หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ผลไม้หวานจัดที่ต้องกินอย่างระมัดระวัง


เขียนโดย origin


สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินหรือผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก

ควรเลือกรับประทานผลไม้ที่มีรสชาติไม่หวานจัด คือมีปริมาณน้ำตาลน้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ควรต้องระมัดระวังในเรื่องปริมาณและชนิดของผลไม้ที่บริโภคให้พอเหมาะ
โดยควรเลือกผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลทั้งหมด (รวมน้ำตาลกลูโคส ฟรุกโตส และซูโครส) น้อย
และมีใยอาหารมาก ซึ่งจะช่วยให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้น และควรดื่มน้ำเปล่าเพื่อไม่ให้ได้รับน้ำตาลมากเกิน

ปริมาณน้ำตาลในผลไม้ส่วนที่รับประทานได้ 100 กรัม

ละมุด
เป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่มีความหวานเฉพาะตัวอย่างมาก
และเป็นผลไม้ที่มีเฉพาะบางฤดูกาลเท่านั้น โดยละมุด 100 กรัม มีน้ำตาลประมาณ 17 กรัม
ซึ่งละมุด หากยังไม่สุกมากจะมีความกรอบ หวาน แต่เมื่อสุกมากเนื้อจะนุ่ม
และให้รสหวานจัด ดังนั้น จึงควรทานแต่พอดี ไม่มากเกินไป

 

ทุเรียน
เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงมาก เพราะทุเรียน 100 กรัม มีน้ำตาลประมาณ 21 กรัม
แถมยังมีแคลอรี่สูงอีกด้วย ซึ่งสำหรับผู้ป่วยเบาหวานถือเป็นผลไม้ต้องห้ามเลยทีเดียว
ดังนั้น จึงควรทานครั้งละไม่เกิน 1 พลู ถ้าเกินกว่านี้น้ำหนักขึ้นแน่นอน

ลำไย
เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง ถึงขนาดอบแห้งได้โดยไม่ต้องปรุงรสหวาน
เพราะในลำไย 100 กรัม มีน้ำตาลประมาณ 18 กรัม และสำหรับใครที่ชอบทาน
แนะนำว่าให้ลดปริมาณการทานลง เพราะถ้าทานลำไยมากไป
นอกจากจะได้รับน้ำตาลสูงแล้ว ยังสามารถทำให้เป็นร้อนในได้อีกด้วย

กล้วย
เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลเยอะแทบทุกชนิด โดยเฉพาะกล้วยไข่ 100 กรัม
มีน้ำตาลประมาณ 22 กรัม รองลงมา คือกล้วยหอม 100 กรัม มีน้ำตาลประมาณ 20 กรัม
และกล้วยน้ำว้า 100 กรัม มีน้ำตาลประมาณ 19 กรัม ซึ่งการทานกล้วย ไม่ควรทานสุกเกินไป เพราะจะมีน้ำตาลสูง

ขนุน
เป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน และมีน้ำตาลสูงพอ ๆ กับทุเรียน
เพราะขนุน 100 มีน้ำตาลประมาณ 21 กรัม ซึ่งการทานขนุนไม่ควรทานในปริมาณที่เยอะจนเกินไป
แนะนำว่าให้ทานนาน ๆ ครั้ง เพราะถ้าทานบ่อย ๆ และทานในจำนวนมาก รับรองน้ำหนักขึ้นแน่ ๆ

น้อยหน่า
เป็นผลไม้ที่มีความหอม และหวานมาก เพราะน้อยหน่า 100 กรัม
มีน้ำตาลประมาณ 16 กรัม ดังนั้น เวลาทานน้อยหน่า ควรทานแต่พอดี ซึ่งในปัจจุบันน้อยหน่าก็เริ่มหาทานได้ยากขึ้น



เนื้อหาโดย: นำทาง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
origin's profile
เขียนโดย origin
นักวิเคราะห์ข้อมูลเชิงจัดอันดับ (Ranking Content Analyst)
เชี่ยวชาญการคัดเลือกและเรียบเรียงข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ อันดับ และข้อเท็จจริงเชิงลึก มุ่งเน้นความถูกต้องของข้อมูล และการนำเสนอที่เข้าถึงผู้อ่านวงกว้าง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
21 VOTES (4.2/5 จาก 5 คน)
VOTED: pakpranang, momon, Thorsten, JKN9, มยุริญ ผดผื่นคัน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดชื่อ 7 ปลาน้ำจืด ‘ราคาสูงที่สุดในไทย’ ไม่ใช่แค่ปลาน้ำเงินเปิดชื่อ 9 ประเทศ “น้ำดื่มถูกที่สุดในโลก”เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชาเปิดผลวิเคราะห์ AI หวยงวด 1 เมษายน 2569 รวมเลขเด่น 10 ชุดมาดูอันดับความหล่อในเอเชีย หนุ่มไทยอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่?ประเทศใด นำเข้ามาม่าไทย มากที่สุดในโลก5 ท่าสัมผัสละลายใจ สร้างสายใยรักให้แน่นแฟ้นปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบัน8 ของวิเศษโดราเอมอน กับนวัตกรรมโลกจริงที่หยุดไม่อยู่โรงเรียนที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ม.ขอนแก่นมากที่สุดเจาะเลขเด็ดปฏิทินคำชะโนด VS มหาอุตม์ งวดวันที่ 16 เมษายน 2569...คอหวยต้องห้ามพลาดเจาะลึก 3 ราศีที่ต้องระวัง "รักที่ไม่ชัดเจน" ช่วงสงกรานต์
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทย19 เหตุผล ทำไมคนถึงอยากทำงาน “พนักงานต้อนรับ บนเรือสำราญ”ปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบันโรงเรียนที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ม.ขอนแก่นมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
นกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทยทำไม “โดนเท” ถึงเจ็บเหมือนโดนตบ? วิจัยชี้ สมองรับความเจ็บแบบเดียวกัน7 ผลไม้ที่หน้าตาดันคล้ายอวัยวะในร่างกายคนแบบไม่น่าเชื่อ10 อันดับโรงเรียนที่สอบเข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มากที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่