หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คลั่ง "ดอกทิวลิป" จนทำให้เกิดวิกฤตฟองสบู่แตกครั้งแรกของโลก

เขียนโดย Amity609


เราคงเคยได้ว่า "ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่" (The Great Depression) โดยเริ่มที่สหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1929 (พ.ศ. 2472) และแพร่ขยายไปเกือบทั่วโลก ซึ่งในส่วนของประเทศไทยก็คือ "วิกฤตต้มยำกุ้ง" (ในปี พ.ศ. 2540) ที่สถาบันการเงินหลายแห่งล้มละลาย จนทำให้นักธุรกิจต่างก็มีหนี้สินจำนวนมากในพริบตา แต่นี่คงไม่ใช่วิกฤตการเงินครั้งแรกที่มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ แล้ววิกฤตครั้งแรกล่ะคือที่ไหน ?


The Great Depression 1929-1939


The Great Depression 1929-1939_2

1.วิกฤตดอกทิวลิป
เป็นการย้อนไปในอดีตเลยก็ว่าได้ และเป็นวิกฤตการเงินครั้งแรกที่มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์นั่นก็คือ "วิกฤตดอกทิวลิป" (Tulip Mania) เกิดขึ้นที่เนเธอร์แลนด์ในปี ค.ศ. 1637 เป็นช่วงต้นศตวรรษที่ 17 ที่เป็นยุครุ่งเรืองทางการค้าของเนเธอร์แลนด์

โดยบริษัทอินเดียตะวันออกของดัตช์ (Dutch East India Company หรือ VOC) ขยายอิทธิพลทางการค้าไปหลายทวีป ทำให้เนเธอร์แลนด์กลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของโลกในเวลานั้น

2.แล้วสินค้าอะไรที่มีอิทธิพล
หนึ่งในสินค้าที่มีผู้นำมาเผยแพร่ในเนเธอร์แลนด์ก็คือ "ดอกทิวลิป" (Tulip Flower) โดยมีต้นกำเนิดจากเปอร์เซียและออตโตมัน (อิหร่านและตุรกีในปัจจุบัน) โดยได้นำดอกทิวลิปมาปลูกเมื่อราวๆ ค.ศ. 1593 เพราะดอกทิวลิปเป็นดอกไม้ชนิดใหม่ที่ไม่เคยมีในยุโรปมาก่อน อีกทั้งยังมีสีสันสวยงามหลายหลากสี ไม่ว่าจะสีแดง,เหลือง,ม่วง,ขาว มันจึงกลายเป็นสินค้าหายากจนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จนมีไม่พอกับความต้องการของตลาด



3.การทำสัญญาซื้อขาย
ในเมื่อเป็นเช่นนี้พ่อค้าดัตช์จำนวนมาก ก็หวังที่จะกอบโกยกำไรจึงได้คิดลูกเล่นในการซื้อขายขึ้นมา จนเกิดเป็นการทำสัญญาล่วงหน้า คือการที่พ่อค้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับลูกค้า เพื่อจัดหาดอกทิวลิปมาจำหน่าย ซึ่งดอกทิวลิปมักมีราคาสูงในช่วงออกดอก เลยไม่มีพ่อค้าคนไหน กล้าจะซื้อในช่วงเวลานั้น จึงมักให้ทำสัญญาล่วงหน้าตั้งแต่เริ่มปลูกลงในกระถาง เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อได้ในราคาที่ต่ำที่สุดก่อนจะนำมาขาย

4.ถึงขนาดแลกบ้านพร้อมที่ดินกันเลย
การซื้อขายเกิดขึ้นเป็นเวลานานหลายปี การเก็งกำไรซื้อขายกันก็เป็นทอดๆมาเรื่อยๆ เลยทำให้มูลค่าของดอกทิวลิปพุ่งสูงเกินจริงไปมาก บางพันธุ์มีมูลค่าสูงถึง 3,000-4,000 กิลเดอร์ ซึ่งเงินจำนวนนี้มากพอที่จะซื้อของต่างๆ ดังต่อไปนี้ได้ทั้งหมด

ได้แก่ หมู 8 ตัว, วัว 4 ตัว, แกะ 12 ตัว, ข้าวสาลี 24 ตัน, ข้าวไรย์ 48 ตัน, ไวน์ (ขนาดความจุ 340 ลิตร) 2 ถัง, เรือ 1 ลำ, เบียร์ 4 ถัง, เนย 2 ตัน, เนยแข็ง 500 กิโลกรัม, ถ้วยเงิน 1 ใบ และ เตียง 1 หลัง หรือบางพันธุ์มีมูลค่าสูงมากถึงขนาดมีการนำที่ดินพร้อมบ้านมาแลกกับดอกทิวลิปเพียงแค่หัวเดียวเลยทีเดียว


