บัตรเครดิต ใช้ให้ดี ไม่มีหนี้ มีเงินเพิ่ม
ต้องยอมรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า กว่า 80% ของมนุษย์เงินเดือน ที่ต้องมีบัตรเครดิต อย่างน้อยๆ บัตรเครดิต 1 ใบ พร้อมกับบัตรกดเงินสดอีก 1 ใบ ซึ่งสำหรับในยุคที่เศรษฐกิจที่กำลังตกต่ำแบบนี้ การมีบัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด ก็สามารถช่วยเหลือชีวิตได้ในยามฉุกเฉินเช่นกัน ผมเป็นอีกคนที่ใช้บัตรเครดิตเหมือนกัน สำหรับกระทู้นี้ที่อยากนำมาแบ่งปันก็คือ เทคนิคการใช้บัตรเครดิตที่ไม่ก่อให้เกิดหนี้ และมีเงินเพิ่มอีกด้วย ลองเอาวิธีผมไปใช้ดูก็ได้นะครับ (ในอดีตผมเคยผิดพลาดเพราะมีบัตรเครดิตหลายใบมาก่อน ใช้ไม่เป็น จนก่อให้เกิดหนี้ก้อนโต นำพามาถึงจุดสุดท้ายด้วยการติดเครดิตบูโร ถูกหักเงินเดือน ถูกศาลฟ้อง) และหลังจากที่ผมปลดพันธนาการตัวเองจากยอดบัตรเครดิตต่างๆ ได้สำเร็จแล้ว พอมีบัตรเครดิตครั้งใหม่ จึงได้รวบรวมประสบการณ์ต่างๆ มาแบ่งปันกันครับ
1. บัตรเครดิตของทุกค่าย มักจะมีช่วงระยะเวลาโปรโมชั่น เช่น บางสถาบันการเงินสมัครแล้วก็ได้สิ่งของเป็นการตอบแทน บ้างก็หลังจากบัตรอนุมัติและใช้บัตรแล้วก็ได้สิ่งของตอบแทน บ้างก็ได้เป็นแต้ม หรือ ยอดเงินคืนตอบแทนในจำนวนที่ค่อนข้างสูง ตามระยะเวลาโปรโมชั่น
2. ศึกษาประเภทของบัตรเครดิตแต่ละประเภทให้ดีว่า ประเภทไหนควรใช้ในกรณีไหน บางประเภทเป็นแบบมีเงินคืน บางประเภทเป็นแบบสะสมแต้ม บางประเภทร่วมกับสถาบัน ร้านค้าต่างๆ และมอบส่วนลดให้ เวลาที่ใช้บริการ เช่น ไปทานอาหารที่ร้านอาหาร หากเราใช้บัตรเครดิตที่ร่วมรายการก็จะมีส่วนลดเพิ่มให้
3. ศึกษาวันตัดรอบของบัตรเครดิต และวันกำหนดชำระให้ดี เมื่อถึงเวลาชำระเงิน พยายามอย่าให้เกินจากระยะเวลาที่กำหนด เพราะดอกเบี้ยจากการชำระเกินกำหนดค่อนข้างสูงมาก
4. ในการชำระเงิน พยายามชำระยอดเต็ม อย่าแบ่งจ่าย หรือจ่ายขั้นต่ำ เพราะเมื่อถึงรอบถัดไป ยอดที่ยังค้างจ่ายจากงวดก่อนจะถูกนำมาคำนวนดอกเบี้ย และยังต้องชำระยอดใหม่เพิ่มขึ้นอีกด้วย (ระวังให้ดีนะครับ)
5. ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ มีราคาสูงๆ ส่วนมากห้างร้านต่างๆ มักจะมีโปรโมชั่นแบ่งจ่าย 0% กี่เดือนก็ว่ากันไป หากเป็นกรณีแบบนี้ ในช่วงระหว่างเดือนถัดไป อย่าลืมจำยอดที่แบ่งจ่ายแบบ 0% เป็นหลักไว้ด้วย แล้วบวกกับยอดที่เราใช้จ่ายเพิ่ม
6. จุดสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ หากเป็นบัตรเครดิตแบบมีเงินคืน ที่บอกไว้ว่า "ใช้บัตรเครดิตให้ดี ไม่เป็นหนี้ มีเงินเพิ่ม" หมายความว่า หากเป็นบัตรประเภทมีเงินคืน ยอดค่าใช้จ่ายมันจะลดลง เท่ากับว่าเรามีเงินเหลือเพิ่ม
