ปรุงดินอย่างไรให้อร่อยสำหรับพืช ปลอดภัยสำหรับคนกินผัก "พืชต้องการดินอร่อย คนต้องการผักปลอดสารพิษ"
เขียนโดย LSalween2024
การปลูกพืชใด ๆ ก็แล้วแต่จะให้เจริญเติบโตงอกงาม สิ่งสำคัญที่สุดก็คือดินที่ปลูกว่ามีสารอาหารเพียงพอสำหรับพืชที่ใช้ปลูกหรือเปล่า จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันมีทั้งร้านและบริษัทปุ๋ยทำการพัฒนาดินและผลิตปุ๋ยเคมี สำหรับเป็นดินปลูกและปุ๋ยให้ทั้งทางรากและใบให้กับพืชและต้นไม้มากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อป้อนให้กับร้านค้าและเกษตรกรที่มีความต้องการปุ๋ยเคมี ทำให้ดินที่ปลูกมีสารเคมีตกค้างและเสื่อมคุณภาพลง นอกจากนั้นแล้วดินที่เสื่อมคุณภาพและสารเคมีที่ตกค้าง หากเกิดขึ้นกับพืชผักที่เราไปซื้อจากร้านค้าและนำมารับประทานเป็นประจำทุกวัน นั่นก็หมายความว่าโอกาสเสี่ยงต่อโรคที่เกิดขึ้นกับเราก็เพิ่มมากขึ้นด้วย จึงอยากจะชวนทุกท่านหันมาปลูกผักปลอดสารพิษที่บ้านไว้รับประทานเอง โดยเริ่มจากวัสดุที่ใช้ปลูกก่อนก็คือดิน จะปรุงอย่างไรให้พืชที่เราปลูกเจริญงอกงามและที่สำคัญปลอดสารเคมีตกค้างแน่นอน เพราะเราปลูกเอง กินเอง สบายใจดี
สำหรับส่วนผสมในการปรุงดินนั้น จะประกอบไปด้วย
1. ดินร่วน
2. มูลสัตว์กินพืช ซึ่งผู้เขียนจะใช้มูลวัวแห้งเป็นส่วนผสมของดิน
3. น้ำเปล่าหรือน้ำหมักขี้วัว
4. ภาชนะที่ใส่
5. ถ้ามี เช่น เปลือกถั่วเหลือง ใบฉำฉา เศษพืชสับ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
สำหรับการผสมปรุงดินนั้นไม่ได้ยุ่งยากและซับซ้อน โดยเรานำดินที่เตรียมไว้จำนวน 2 ส่วนเทผสมกับมูลวัวจำนวน 1 ส่วน ในอัตราส่วน 2 ต่อ 1 จากนั้นนำดินและมูลวัวผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันเมื่อเข้ากันดีแล้ว ให้รดด้วยน้ำธรรมดาหรือน้ำหมักมูลวัวให้ชุ่ม ตักใส่กระถางหรือภาชนะที่จะทำการหมักแล้วหมักทิ้งไว้ใต้ร่มไม้เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน หากครบกำหนด 1 เดือนแล้ว ก็เทลงมาคลุกเคล้ากันอีกครั้ง แบ่งตักใส่กระถางหรือถุงปลูกไว้สำหรับปลูกผักปลอดสารพิษต่อไป
หลายคนอาจจะมีคำถามว่า "ถ้าหมักเป็นแปลงเลย ไม่ต้องผสมดินแล้วหมักในกระถางตามแนวทางที่บอกขั้นต้นได้หรือไม่" ซึ่งแนวทางในการหมักดินเป็นแปรง สามารถหมักได้ในรูปแบบเดียวกัน แต่ต้องขุดดินในแปลงให้ดินมีความละเอียดก่อน โดยการขุดลึกลงไป 1 หน้าจอบที่ขุดแล้วแบ่งดินเป็นส่วน ๆ โดยใช้สายตากะเอาว่าหากมีมูลวัวหรือมูลสัตว์กินพืช 1 กระสอบปุ๋ย ฉะนั้นก็ต้องเตรียมดินโดยใช้สายตากะเอาว่า 1 ส่วนเทียบเท่ากับ 2 กระสอบปุ๋ย ขุดและผสมคลุกเคล้าแบบนี้ให้ทั่วแปลง