หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตำนาน เขานมนาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี

โพสท์โดย ท้าวขี้เมี่ยง ดังปึ่ง

ตำนานเรื่องบางนางบวช เกิดในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีและอ่างทอง กล่าวกันว่า ครั้งหนึ่ง มีหญิงงามชื่อพิมสุราลัย มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม เป็นที่หมายปอง ของบรรดาชายหนุ่มหลายคน ชายหนุ่มเหล่านั้นพยายามแย่งชิงนาง จนเกิดเป็นเรื่องราวทะเลาะวิวาทกัน               

บ้านเดิมบาง แต่ก่อนเรียกบ้านเดิมนาง เป็นถิ่นกำเนิดของสาวงามคนหนึ่ง ชื่อนางพิมสุลาไลย เนื่องจากความงามของนาง จึงทำให้มีผู้ชายหมายปองมากมาย แต่นางกลับเบื่อหน่ายในโลกีย์ จึงหนีไปจากบ้านเดิมนาง ขึ้นไปบำเพ็ญพรหมจรรย์อยู่บนภูเขา ทำงานทอหูก(เครื่องทอผ้า) เมื่อยามว่าง ก็นั่งกรอไนปั่นฝ้ายไปเรื่อย

ครั้งนั้น ยังมีพรานป่าคนหนึ่ง ชื่อตาสีนนท์ (บ้างเขียนสีนน บ้างก็เขียนศรีนนท์) แกเป็นโรคเรื้อน ผิวกายเป็นหนองเปรอะเปื้อน จึงอยู่เป็นโสด ยึดอาชีพต่อไก่ป่า วันหนึ่ง แกเดินผ่านมาเห็นสาวงามคนนี้เข้า ก็เกิดความรักใคร่ ต้องการจะได้นางมาเชยชม จึงเอาไก่ต่อผูกกับแท่งหินเป็นหลักไว้ แล้วเสกอาวุธประจำกาย เป็นงูเห่า เลื้อยขึ้นไปหานาง นางตกใจเห็นจวนตัว จึงขย้ำคองูแน่น แล้วกำคองูตาสีนนท์มาเชือด จนเลือดกระจาย ตาสีนนท์เจ็บปวดร้องลั่นป่า บ้านย่านนั้นจึงได้ชื่อว่า “ บ้านกำมาเชือด “ ต่อมาเพี้ยนเป็นบ้าน กำมะเชียร

ส่วนสาวงามนั้นก็ร้องไห้เสียใจ เสียดายผลบุญกุศล ที่อุตส่าห์บำเพ็ญมา นางจึงเอามีดตัดนมทั้งสองข้างขว้างทิ้งไป เลือดนางหลั่งไหล สร้างความเจ็บปวด นางวิ่งมาถึงภูเขาลูกหนึ่ง สุดทนเจ็บปวดได้ จึงร้องโอดโอยครวญคราง ภูเขาลูกนั้นจึงมีชื่อว่า “เขานางโอย” นมทั้งสองข้างเกิดเป็นภูเขาเรียกว่า “เขานมนาง” ส่วนเขาที่สาวงามนั้นนั่งปั่นฝ้ายเรียกว่า”เขากี่”(แปลว่าเครื่องทอผ้า) ส่วนหลักผูกไก่ของตาสีนนท์ ปัจจุบัน เขาว่าอยู่หน้าโรงเรียนกำมะเชียร