7. หากเป็นบัตรเครดิตแบบสะสมแต้ม อย่าลืมศึกษาเรื่องวันหมดอายุของแต้มด้วยนะครับ และแต้มที่ได้ ลองเอาไปดูว่าร่วมรายการกับร้านค้าไหนบ้าง และใช้เป็นส่วนลดได้อย่างไรบ้าง หากเอาไปทานอาหารก็เท่ากับว่า เราได้จ่ายเป็นเงินถูกลง ประหยัดเงินได้อีกต่างหาก
8. บัตรเครดิตของทุกสถาบัน ในปีแรกจะฟรีค่าธรรมเนียมการใช้บัตรอยู่แล้ว แต่ในปีต่อๆ ไปก็จะเริ่มเสียค่าธรรมเนียม ลองศึกษาเงื่อนไขดูให้ดีว่า ควรใช้จ่ายเท่าไหร่ตามที่สถาบันการเงินกำหนดเพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม และหากใช้ไม่ถึง ลองติดต่อไปที่ Call Center เพื่อขอลดภาระค่าใช้จ่ายตรงนี้ดูนะครับ
ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนก็ตาม การใช้จ่ายบัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด ก็คือการนำเงินในอนาคตมาใช้ อย่าลืมว่าเราใช้เพื่อสร้างเครดิต แต่ไม่ได้ใช้เพื่อสร้างหนี้ ใช้จ่ายอย่างมีสติ และพยายามใช้เท่าที่จำเป็น และขอให้โชคดีผ่านพ้นวิกฤติด้านการเงินไปได้ทุกคนอย่างสวยงามครับ
หากใครมีเทคนิคดีๆ สามารถนำมาแบ่งปันกันได้นะครับ
ภาพประกอบโดย: Freepik.com
ถ้าเห็นคนโดนไฟดูด ควรถีบออกไหม เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนช่วยคนอื่น
สะพานห้วยตอง ทางโค้งกลางหุบเขา จุดจำของคนเดินทางบนทางหลวงหมายเลข 12
เกาะที่แออัดที่สุดในโลก เขาใช้ชีวิตอยู่กันอย่างไร..
3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อน
เดินเหยียบรังต่อหัวเสือในป่า วิธีเอาตัวรอดจากการถูกรุมต่อยและอันตรายแพ้รุนแรง
ทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลย
อีก 250 ล้านปีข้างหน้า โลกจะเปลี่ยนไปเป็นแบบนี้ คุณอาจจำไม่ได้เลย!
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
"เสือร้องไห้" ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร? ทำไมต้องเรียกว่าเสือ ทั้งๆ ที่ทำจากเนื้อวัว
เปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้
พัดลมเปิดทั้งคืน กินไฟแค่ไหน? คำนวณค่าไฟจริงที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง
น้ำดื่ม"โพลาริส"หายไปไหน
เกาะที่แออัดที่สุดในโลก เขาใช้ชีวิตอยู่กันอย่างไร..
อีก 250 ล้านปีข้างหน้า โลกจะเปลี่ยนไปเป็นแบบนี้ คุณอาจจำไม่ได้เลย!
น้ำดื่ม"โพลาริส"หายไปไหน
เดินเหยียบรังต่อหัวเสือในป่า วิธีเอาตัวรอดจากการถูกรุมต่อยและอันตรายแพ้รุนแรง
ลายนิ้วมือโคอาลา ความเหมือนที่ทำให้ธรรมชาติดูเหมือนเล่นกลกับมนุษย์
"เสือร้องไห้" ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร? ทำไมต้องเรียกว่าเสือ ทั้งๆ ที่ทำจากเนื้อวัว




