หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หรือจะโตเร็วเกินไป!!! ทำไมมูลค่าของ Uber จึงร่วงลงสวนทางกับที่นักลงทุนคาดหวังไว้


เขียนโดย unboxyourthinking

เมื่อพูดถึง Startup เปลี่ยนโลก ชื่อที่ผู้คนมักจะนึกถึงอันดับต้นๆ คงจะเป็น Uber กับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่จะมาเปลี่ยนแปลงวิธีการเดินทางสาธารณะแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ปัจจุบันมูลค่าของยูนิคอร์นระดับโลกรายนี้กำลังตกลงอย่างพลิกความคาดหมาย อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ Uber มาถึงจุดนี้ เราไปดูกันครับ

---------

จุดเริ่มต้นแห่งยูนิคอร์นระดับโลก

บริษัท Uber Technologies, Inc หรือชื่อเดิมคือ Ubercab ก่อตั้งโดยคุณ Garrett Camp และคุณ Travis Kalanick โดยในปี 2009 พวกเขาทั้งคู่ได้พบปัญหาการคมนาคมในเมืองใหญ่ที่คนไม่มีรถส่วนตัวต้องนั่ง Taxi แต่จำนวน Taxi ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และถ้าโชคดีได้ Taxi คนขับก็มักจะเรียกค่าโดยสารแพงมาก เพื่อหาทางให้คนธรรมดาสามารถเข้าถึงการคมนาคมอย่างกว้างขวางในราคาที่ยุติธรรม พวกเขาจึงได้นำแนวคิดการแชร์รถยนต์แล้วใช้เดินทางไปด้วยกันเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายซึ่งหลักการดังกล่าวกลายเป็นแผนธุรกิจสำคัญของ Uber ในเวลาต่อมา

พวกเขาเริ่มทำ application สำหรับมือถือเพื่อให้ประชาชนสามารถเรียกรถโดยสารสีดำสุดหรู  (Black Luxury Car) ให้ไปส่งตามจุดหมายที่ลูกค้าต้องการ โดยเริ่มคิดราคาประมาณ 1.5 เท่าของราคาค่าบริการของ Taxi ในนครนิวยอร์ก ถึงแม้ว่าราคาจะแพงกว่าราคามาตรฐานถึง 50% ลูกค้าก็ยินดีที่จะจ่ายเพราะมั่นใจว่าไม่โดยปฏิเสธเป็นแน่แท้ อีกทั้งคนขับ Taxi มักจะเรียกค่าโดยสารเกินราคาอยู่แล้ว ในช่วงเทศกาลสำคัญคนขับ Taxi บางคันคิดราคาแพงกว่าค่าโดยสาร Uber ถึง 6 เท่าก็มี

---------

การขยายตัวไปทั่วโลก หรือว่าเร็วเกินไป

แผนธุรกิจดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวด ทำให้ทาง Uber เริ่มมองหาหนทางที่จะตอบความต้องการมากขึ้น โดยเริ่มให้เจ้าของรถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งเป็นรถธรรมดา (non-luxury) สามารถนำรถของตนมาร่วมขับขนส่งโดยมี Uber เป็นตัวกลาง (Platform) เจ้าของรถก็สามารถนำรถมาสร้างรายได้ ส่วนผู้โดยสารก็มีตัวเลือกในราคาที่ย่อมเยาว์มากขึ้น นอกจากนี้ Uber ก็ให้การสนับสนุนค่าบริการ (Subsidy) ให้กับผู้โดยสารเพื่อให้พวกเขาเปิดใจเข้ามาลองเลือกใช้บริการ

ทาง Uber ได้ขยายการให้บริการดังกล่าวไปหลายเมืองใหญ่ทั่วทุกมุมโลก ซึ่งตอนแรกผลตอบรับออกมาในเชิงบวกมากๆ แต่ปัญหาที่ Uber คิดไม่ถึงก็เริ่มเผยออกมา เมื่อมีการรายงานว่าคนขับ Uber ได้ก่อเหตุร้ายกับผู้โดยสาร ทำให้เกิดข้อสงสัยในเรื่องความปลอดภัยของผู้ขับจาก Uber มากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อมองย้อนไปกับบริการรถ Taxi หรือการขนส่งสาธารณะอื่นๆ จะพบว่ามีกฏหมายและระเบียบขั้นตอนมากมายที่ใช้ในการควบคุมและการเฝ้าระวัง ตลอดจนการลงทะเบียนและค่าธรรมเนียมต่างๆ มากมายเพื่อสร้างมาตรฐานและความปลอดภัยในการให้บริการ แต่ Uber ได้ข้ามขั้นตอนดังกล่าวไปจนทำให้เกิดคำถามที่ว่า Uber ถูกกฏหมายใช่หรือไม่?