            สาวงามนั้นไม่ตาย เมื่อฟื้นขึ้นมา นางก็เดินไปพบแม่น้ำขวางหน้า ไม่สามารถข้ามได้ แต่ด้วยผลกุศลที่นางเคยบำเพ็ญมา ทำให้เกิดเหตุมหัศจรรย์ มีช้างสารเชือกใหญ่ มารับนางไปส่งยังฝั่งตรงข้าม ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนั้นต่อมาว่า”ท่าช้าง” นางได้อธิษฐานขอให้เทพยดา ปลงผมและคิ้วให้ เขาตรงนั้นจึงเรียกว่า“เขาคิ้วนาง” แล้วสร้างศาลแทนตัวไว้ จากนั้นนางได้ลงเรือมา จิตใจเริ่มสบาย เกิดความรื่นเริง แล้วจึงขึ้นพักที่ริมท่า บ้านนั้นจึงเรียกบ้าน”ท่านางเริง” แล้วเดินทางขึ้นภูเขาต่อไป ภูเขานั้นจึงเรียกว่า”เขาขึ้น” แล้วนางจึงบวชชี ยังวัดในละแวกนั้น วัดนั้นจึงเรียกว่า “ วัดนางบวช “

นอกจากนั้น ยังมีหมู่บ้านในแขวงเมืองอ่างทอง ที่เล่ากันว่า นางเคยไปถือศีลอยู่ ชื่อว่า "บ้านไผ่" จำศีล ส่วนบ้านเดิมของนางพิมสุราลัย ที่จังหวัดสุพรรณบุรีนั้น ปัจจุบันชื่อ "บ้านเดิมบาง" เรื่องราวดังกล่าว จึงเป็นที่มาของชื่อ  อำเภอเดิมบางนางบวช

อำเภอเดิมบางนางบวช เดิมชื่อว่า  อำเภอเดิมบาง  ตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือสุด ของจังหวัดสุพรรณบุรี ห่างจากตัวจังหวัด 54 กิโลเมตร สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เจ้าพระยาชัยชนินทร์ สมุหเทศาภิบาล และพระยานครพระนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พิจารณาแล้วเห็นว่า พื้นที่นี้มีความสำคัญ มีอาณาเขตกว้างขวาง ระยะทาง ห่างไหลจากอำเภอ นางบวชเดิม (อำเภอสามชุกปัจจุบัน) จำเป็นต้องมี สถานที่ราชการ เพื่ออำนวยความสะดวก บำบัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎร ให้ทั่วหน้ากัน ตลอดจนรักษาผลประโยชน์ของรัฐ จึงพร้อมใจกัน เสนอขอตั้งอำเภอขึ้น เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2454 ( ตรงกับรัตนโกสินทร์ศก 130)

เริ่มตั้งอำเภอมีชื่อว่า "อำเภอเดิมบาง" โดยโอนท้องที่มาจากอำเภอนางบวช (อำเภอสามชุกในปัจจุบัน) จำนวน 12 ตำบล โอนจากอำเภอบ้านเชี่ยน (ปัจจุบันคืออำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท) จำนวน 2 ตำบล โอนจากท้องที่อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 2 ตำบล รวมเป็น 16 ตำบล

ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2457 ทางราชการพิจารณาเปลี่ยนชื่อ "อำเภอนางบวช" เป็น "อำเภอสามชุก" จึงได้นำคำว่า "นางบวช" มาต่อท้ายชื่ออำเภอเดิมบาง จึงมีชื่อว่า "อำเภอเดิมบางนางบวช"  แบ่งการปกครองเป็น  2  ส่วน  คือ  การปกครองส่วนภูมิภาคมี  14  ตำบล  121  หมู่บ้าน  และการปกครองส่วนท้องถิ่น  ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  16  แห่ง

ตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงทุกวันนี้ เดิมที่ว่าการอำเภอ อยู่ที่บ้านท่ารวก หมู่ที่ 3 ตำบลเขาพระ ต่อมาได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลเขาพระริม ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน และเมื่อพ.ศ. 2538 ได้งบประมาณก่อสร้าง อาคารที่ว่าการอำเภอหลังใหม่ เป็นอาคารเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ เป็นปีที่ 50  จึงได้จัดสร้างในบริเวณริมถนนสุพรรณ - ชัยนาท หมู่ที่ 2 ตำบลเขาพระในปัจจุบัน เดิมอำเภอเดิมบางนางบวช มีพื้นที่ทั้งหมด 1681 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,060,625 ไร่

