ย้อนรอยประวัติศาสตร์ลิปสติก กับการถูกตีตราจากสังคม
ภายในกระเป๋าใบโปรดของฉัน สิ่งที่ต้องมีอยู่เสมอเพื่อความอุ่นใจคงจะเป็นปากกา เพื่อใช้จดบันทึกสิ่งต่างๆ ที่ต้องการ หรือบางครั้งฉันก็ใช้ปากกาวาดภาพอะไรสักอย่างที่ไม่สวยงาม เพียงแต่มันสร้างความสบายใจ ปากกาดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เสริมสร้างทักษะทางการเรียนของฉันได้อย่างดี แต่รู้อะไรไหม? นอกจากปากกาแล้ว ฉันอยากให้ภายในกระเป๋าใบโปรดใบนี้ มีลิปสติกอีกสักแท่ง ฉันจะไม่บอกว่าปากกาควรจะอยู่คู่กับอะไร แต่ฉันกำลังจะบอกว่า
“ฉันชอบจดบันทึกในระหว่างเรียนมากพอๆ กับการทาลิปสติกที่ริมฝีปากก่อนที่จะออกจากบ้าน”
หลายคนบอกว่าอย่าทาลิปสติกสีแดงแจ๋อย่างนั้น เดี๋ยวเขาจะหาว่า’แรด’ ซึ่งความหมายโดยตรงของแรดก็คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่ไกล้สูญพันธุ์ แต่เมื่อเราได้ยินคำนี้จากเพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งยายจ่อยขาเม้าท์มอยประจำซอย เราก็อาจจะโกรธเคืองกันได้ เพราะในบางที ผู้พูดคงหมายถึง อาการดัดจริต ทำตัวเกินงาม การอ่อยผู้ชาย
ไม่น่าเชื่อว่า เรื่องราวที่ฉันได้ยินจากกแกงค์ผู้สูงวัยในหมู่บ้านที่รวมกลุ่มกัน และพูดถึงลูกหลานคนอื่นๆ ยกเว้นลูกหลานของตัวเอง ระหว่างที่กำลังทำงานอดิเรก (เช่น การสานตอก การตัดรากหอมแดง ) จะสามารถจุดประกายงานเขียนชิ้นนี้ของฉันขึ้นมาได้ จากสิ่งที่ได้ยิน และจับใจความได้ก็คือ การที่เด็กสาวคนหนึ่งจะเรียนไม่จบนั่นก็เป็นเพราะทาปากสีแดงเกินวัย ซึ่งการกระทำนี้จะนำมาสู่การได้ ‘ผัว’
ฉันว่ามันคงเป็นเรื่องที่เจ๋งดีเหมือนกัน ถ้าเราทาลิปสติกให้หมดสักแท่ง จากนั้นเราก็จะได้คู่ครองสักคนและอาจหมายถึงว่า ถ้าเราเลือกที่จะเป็นผู้ที่มีเรียวปากซีดเซียว เราก็คงจะต้องขึ้นคานไปตลอดชีวิต
ปากกากับลิปสติก สองสิ่งนี้เป็นคู่หูคู่ซี้ของฉันเลยก็ว่าได้ ฉันคุ้นเคย และใช้งานมันบ่อยในทุกๆ วัน
มันคงจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้า ถ้าเราไม่ทำความรู้จักกับเพื่อนของเราให้มากยิ่งขึ้น จากนั้นฉันก็เปิดกระเป๋า และหยิบลิปสติกสีชมพูบานเย็นออกมา ก่อนที่จะกดถ่ายภาพ และหาคำตอบว่า ลิปสติกนั้นร้ายกาจอย่างนั้นจริงหรือ
ความสวยความงามเป็นสิ่งที่อยู่คู่มนุษย์มานาน แม้อาจจะไม่ได้จัดอยู่ในปัจจัยสี่อย่าง อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค แต่ปัจจุบันดูเหมือนว่าจะมีผู้หญิงหลายคนยอมประหยัดค่าอาหาร เพื่อที่พวกเธอจะได้ถอย ‘ลิปสติก’แท่งใหม่ เพื่อความอุ่นใจ หรือที่เหล่าบิวตี้บล็อกเกอร์ทั้งหลายบอกกันว่า “ของมันต้องมี”
ลิปสติก (lipstick) ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ประกอบด้วย น้ำมัน ขี้ผึ้ง และสารให้ความชุ่มชื้น ใช้สำหรับทาที่ริมฝีปาก เพื่อป้องกันไม่ให้แห้งผากจนเกินไป ถ้าจะให้พูดถึงลิปสติก คุณผู้หญิงในปี 2021 หลายคนคงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้จัก และหาซื้อง่าย ร้านโชห่วยหน้าซอยเดี๋ยวนี้มีแทบจะทุกร้าน แบรนด์หรูดูดีก็มีมากมายให้เลือกสรรในห้างสรรพสินค้า แค่เลือกสีที่ใช่ราคาที่ชอบก็เพียงพอ เพราะจุดเด่นของลิปสติกในปัจจุบันนี้ก็คือสีสันที่สวยงามและความถูกใจ
แทบไม่น่าเชื่อว่า เมื่อ 5000 ปีที่แล้ว ผู้หญิงในที่ราบลุ่มเมโสโปเตเมียรู้จักการทาปาก หลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของอียิปส์ พบว่า บนกระดาษปาปิรุสมีรูปผู้หญิงส่องกระจก และกำลังแต่งแต้มริมฝีปาก การปกป้องริมฝีปากเป็นเหตุผลลำดับแรกในการปกป้องริมฝีปากของยุคโบราณ แต่สิ่งที่ทำให้ลิปสติกยังคงอยู่ และมีประวัติศาสตร์ยาวนานคู่กับยุคสมัยมาจนถึงทุกวันนี้ก็คือความพึงพอใจ และความสวยงามของเรียวปาก
ปากแดงอย่างกับโสเภณี ?