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือประเทศอินเดียโดยเฉพาะกรณีคนขับ Uber ได้กระทำอนาจารผู้โดยสารที่กรุงเดลี ทำให้เกิดกระแสต่อต้านและแบน Uber ไปพักใหญ่ ทาง Uber ได้พยายามพัฒนาระบบยืนยันตัวตนของผู้ขับตลอดจนระบบอื่นๆ ถูกนำเข้ามาใช้เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร แต่ความกังวลก็ยังมีอยู่

---------

การลงทุนเพื่อการแก้ปัญหาที่ไม่ออกผล

เมื่อการขยายตัวของ Uber มีปัญหาจากความปลอดภัย วิธีการแก้ปัญหาที่ทาง Uber พิจารณาไว้คือการนำคนออกจากระบบและพัฒนาระบบรถไร้คนขับเข้ามาแทนที่ Uber ได้ตั้งหน่วยงานพัฒนาระบบขับเคลื่อนยานพาหนะอัติโนมัติในชื่อ Advanced Technology Group เพื่อทดสอบแนวทางการขนส่งผู้โดยสารโดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์ เปิดรถยนต์ไร้คนขับรุ่นทดสอบออกมาในปี 2016 โดย Uber คาดว่าระบบขับเคลื่อนดังกล่าวจะมีมูลค่าสูงมากกว่า 7 พันล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว  

อย่างไรก็ตามแนวความคิดดังกล่างต้องพับตัวลงไปเพราะรถยนต์ทดสอบได้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับคนข้ามถนน แม้จะมีการพิสูจน์แล้วว่าคนที่ข้ามถนนดังกล่าวไม่ได้ปฏิบัติตามกฏหมายเพราะเขาข้ามในที่อันตรายและมีแสงสว่างไม่เพียงพอ แต่ปัญหาที่เกิดจขึ้นไปแล้วส่งผลอย่างหนักต่อความน่าเชื่อถือของระบบของ Uber และท้ายที่สุด Uber ก็ต้องขายระบบที่ตนเองลงทุนไปกว่า 1 พันล้านเหรียญให้กับบริษัท Aurora มารับช่วงต่อไปในที่สุด

---------

ปัจจัยภายนอกกับปัญหาเศรษฐกิจที่ยังรุมเร้า

ปัญหาอีกประการสำคัญคือการระบาดของ COVID-19 ไวรัสมรณะที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนทั่วโลก การระบาดของไวรัสดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงกับการคมนาคม ประชากรโลกเปลี่ยนวิธีการทำงานให้ผ่านระบบ online มากขึ้นเพื่อรักษาระยะห่างและลดการแพร่เชื้อ การเดินทางไปทำงานที่สำนักงานถูกแทนที่ด้วยการ work from home ผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์หลายๆ ชนิด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ให้บริการทั้ง Uber Grab และ Didi และทำให้มูลค่าของหุ้นของบริษัทเหล่านี้ย่ำแย่ลงไปจากที่ควรจะเป็น

นอกจากนี้การ subsidy ให้กับลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าเลือกใช้บริการของตนยังเป็นอีกสาเหตุหลักที่ทำให้ Uber และหลายบริษัทยังประสบปัญหาอยู่ หากยังมีการแข่งขันในตลาดอย่างดุเดือดและลูกค้ายังมีสิทธิเลือกใช้บริการ ผู้ให้บริการก็ต้องหาวิธีการที่จะดึงดูดให้ลุกค้าใช้บริการของตนต่อไป

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
unboxyourthinking's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 228 ครั้ง
เขียนโดย unboxyourthinking
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
1 VOTES (1/5 จาก 1 คน)
VOTED: pakpranang
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดม้ามืดที่มีศักยภาพเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 26 ประเทศที่ไหว้เหมือนไทยมากที่สุด5 ประเทศที่ พูดไทยได้ โดยไม่ต้องลงคอร์สเรียนภาษา ฟังกันออกเฉยเลยว่าเป็นใคร5 อันดับ “ขนมไทยขายดี” ในตลาดเช้าจังหวัดที่มีข้าราชการเยอะที่สุดในไทยจังหวัดที่เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยมากที่สุดเปิดสายงานราชการไทย ที่เงินเดือนสูง ตัวเลขที่คนวงนอกไม่เคยรู้มาก่อน5 อันดับมหาวิทยาลัยเอกชนไทย ขวัญใจนักศึกษาลาว5 อันดับประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกเลิกเชื่อใจการสแกนหน้า? เมื่อ AI ปลอมใบหน้าโอนเงินได้แล้ว! วิธีเช็กว่าธนาคารของคุณยังปลอดภัยอยู่ไหมโหมดเครื่องบินคืออะไรชาวทะเลทรายใช้น้ำจากไหน? 6 วิธีจัดการน้ำในพื้นที่แห้งแล้ง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 อันดับ “ขนมไทยขายดี” ในตลาดเช้าตึกที่ใช้เงินลงทุนแพงมากที่สุด ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จังหวัดไทยบางแห่ง มีชื่อมาจากภาษาเขมร แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้10 อันดับ นามสกุลที่ตรงกับชื่ออำเภอจริงนามสกุลที่ได้รับอิทธิพลจากชื่ออำเภอมากที่สุดPenitentes (เปนิเตนเตส) ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สร้างประติมากรรมน้ำแข็งรูปร่างแหลมสูงแปลกตา
ตั้งกระทู้ใหม่