ต่อมา ได้แยกพื้นที่ออกเป็นอำเภอด่านช้าง ปัจจุบันมีพื้นที่ 561.77 ตารางกิโลเมตร หรือ 351,106.87 ไร่  มีอาณาเขตดังนี้  ทิศเหนือติดต่อกับอำเภอหันคา  อำเภอสรรคบุรี  และอำเภอเนินขาม  จังหวัดชัยนาท  ทิศใต้  ติดต่อกับอำเภอแสวงหาจังหวัดอ่างทอง  อำเภอสามชุด  และอำเภอหนองหญ้าไซ  ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอบางระจันและอำเภอค่ายบางระจัน  จังหวัดสิงห์บุรี  ทิศตะวันตก  ติดต่อกับอำเภอด่านช้าง

            คำขวัญประจำอำเภอคือ  “พระอาจารย์ธรรมโชติลือนาม  อุทยานงามบึงฉวาก  ของฝากผ้าทอมือ  เลื่องลืองานยกธง  สลักไผ่ตงท่าช้าง  เขานมนางเรื่องเล่า  หัวเขาเทโวดัง”

โพสท์โดย: ประเสริฐ ยอดสง่า
อ้างอิงจาก:
https://youtu.be/8jbmVeMgaz4?si=JYJ1JM8NDIP_XAnB
ตำนาน อำเภอเดิมบางนางบวช
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 สกุลเงินที่อ่อนค่าที่สุดในโลกใน ปัจจุบันประเทศที่ส่งออกมันสำปะหลังเข้าไทยมากที่สุดเจาะรหัสลับ "แปลปกสลาก" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569RIP แมวอินฟูล.... ส่ง"ไข่ขาว"สู่การเดินทางครั้งใหม่บนดาวแมวที่แสนอบอุ่น...เซเว่น เตรียมถอนการลงทุนจากเขมร สินค้าเขมรด้อยคุณภาพ ซ้ำวิกฤต ปชช.ไม่มีเงินซื้อกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข เสริมสร้างความสุขด้วยการ Skinship คนที่รัก10 ประเทศ ที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มากที่สุดTop 10 ประเทศที่มีปริมาณผลผลิตข้าวมากที่สุดในโลก10 จังหวัดที่เหมาะกับการใช้รถไฟฟ้าในปี 2026นกเกาะสายไฟ ทำไมไฟแรงสูงถึงทำอะไรไม่ได้?เตือนภัยคนรักนก! ยันไทยพบผู้ป่วย "โรคไข้นกแก้ว" รายแรกจากการเลี้ยงในที่อับอากาศคนกัมพูชาฝากถึงคนไทย กำลังได้รับข่าวปลอมจากทหารไทย ว่ากัมพูชาเป็นฝ่าย รุกรานอธิปไตยไทยก่อน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 ประเทศ ที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มากที่สุดนกเกาะสายไฟ ทำไมไฟแรงสูงถึงทำอะไรไม่ได้?อาถรรพ์แมวดำและคำสาป "กาฬวิฬาร์" 5 กุมภาพันธุ์นี้ในโรงภสพยนตร์ส่งอาหารในสุสาน! ไรเดอร์เจอดีลูกค้าสาวสั่งบุกป่าช้ากลางดึก อ้างจัดปาร์ตี้กับเพื่อน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ข้าวโพดแห่งสีสัน เรียงร้อยถ้อยอาศัย ข้าวโพดควบคู่สิ่งที่ได้เห็นคือความงดงามสู้ๆ นะ ม.6ชีวิตมีเพียงเท่านี้ "มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และสิ้นไป" ไม่มีอะไรจะนำไปได้อย่างแน่นอนอารมณ์นี้แหละเป็นสิ่งที่สอนเรา "ต้องรู้จักวาระของอารมณ์ตัวเอง"
ตั้งกระทู้ใหม่