจากแสงแดดและฝุ่นได้อีกด้วย
5. การใช้ดินเทศสีแดง (Red Ochre) ผสมเข้ากับน้ำเพื่อทาปากแทนลิปสติก
6. การทาเล็บให้มีสีเหลืองและสีส้มนั้นจะใช้จากต้นเฮนนา (Henna) ถ้าภาษาไทยเรียกว่า "ต้นเทียนกิ่ง" หรือสกัดสีจากต้นไม้มาทำเป็นสีทาเล็บ
ขั้นตอนการประทินผิวส่วนต่างๆ
1. การเตรียมผิว จะขัดผิวด้วยเกลือทะเลเดดซี หรืออาบน้ำนม มาสก์หน้าด้วยนมและน้ำผึ้ง ใช้เม็ดธูปเพื่อดับกลิ่นใต้วงแขน ตามด้วยดอกไม้ผสมเครื่องเทศเพื่อบำรุงผิวให้เนียนนุ่มขึ้น การแว๊กซ์ขนก็ใช้น้ำตาลและน้ำผึ้ง
2. การเตรียมเครื่องสำอาง
เมื่อเตรียมผิวเรียบร้อยแล้ว เหล่านางกำนัลก็จะนำส่วนผสมและอุปกรณ์มากมายที่จำเป็นการแต่งหน้าใส่ในบรรจุภัณฑ์ โดยบรรจุภัณฑ์ของเครื่องสำอางก็สามารถสื่อถึงสถานะทางสังคมได้ด้วย เช่น ถ้าสังคมชั้นสูงจะใช้ แก้ว ทองคำ หีบ และหินมีค่า หรือทำจากงาช้างแกะสลักไว้อย่างวิจิตรบรรจงและมีการประดับด้วยเพชร แกะสลักเป็นรูปสัตว์หรือเทพธิดา เป็นต้น และนางกำนัลจะทำอายแชโดว์โดยการผสมแป้งมรกตกับไขมันสัตว์หรือน้ำมันจากเมล็ดพืช ก่อนจะนำมาทาตาด้วยงาช้างที่แกะสลักเป็นรูปเทพีฮาเธอร์หรือสัตว์ต่างๆ แต่หากเป็นคนที่มีสถานะยากจนมาหน่อย มักจะเก็บเครื่องประทินโฉมไว้ในหม้อดินแทน

Beauty and cosmetics in ancient Egypt_By Wikipedia Commons

Cosmetics_spoon_img_0118_By Wikimedia Commons
3. ลิปสติก
เป็นขั้นตอนสุดท้ายคือทาลิปสติกสีแดง การใช้ดินเทศสีแดง (Red Ochre) ผสมกับน้ำ และอาจใช้ทาบริเวณแก้มด้วย ซึ่งสำหรับพระนางคลีโอพัตรานั้นมีการบดขยี้แมลงนำลงไปผสมด้วย เพื่อจะได้มีเฉดสีแดงอย่างที่ตรงใจเธอ ซึ่งลิปสติกนั้นอาจจะเกิดสารพิษได้เพราะมักจะผสมกับสีย้อมที่สกัดจากไอโอดีนและโบรมีน นำมาซึ่งความเจ็บป่วยที่รุนแรงได้เช่นกัน
4. เล็บ
จะใช้สีเหลืองและสีแดงในการทา สีที่ได้ก็นำมาจากต้นเฮนนา หรือสีที่สกัดจากต้นไม้
5.การลดรอยเหี่ยวย่น
จะใช้ยางเหนียวของไม้หอม ขี้ผึ้ง น้ำมะรุมสด และหญ้าแห้วหมูมาบดผสมน้ำและผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน และนำมาทาผิวเป็นประจำทุกวัน
และเมื่อแต่งหน้าแล้วเวลาทำความสะอาดเครื่องสำอางออกจากผิวก็คือ "น้ำมันและปูนขาว"

Egyptian_cosmetic_set_By Wikimedia Commons
ดังนั้นเครื่องสำองของชาวอียิปต์โบราณที่นำมาใช้จะได้จากธรรมชาติ เช่น ต้นไม้, สัตว์, และแร่ต่างๆ กับสารตะกั่วผสมอยู่ ซึ่งถ้าใช้ในปริมาณที่พอเหมาะก็มีประโยชน์ในการป้องกันเชื้อโรค แบคทีเรียต่างๆไม่ให้เข้าสู่ดวงตาได้
แต่ถ้าใช้ในปริมาณมากเกินไปก็ส่งผลถึงร่างกายที่ได้รับสารตะกั่วเป็นเวลานานจนสะสม จะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น อาการปวดท้อง ท้องผูก เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน พิษทางประสาทและสมอง หรืออันตรายถึงแก่ชีวิตได้ด้วยเช่นเดียวกันนั่นเอง
ขอบคุณภาพปกจาก : Credit By oliana_gruzdeva Frome Pixabay License
ขอบคุณภาพประกอบจาก : กูลเกิ้ล, วิกิพีเดียร์
เขียนโดย Amity609
แนวทางเลขเด็ดงวด 16 พฤษภาคม 2569 เลขเด่น 7 ถูกพูดถึงอีกครั้ง
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/5/69
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
จังหวัดที่คนย้ายไปแล้วไม่อยากกลับกรุงเทพ”
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
แนวทางเลข เเม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
เลขเด็ดเจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวด 16 พฤษภาคม 2569 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัว
รู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะ
เลขเด็ดเจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวด 16 พฤษภาคม 2569 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัว
อินเดียระทึก! พายุถล่มอุตตรประเทศ เสียชีวิตพุ่ง 89 ราย เสียหายหนักทั้งรัฐ
เปิดพิกัด "ทุเรียนยักษ์เมืองยะลา" ต้นสูงเสียดฟ้าเทียบตึก 15 ชั้น อายุกว่า 100 ปี!
เลิกบ่นว่าสิ้นเปลือง! เฉลยความลับ "ช่องว่าง" ในแผงยา ที่จริงมันคืออุปกรณ์ช่วยชีวิตที่คุณนึกไม่ถึง!
เปิดพิกัด "ทุเรียนยักษ์เมืองยะลา" ต้นสูงเสียดฟ้าเทียบตึก 15 ชั้น อายุกว่า 100 ปี!
จังหวัดที่มีสะพานลอยคนข้ามมากที่สุดในไทย
อัศจรรย์ธรรมชาติ! "ไม้กลายเป็นหิน" จ.ตาก ทุบสถิติโลกยาวที่สุดในโลก เกิดขึ้นได้อย่างไร?