ย้อนกลับไปในยุคกลาง หรือประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 15 การที่หญิงสาวจะแต่งแต้มริมฝีปากของพวกเธอด้วยอะไรก็ตามที่ทำให้เกิดสีแดงดูจะไม่ง่ายนัก เพราะการทาปากสีแดงเป็นเรื่องของสังคมชั้นสูง ผู้หญิงธรรมดาสามัญที่ทาปากสีแดงจะถูกมองว่าเป็นผู้หญิงไม่ดีหรือเป็นโสเภณีที่ทาปากแดงเพื่อยั่วยวนผู้ชาย การทาปากสีแดงเป็นเรื่องของสังคมชั้นสูงเท่านั้นที่ทำกัน
จะเห็นได้จากรูป พระนางเจ้าอลิซาเบ็ธที่ 1 ที่มีผิวสีขาวซีดแต่ทาปากสีแดง แต่เมื่อหมดสมัยของพระนาง ลิปสติกก็โดนแบนจากคริสตจักร ‘ลิปสติกสีแดงก็กลายเป็นสัญญลักษณ์ของหญิงชั้นต่ำ’ไปเสียอย่างงั้น
นอกจากการทาลิปสติกจะถูกมองว่าเป็นผู้หญิงชั้นต่ำแล้วนั้น ยังมีเรื่องที่น่าประหลาดใจเกี่ยวกับลิปสติกอีกมากมาย เช่น รัฐสภาอังกฤษเคยผ่านกฎหมายให้ผู้ชายยกเลิกการแต่งงานได้ ถ้าเขาเชื่อว่าตัวเองถูกผู้หญิงล่อลวงให้แต่งงาน ด้วยการทาลิปสติก,ลิปสติกเคยเป็นเรื่องราวของแม่มดหมอผี ลิปสติกเปรียบเสมือนยาเสน่ห์,สหรัฐอเมริกาเกือบมีการออกกฎหมายให้ลิปสติก เป็นสิ่งต้องห้ามเนื่องจากกลัวว่าจะมีการวางยาพิษในลิปสติกขณะกำลังจุมพิตกัน
แม้กระทั่งในวงการภาพยนตร์ ลิปติกยังเป็นส่วนประกอบที่มีประวัติศาสตร์ร่วมมาตั้งแต่ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 18 ซึ่งตอนนั้นภาพยนตร์ยังคงเป็นสีขาวดำ Sears Roebuck เสนอให้นักแสดงทาปากและแก้มให้เข้มขึ้นด้วยปีกแมลงเต่าทองสีแดงบดละเอียด เพื่อที่จะทำให้สีปากตามธรรมชาตินั้นดูโดดเด่นขึ้นบนแผ่นฟิล์มสีขาวดำ
ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับลิปสติกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในสหรัฐอเมริกา แต่กลับมีสินค้าตัวเดียวที่ยอดขายเพิ่มขึ้น ซึ่งนั่นก็คือ ลิปสติก นั่นเอง เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “Lipstick Effect”
ลิปสติกสีแดง ตัวแทนแห่งความเซ็กซี่
ในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 19 ผลจากกระแสนิยมจากฮอลลีวู้ด ลิปสติกสีแดงกลายเป็นตัวแทนแห่งความเซ็กซี่ ด้วยไอคอนฮอลลีวู้ดอย่าง มาริลีน มอนโรว์, ริต้า เฮย์เวิร์ด และเอวา การ์ดเนอร์ ซุปเปอร์สตาร์แถวหน้าล้วนแต่ทาปากสีแดงเข้ม นับตั้งแต่นั้นมา 98% ของผู้หญิงในสหรัฐอเมริกาก็เริ่มหันมาทาลิปสติกสีแดง
ลิปสติกกับการแสดงออกทางตัวตน
ในปี 2000 เป็นต้นมา เป็นยุคของความหลากหลายของสีและสูตรต่างๆของลิปสติกอย่างแท้จริง จากการสำรวจผู้หญิงในสหรัฐอเมริกาใช้จ่ายมากกว่า $ 3500 ดอลลาร์ในช่วงชีวิตของพวกเขา ขณะที่ แบรนด์ KKW x Kylie Cosmetics ที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ลิปสติกที่มีตั้งแต่สีนู้ด สีชมพู หรือแม้แต่ตัวเลือกที่แปลกอย่างสีเหลืองหรือสีเขียว ลิปสติกในปัจจุบันกลายเป็นการแสดงออกของตัวเองอย่างแท้จริง
