หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ภัยแอร์ไลน์ "หลุมอากาศ" ที่ทุกคนต้องรู้

เนื้อหาโดย Loy Salween

        จากอุบัติเหตุของสายการบิน"สิงค์โปร์แอร์ไลน์" เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บร่วม 70 ราย สาเหตุเกิดจากการที่เครื่องบินได้ไปตกหลุมอากาศ ทำให้ไม่สามารถเดินทางต่อได้ จึงได้ขอจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่ประเทศไทย จึงเป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียชีวิตของผู้โดยสารและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวนดังกล่าวข้างต้น 

       

      วันนี้ผู้เขียนอยากจะมาเล่าถึง"หลุมอากาศ" อ้างอิงจากผู้ที่ผ่านการเรียนวิศวกรรมอากาศยาน Aerostructure Engineering ว่าคืออะไร ทำไมเราต้องรู้ เพื่อความปลอดภัยในการโดยสารเครื่องบิน

       "หลุมอากาศ" คือ บริเวณที่ความหนาแน่นของมวลอากาศบางลง จากสภาพของอุณหภูมิ ความกดอากาศ เวลาปกติ เครื่องบินจะบินผ่านอากาศด้วยปีก(แน่นอน) เพราะอากาศใต้ปีกที่หนาแน่นกว่าอากาศบนปีกจะดันให้เครื่องบินลอย หรือ บินได้ และ ไม่ตกลงพื้นดิน แต่เมื่อเครื่องบิน บินผ่านหลุมอากาศ อากาศที่ใต้ปีกจะเบาบางลง เบากว่าอากาศบนปีก ดังนั้น แรงอากาศที่ยกปีกก็จะลดลงกระทันหัน ทำให้ตัวเครื่องบิน "ตก" ลงไปนิดนึง ถึงตกมาก

        อธิบายแบบง่ายๆก็คือ เครื่องบินลอยได้เพราะปีกแหวกอากาศให้เกิดแรงยกเครื่องขึ้น แต่พอบินไปในที่อากาศบาง ปีกไม่แหวกอากาศ มันก็ร่วงลงไปเลยนั่นแหละครับ พอเครื่องบินตกลงมาเจออากาศที่หนาแน่นขึ้น เครื่องก็กลับมาทรงตัวได้ใหม่ ทำให้บางครั้งเครื่องตกหลุมไม่ลึก แต่ในเคส สิงคโปร์ แอร์ไลน์ หลุมอากาศลึกมากถึง เกือบ 2 กิโลเมตร

        เรื่องหลุมอากาศนี้ ต่อให้กัปตันเก่งกาจขนาดไหน มีชั่วโมงบินมากมายขนาดไหน ก็มองไม่เห็นหลุมอากาศครับ แม้แต่เรด้าร์ ที่ติดตั้งที่จมูกเครื่องบินในปัจจุบัน ที่มีความไวต่อสภาพอากาศภายนอกมาก บางครั้งยังวัดความเบาบางของอากาศไม่ได้ ถ้ากรณีที่เรดาร์สามารถวัดได้
กัปตันก็จะบินหลุมอากาศไป หรือ ถ้าบินผ่านปะทะลมแรง และเรดาร์วัดได้ว่าลมพัดแรงขนาดไหน เครื่องสั่นมากสั่นน้อย กัปตันจะสั่งให้เรารัด
เข็มขัด ส่วนพวกที่เจ็บตัวจากเครื่องบินตกหลุมอากาศ มักจะเป็นพวกพนักงานต้อนรับเพราะต้องคอยบริการ และพวกที่ชอบเดินไป-เดินมาบนเครื่องบิน หรือพวกที่ไม่ยอมรัดเข็มขัดกันระหว่างที่เครื่องกำลังบิน เวลาเครื่องบินตกหลุมอากาศร่วงตุ้บลงมา ตัวก็เลยลอยไปฟาดนู่น ฟาดนั่น หัวโขกกับเพดานเครื่องบิน หรือตัวปลิวไปโดนกับที่เก็บสัมภาระเป็นต้น หรือไม่ก็ กระเป๋าหล่นลงมาจากที่เก็บด้านบนมากระแทกศรีษะ ดังนั้น สายการบินจึงให้ความสำคัญกับน้ำหนักกระเป๋าหิ้วขึ้นเครื่อง ไม่ให้เกิน 8 กิโลกรัม เป็นต้น ซึ่งในเคส สายการบินสิงคโปร์ กรณีที่มีผู้เสียชีวิต 1 ราย อายุ 73 ปีนั้น เกิดจากหัวใจวายฉับพลัน น่าจะมาจากอาการตกใจ และอาจจะเป็นโรคหัวใจอยู่แล้วด้วยครับ

 

เนื้อเรื่องโดย:loylom อ่านแล้ว อย่าลืม แบ่งปัน แชร์ให้ท่าอื่น ๆ ด้วยนะครับ

เนื้อหาโดย: loylom
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Loy Salween's profile


โพสท์โดย: Loy Salween
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เพิ่งรู้ตัวกั้นแยกสินค้าตอนจ่ายเงิน ไม่ได้วางแนวขวาง..เข้าใจผิดมาทั้งชีวิต!เกาหลีใต้เตรียมส่งอาวุธให้ยูเครนสู้ศึกรัสเซีย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เรื่องปกติธรรมดาในเกาหลีใต้ ที่ดูเป็นเรื่องแปลกสำหรับชาวต่างชาติรัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้านทท.สูงถึง 60 ล้านคน แต่ชาวบ้านบอกว่านทท.ล้นเมืองแล้ว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
25 เรื่อง ของดวงจันทร์ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ปากกาลดน้ำหนัก ช่วยให้คนผอม หรือลดความอ้วนอย่างได้ผลจริงหรือเลสิกคืออะไร? อันตรายหรือไม่ ข้อควรรู้ก่อนทำ LASIKรู้จัก PRK คืออะไร ขั้นตอนและการดูแลหลังการผ่าตัด
ตั้งกระทู้ใหม่