หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ประเทศเดียวในโลกนี้ที่มีเมืองหลวงมากมายถึง3แห่ง

เนื้อหาโดย origin



'เมืองหลวง' คือเมืองใหญ่หรือเมืองสำคัญของประเทศ

โดยทั่วไปแล้ว ในประเทศหนึ่งๆมักจะมีเมืองหลวงอยู่เพียงแห่งเดียว
เพื่อให้ง่ายต่อการดูและจัดการ แต่ก็ยังมีอีกหลายประเทศเช่นกัน
ที่เลือกจะให้มีเมืองหลวง 2 แห่ง โดยแบ่งหน้าที่หรือบทบาทแยกกัน
แต่รู้หรือไม่ว่า โลกของเราไม่ได้มีแค่ประเทศที่มีเมืองหลวงสองแห่ง
แต่ยังมีอีกหนึ่งประเทศที่ไม่เหมือนใครทั้งนั้น เพราะมีเมืองหลวงถึงสามเมือง
เรียกว่ามีเยอะจนไม่ซ้ำใครเลยบนโลก ว่าแต่จะเป็นประเทศอะไรนะ?


ประเทศเดียวในโลก ที่มีเมืองหลวง 3 เมือง
ก็คือประเทศแอฟริกาใต้ หรือ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ (Republic of South Africa)
เป็นประเทศขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของทวีปแอฟริกา เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน
และเป็นอีกประเทศที่มีฐานะดีที่สุดของภูมิภาค แอฟริกาใต้มีพื้นที่มากถึงประมาณ 1.2 ล้านตารางกิโลเมตร
ซึ่งใหญ่เป็นอันดับที่ 24 ของโลก และมีประชากรราว 60.1 ล้านคน มากเป็นอันดับ 23 ของโลก
โดยประชากรราวๆ 80% เป็นกลุ่มคนผิวดำ นอกจากชื่อเสียงในฐานะประเทศขนาดใหญ่
ที่โดดเด่นเรื่องการท่องเที่ยว วัฒนธรรม รวมถึงกีฬาและธุรกิจแล้ว
ประเทศนี้ยังมีระบบการปกครองที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครอีกด้วย
นั่นคือการตั้งเมืองหลวง ให้แยกหน้าที่กันมากถึง 3 เมือง ซึ่งมากกว่าประเทศอื่นๆ 

เมืองหลวงแห่งแรก คือ พริทอเรีย (Pretoria)
เป็นศูนย์กลางการบริหารในประเทศแอฟริกาใต้ อยู่ในเขตจังหวัดเคาเต็ง มีจำนวนประชากรประมาณ 3 ล้านคน 
กรุงพริทอเรีย นอกจากจะเป็นเมืองหลวงของประเทศแล้ว ยังเป็นเมืองที่ศูนย์กลางธุรกิจการพาณิชย์
เมืองหนึ่งของประเทศแอฟริกาใต้ เนื่องจากอยู่ในที่สูงจึงมีพายุฝนรุนแรง และหิมะตกในฤดูหนาว


เคปทาวน์ (Cape Town)
เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดอันดับสอง รองจากเมืองโจฮันเนสเบิร์ก 
และเป็นเมืองหลวงฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศ เคปทาวน์มีพื้นที่ราวๆ 2460 ตารางกิโลเมตร
และมีประชากรทั้งหมดประมาณ 3.74 ล้านคน ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ

 

บลูมฟอนเทน (Bloemfontein)
เป็นศูนย์กลางทางฝ่ายตุลาการของประเทศ บลูมฟอนเทนมีประชากรทั้งใน
และนอกเขตรวมประมาณ 645,455 คน ชื่อเมืองมาจากภาษาดัตช์ ซึ่งมีความหมายว่า "ดอกไม้บาน"

 

เนื้อหาโดย: นำทาง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
origin's profile


โพสท์โดย: origin
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: Thorsten, Fruit Ball
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้AI พลิกโฉมวงการ "หนังสั้นของจีน"..ไม่รู้งานนี้มีคนตกงานหรือไม่ ?อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลวทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?ก้าวแรก!ส่งจรวดดาวเทียมฝีมือคนไทยสู่กระสวยอวกาศแต่พลาดอำเภอไหนในอีสาน ที่พูดภาษากลางชัดเป๊ะที่สุด?ย้อนรอย 6 อารยธรรมโบราณที่ล่มสลายอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงปริศนาให้โลกค้นหาบทพิสูจน์นักรบแห่งอเมซอน พิธีกรรมมดกระสุน ความเจ็บปวดที่โลกต้องจารึกนักวิทย์ค้นพบแหล่งน้ำที่เก่าแก่ที่สุดบนโลก อดใจไม่ไหวจึงลองดื่มดู
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิดภาพ “เยาวเรศ นิสากร” นางเอกจักรๆ วงศ์ๆ รุ่นบุกเบิก เยือนบ้าน “ไพรัช สังวริบุตร”ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ประกันโรคร้ายแรง เกราะกันโรคร้าย ที่พร้อมจ่ายทันทีไม่ต้องลุ้น?ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งหนังคนล่ะม้วน เมื่อ ICE ยิงเด็กตๅย!จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่มีอายุหลังก่อตั้งจังหวัดไม่ถึง 20 ปี
ตั้งกระทู้ใหม่