ประวัติศาสตร์อันยาวนานจากการบดปีกแมลง การทาขี้ผึ้ง มาสู่นวัตกรรสุดล้ำที่มีให้เราได้ใช้ในยุคนี้ ถือว่าผ่านมายาวนาน และน่าแปลกใจทีเดียว ลิปสติกอาจเคยเป็นสิ่งที่ตีตราผู้หญิงในยุคกลาง และอาจเคยถูกมองว่าเป็นวายร้ายที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสังหารผู้คนได้ด้วยการจุมพิต
ในทุกวันนี้ลิปสติกกลายเป็นสิ่งที่บ่งบอกความเป็นตัวตน และมนุษย์ทุกคนทุกเพศสามารถที่จะเลือกสรรสิ่งที่เหมาะสม และสีที่พึงพอใจได้ตามต้องการ ไม่เพียงแต่เป็นการบอกถึงเอกลักษณ์และความชื่นชอบของตัวบุคคลเอง แต่ยังสื่อถึงความเท่าเทียม และไม่มีมนุษย์คนไหนที่ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นโสเภณี เป็นคนชั้นต่ำ หรือกระทั่งการยั่วยวนผู้ชายเพื่อให้มาแต่งงาน “we are equal And I'll put on my favorite color lipstick with a brilliant smile”
อ้างอิงจาก: https://th.wikipedia.org/wiki/ลิปสติก
https://www.philcosmetics.com/ประวัติลิปสติก/
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
การกระทำ 4 อย่างนี้ขณะอยู่บนลิฟต์ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า EQ ต่ำมาก
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
‘สมองไม่หยุดคิด’ เมื่อต้องคิดมากจนปวดหัว คิดเยอะจนเหนื่อยใจ คิดอย่างไรให้พอดี
แม่สังเกตพบโรคร้ายของลูกชาย จากท่าทางการเดินที่ผิดปกติ
เลขเด็ด TikTok พรุ่งนี้รวย! หวยงวด 17 มกราคม 69..รีบส่องด่วน!!!
วิวัฒนาการของเตาไมโครเวฟ จากเรดาร์สู่เครื่องครัวสมัยใหม่
"Choco Pie" ขนมที่ผู้นำโสมแดง..ไม่ปลื้มอย่างแรง
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุด
เลขเด็ด TikTok พรุ่งนี้รวย! หวยงวด 17 มกราคม 69..รีบส่องด่วน!!!
มาโกะ นิชิมูระ ยากูซ่าหญิงผู้เป็นตำนานเพียงหนึ่งเดียวของญี่ปุ่น
99% ของคนที่ทำผิดพลาด 3 ข้อนี้ จะลงเอยด้วยการเป็นหนี้
ท้องร้องจ๊อกๆ! ไขความลับทำไมยิ่งหิวยิ่งดัง? สรุปให้แล้ว!
ท้องร้องจ๊อกๆ! ไขความลับทำไมยิ่งหิวยิ่งดัง? สรุปให้แล้ว!
เซนต์แพทริคกับตำนานขับไล่งู: เรื่องจริงเชิงประวัติศาสตร์ หรือสัญลักษณ์แฝงนัยยะที่โลกไม่เคยรู้?
ไขปริศนาคณิตศาสตร์! บนกระดานหมากรุกมี 'สี่เหลี่ยม' ทั้งหมดกี่รูป? คำตอบที่ไม่ใช่แค่ 64
กำเนิด "สีเทียน" มนต์เสน่ห์แห่งสีสัน 120 ปี: เรื่องราวของสองลูกพี่ลูกน้องผู้สร้างตำนาน Crayola