อย่าลืมที่จะต้องรดน้ำให้ชุ่มหรือน้ำหมักมูลวัวให้ทั่วแปลงที่หมัก จากนั้นก็หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 1 เดือนขึ้นไป คอยสังเกตหากในระหว่างที่รอให้ครบ 1 เดือน ผิวแปลงแห้งต้องคอยรดน้ำให้ชุ่ม เพื่อให้จุลินทรีย์ในดินทำการย่อยสลายอยู่ตลอดเวลา เหตุผลที่ต้องหมักดินในกระถางและในแปลงให้ครบ 1 เดือนขึ้นไป เพราะหากว่านำดินที่ผสมปรุงเสร็จแล้วมาปลูกพืชและผักเลย จะทำให้พืชและผักเจริญเติบโตช้าจะเหลืองและตายได้ เนื่องจากในมูลวัวแห้งมีจุลินทรีย์อยู่เมื่อโดนน้ำหรือน้ำหมักมูลวัวรด จุลินทรีย์จะตื่นตัวและเกิดการย่อยสลายทำให้เกิดความร้อนในดิน หากหมักครบเดือนแล้วจุลินทรีย์จะสงบตัวลงสามารถมาเพาะปลูกได้
ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะถูกใจสำหรับคนที่ชอบปลูกและชอบกินผัก แต่ไม่อยากเสี่ยงกับสารเคมีตกค้างในผัก ลองมาปรุงดินปลูกผักตามแนวทางที่ให้ไว้ รับรองได้ว่าผักที่ปลูกนอกจากจะสวยงาม รสชาติกรอบอร่อยถูกใจอย่างแน่นอน
อำเภอที่อากาศร้อนที่สุดในประเทศไทย
โรงเรียนที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ม.ขอนแก่นมากที่สุด
ประเทศใด นำเข้ามาม่าไทย มากที่สุดในโลก
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/4/69
เปิด 11 ประเทศที่นิยมใช้ “สินค้าไทย” มากที่สุดในโลก
เมืองไร้สายไฟแห่งแรกของไทย ทำไมที่อื่นยังทำไม่ได้
เปิดผลวิเคราะห์ AI หวยงวด 1 เมษายน 2569 รวมเลขเด่น 10 ชุด
ทองคำไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
10 จังหวัดที่ มีอากาศดีที่สุดในไทย อยู่สบายทั้งปี
ปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบัน
เจาะแนวทางเลขมหาลาภ รับสงกรานต์ งวด 1 เมษายน 2569
เลขเด่นงวด สรุปแนวทาง 2 ตัวน่าสนใจ
12 เหตุผลที่ผู้หญิงอินเดีย ต้องสู่ขอผู้ชาย ก่อนแต่งงาน
เมืองไร้สายไฟแห่งแรกของไทย ทำไมที่อื่นยังทำไม่ได้
โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส2มาแน่นอน
ร่วมจารึกประวัติศาสตร์ 256 ปี วันอัญเชิญหลวงพ่อโสธรขึ้นจากแม่น้ำบางปะกง
ลูกแมวน้ำท้าพายุ! บุกนอนหน้าร้านกลางสกอตแลนด์ กู้ภัยตั้งรั้วกันวุ่น แต่เจ้าตัวเมิน…หลับต่อเฉย
เจาะลึกรายได้และเส้นทางอาชีพของ"เชฟมืออาชีพ"
สีเขียวจาก “ใบเตย” และที่มาของกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ที่สัมผัสได้ในขนมไทย
เจาะลึกรายได้และเส้นทางอาชีพของ"เชฟมืออาชีพ"
จากผลไม้สีเขียว สู่การนำเอามาทำเป็นสีดำเพื่อการใช้งาน เจาะลึก "มะเกลือ" ผลไม้ที่เอาไปทำสีย้อมผ้าได้
ความแตกต่างระหว่าง 'กุ๊ก' และ 'เชฟ' ในแต่ละประเภทธุรกิจ