รูปภาพทุ่งดอกทิวลิปในประเทศเนเธอร์แลนด์ในสมัยศตวรรษที่ 17
ผลงานของ Jean-Léon Gérôme จิตรกรชาวฝรั่งเศส สมัยศตวรรษที่ 19 วาดในปี 1882



5.เริ่มเข้าสู่วิกฤต
พอในปี ค.ศ. 1636 สภาพภูมิอากาศนั้นมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้การเพาะปลูกดอกทิวลิปเริ่มมีปัญหาตามมา ราคาของมันก็ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว พอมาถึงปี ค.ศ. 1637 ก็เกิด "วิกฤตดอกทิวลิป" (Tulip Mania) ฟองสบู่แตก นักลงทุนจำนวนมากหมดเนื้อหมดตัวกันเป็นแถว ซึ่งในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1637 เพียงแค่ข้ามคืนราคาของดอกทิวลิปก็ลดจาก 3,000 กิลเดอร์ ก็เหลือเพียงแค่ 10 กิลเดอร์เท่านั้น จึงทำให้รัฐบาลสาธารณรัฐดัตช์ต้องเข้ามาควบคุมการซื้อ-ขายดอกทิวลิป

6.วิกฤตมีผลกระทบเฉพาะคนรวย
ถึงแม้จะเข้าขั้นวิกฤตแต่ยังดีว่าไม่ได้มีผลกระทบแบบวงกว้าง มีผลเฉพาะกลุ่มคนที่มีฐานะ กับกลุ่มชนชั้นสูงกับกลุ่มพวกพ่อค้าที่ร่ำรวยเท่านั้น แต่ประชาชนทั่วไปไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

แต่ก็ถือว่าเป็นตัวอย่างแรกๆของวิกฤตเศรษฐกิจ ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ จึงทำให้เหตุการณ์ในครั้งนี้มักถูกหยิบยกมาเป็นกรณีศึกษา โดยเฉพาะในวงการเศรษฐศาสตร์ และนำไปเปรียบเทียบกับวิกฤตการเงินต่างๆอยู่เสมอ เพื่อสื่อถึงความโลภในการเก็งกำไรอย่างไม่ระวังจากสภาพจริงของตลาดนั่นเอง

ค้นคว้าและเรียบเรียงเนื้อหาใหม่โดย: amity 86
ขอบคุณภาพต่างๆจาก : google, wikipedia
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Amity609's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 506 ครั้ง
เขียนโดย Amity609
นักเขียนสมัครเล่น ที่ขี้เล่นเฮฮาตามประสา และชอบขีดเขียนไปเรื่อยเปื่อย จากเรื่องราวที่น่าสนใจทั่วโลก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
6 VOTES (3/5 จาก 2 คน)
VOTED: pakpranang, ยอน มาราเธ็ด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็นนักศึกษาจากประเทศไหน เข้ามาเรียนต่อในไทยมากที่สุดช็อปปิ้งบำบัดจนได้เรื่อง! เจาะลึกคดีสาวญี่ปุ่นกดสั่งซื้อการ์ตูนทิพย์กว่า 2,000 ครั้ง สูญเงินเฉียดล้านเพราะ "ความสะใจ""ร้องแร่แห่กระเชอ" แปลว่าอะไร? ศัพท์ข่าวสุดแซ่บ...ที่ไว้แซะสายโวยวายเปิดโปงงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวมส่องใบชมพูในตำนาน! หวย 1 กันยายน 2569 เจาะสถิติ 20 ปี ชนแนวทาง "สิบเลขขายดีแม่จำเนียร" คัดเลขเด็ดกระแสแรงหน้าแผง"หมู่บ้านคาซู" ดินแดนลับใต้เทือกเขาสูงแห่งปากีสถานเผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569ทำไมสีม่วงถึงเป็นสีของราชวงศ์ค่าตัวพิธีกรรายการดัง คิดกันอย่างไร ได้มากกว่าที่คนดูคาดหรือไม่
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟHonda Forza 350 มีอะไรดี ทำไมสมัยนี้ถึงนิยมกันมาก?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมยุงชอบกัดบางคนมากกว่าคนอื่น?7 พฤติกรรมที่คนทำทุกวัน แต่กำลังทำร้ายสุขภาพโดยไม่รู้ตัวเปิดความจริง 'เมียให้เช่า' ในลาว เรื่องจริงหรือคำเรียกที่คนบนอินเทอร์เน็ตเข้าใจผิดเห็นหน้า รู้ว่าคนนั้นคือใคร รู้ว่าเคยเจอกันที่ไหน แต่ชื่อกลับไม่ยอมออกมา
ตั้งกระทู้ใหม่